นาตาลี มาแล้ว เริ่มทำงานในไทยทันที

นาตาลี มาแล้ว เริ่มทำงานในไทยทันที
เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 1 ส.ค. ที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง น.ส.นาตาลี เกลโบวา อดีตนางงามจักรวาล ได้เดินทางโดยสารการบินทีจี 791 จากประเทศแคนาดา มายังประเทศไทย ภายหลังร่วมงานประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2006 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามสัญญาการทำงานในตำแหน่งแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ให้กับบริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์สิงห์ โดยน.ส.นาตาลี สวมเสื้อยืดคอปกสีเหลือง มีตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ที่อกด้านซ้าย และสวมริสต์แบนด์เรารักพระเจ้าอยู่หัว ที่ข้อมือข้างขวา ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ นายปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา บริษัท บุญรอดฯ และนายชัยภัฏ จาตุรงคกุล ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด คอยต้อนรับ นายปิติ กล่าวว่า ทันทีที่นาตาลีเดินทางถึงเมืองไทย บอกกับตนว่า รู้สึกดีใจและปลื้มที่คนไทยยังให้การต้อนรับ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า เพราะเหตุใดจึงอำลาตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สด้วยการไหว้แบบไทย และสวมริสต์แบนด์ในเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส ทั้งที่เป็นชาวแคนาดา น.ส.นาตาลี กล่าวว่า ก่อนกลับจากการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2005 ที่ประเทศไทย ตนได้ให้คำสัญญาว่าจะนำวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่ ซึ่งก็ทำแล้วในเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สอีกครั้งโดยการไหว้แบบไทย และดีใจที่ได้กลับมาเป็นลูกสาวของเมืองไทยอีก จึงอยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับเมืองไทยด้วย นอกจากนี้ยังรู้สึกตื่นเต้น เพราะการเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางมาอยู่ต่างประเทศนานๆ ซึ่งก่อนเดินทางมาเมืองไทยความรู้สึกเกือบจะรอไม่ไหว อยากให้ถึงวันเดินทางเร็วๆ เมื่อถามถึงการทำงานในตำแหน่ง แบรนด์ แอมบาสเดอร์ ให้กับเบียร์สิงห์ น.ส.นาตาลี กล่าวว่า ตนพร้อมที่จะทำงานทันที แต่ก่อนทำงานจะเดินทางไปลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ร.พ.ศิริราช ในช่วงเช้า สำหรับการทำงานนั้น น.ส.นาตาลี กล่าวว่า นอกเหนือจากงานที่บริษัทบุญรอดฯ จัดตารางให้ ตนยังอยากทำประโยชน์ในหลายด้านอีกมาก เช่น การช่วยเหลือผู้ป่วยเอชไอวี งานด้านบันเทิง เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันตนมีชื่อไทย คือ "ฟ้า" เพราะใช้มาตั้งแต่แรกที่มาเมืองไทย มีคุณชาลี พลอยแกมเพชร เป็นคนตั้งให้ และรู้สึกชอบชื่อนี้ เพราะเป็นสีเดียวกับสีตาของตน ซึ่งตนได้ขอให้บริษัทบุญรอดฯ จัดหาครูสอนภาษาไทยให้ด้วย เพราะตั้งใจจะพูดภาษาไทยให้ได้ เมื่อถามว่าพูดไทยได้หรือยัง น.ส.นาตาลี กล่าวว่า พูดได้ไม่มาก แต่สัญญาว่าจะพยายามพูดภาษาไทย โดยน.ส.นาตาลีได้พูดเป็นภาษาไทย 3 ประโยคให้ฟังว่า "ฉันชื่อนาตาลี" "สบายดีไหมคะ" และ "ฉันชอบอาหารไทยค่ะ" เมื่อถามว่าจะตั้งรกรากในเมืองไทยหรือไม่ น.ส.นาตาลี กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ เพราะยังไม่มีกำหนดการระยะยาว แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะอยู่เมืองไทย ซึ่งการเดินทางมาเมืองไทยครั้งนี้ แม่ตนสอนตลอดว่า การมีทัศนคติที่ดี เป็นสิ่งที่ดี ถ้านำมาใช้จะได้รับแต่สิ่งที่ดี ส่วนการสนิทสนมกับ "น้องชาม" น.ส.อรวรินธ์ โอสถานนท์ ตัวแทนประเทศไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์สนั้น น.ส.นาตาลี กล่าวว่า ตนสนิทสนมกับน้องชามตั้งแต่เจอกันที่เมืองไทย และเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ น้องชามเป็นคนสวยและฉลาด เมื่อพบกันในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2006 ก็แนะนำเรื่องการเดิน การออกกำลังกาย การตอบคำถามและการรับประทานอาหารให้ถูกต้อง ส่วนตนเมื่อหมดภารกิจมิสยูนิเวิร์สแล้ว ก็ไม่รู้สึกเสียดาย เริ่มใหม่กับสิ่งที่อยากทำ รู้สึกตื่นเต้นและยินดี ส่วนการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทยนั้น อยากไปทุกที่ในเมืองไทย ซึ่งการทำงานร่วมกับเบียร์สิงห์นั้น คงทำให้เดินทางไปทั่วประเทศอยู่แล้ว โดยเฉพาะจ.เชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่อยากไปมาก นายปิติ กล่าวว่า แม้ว่า น.ส.นาตาลีจะพร้อมเริ่มงานกับเบียร์สิงห์ทันที แต่ทางบริษัทเห็นว่าเหนื่อยจากการเดินทาง จึงให้พักผ่อนระยะหนึ่งก่อน โดยจะเริ่มงานแรกวันที่ 4 ส.ค.นี้ ในงานเลี้ยงครบรอบ 73 ปี บริษัทบุญรอดฯ นอกจากนี้หากครบสัญญา 1 ปี ทางบริษัทอาจพิจารณาต่อสัญญาอีก 2-3 ปี ขึ้นกับการทำงานของน.ส.นาตาลีด้วยว่ามีความคุ้มค่าแค่ไหน ระยะแรกจะทำงานภายในประเทศ 3-4 เดือน ก่อนเดินทางไปต่างประเทศในฐานะแบรนด์ แอมบาสเดอร์ เนื่องจากสัญญาการทำงานของน.ส.นาตาลีไม่ได้จำกัดแค่ในไทย เมื่อถามถึงค่าตอบแทนการทำงานของน.ส.นาตาลี นายปิติ กล่าวว่า ค่าตอบแทนแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ค่าคอนแทกต์ เป็นจำนวนเงินหลักล้าน อีกส่วนคือค่าตอบแทนรายเดือน เหมือนเงินเดือน เพราะน.ส.นาตาลีก็เป็นพนักงานของบริษัทด้วย เป็นจำนวนเงินหลักแสน แต่ไม่ขอให้รายละเอียดตัวเลข สำหรับที่พักตลอดระยะเวลาที่ทำงานกับบริษัท 1 ปีนั้น ทางบริษัทจะให้น.ส.นาตาลีเป็นผู้ตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง โดยจะทำสัญญาเช่า 1 ปีเท่านั้น โดย 1 สัปดาห์แรกจะพักที่โรงแรมดุสิตธานี ก่อนย้ายไปบ้านเช่า นอกจากนี้การทำงานสาธารณประโยชน์หรืองานส่วนตัวของน.ส.นาตาลีนั้น บริษัทบุญรอดฯ จะไม่จำกัด เนื่องจากน.ส.นาตาลีมีเวลาส่วนตัวอยู่แล้ว คือเวลาเย็นหลังเลิกงาน และวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะเป็นวันหยุดเหมือนพนักงานทั่วไป ส่วนงานพรีเซ็นเตอร์คงต้องงดเว้นการรับงานกับบริษัทคู่แข่ง หรือบริษัทที่มีความขัดแย้งกับเรา อย่างไรก็ตาม น.ส.นาตาลีจะต้องหาผู้จัดการส่วนตัวเอง โดยทางบริษัทบุญรอดฯ จะจัดตารางการทำงานให้ เพราะน.ส.นาตาลีไม่ได้นั่งทำงานในออฟฟิศ แต่มีเซ็นเตอร์ของตัวเอง เพื่อออกมาพบปะกับประชาชนตามตำแหน่งที่ได้รับ ซึ่งในวันที่ 14-16 ส.ค. น.ส.นาตาลีจะเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงยี่ปั๊วของบริษัทฯ ที่จ.ขอนแก่นด้วย