การนำสุนัขจากไทยไปอเมริกา

การนำสุนัขจากไทยไปอเมริกา
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

บทความโดย Me & Simple Life

กฏระเบียบของแต่ละสายการบินแตกต่างกันนิดหน่อยค่ะ เช่น ไชน่า แอร์ ที่บิน กรุงเทพ-ไทเป-แองเคอริจ สายการบินบังคับให้ขอ transit permit ในไทเปด้วย ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และเราต้องดำเนินการเอง แต่การจะไปขอ transit permit ตัวนี้ได้ เราต้องได้ใบ Health Certificate จากกรมปศุสัตว์ก่อนค่ะ ปัญหามีอยู่ว่าเจ้า Health Certificate เนี่ยมีอายุแค่ 10 วันค่ะ ซึ่งหากต้องไปขอ transit permit อีก มันจะกระชั้นชิดมากค่ะ เราเลยเลือกบิน Northwest ยุ่งยากน้อยดีค่ะ สรุปแล้ว เราควรเช็คโดยตรงกับสายการบินค่ะ ว่าเค้าต้องการเอกสารอะไรบ้าง เราควรเตรียมตัวอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเดินทางค่ะ โดยพาสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และโรคฉี่หนู สุนัขต้องได้รับการฉีดวัคซีน 2 ตัวนี้ อย่างน้อย 30 วันก่อนเดินทางค่ะ สัตวแพทย์จะให้ใบวัคซีนหรือสมุดวัคซีนเรามา พอครบ 30 วัน จากที่ฉีดวัคซีนแล้ว เราก็นำสุนัขไปที่สำนักงานกักกันสัตว์ทางอากาศที่สนามบินดอนเมืองค่ะ โดยอยู่ที่อาคารคลังสินค้า 2 อยู่ชั้น 3 ค่ะ สัตวแพทย์ที่หน่วยกักกันฯ จะถ่ายรูปสุนัขพร้อมเจ้าของค่ะ และวัดไข้สุนัข และจะเก็บข้อมูลใน microship ค่ะ ในกรณีที่ฝังแล้ว ค่าธรรมเนียมห้าสิบบางเองค่ะ รอประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วแต่ว่ามีคนมากน้อยเท่าไหร่ค่ะ เอกสารที่เตรียมไปวันไปขอ health certificate and export license มีดังนี้ค่ะ -พาสปอร์ตตัวจริงและสำเนาของเรา จนท. จะขอเก็บสำเนาไว้ค่ะ ใบวัคซีน หรือสมุดวัคซีนของสุนัข พร้อมสำเนาค่ะ -เตรียม flight number ที่เราจะบินไปด้วยค่ะ จนท. จะให้กรอกข้อมูลเกี่ยวกับสุนัขในแบบฟอร์ม จากนั้นก็ตรวจดูความแข็งแรงของสุนัข เป็นอันเสร็จเรื่องค่ะ นั่งรอแป๊บนึง จ่ายค่าธรรมเนียม และก็จะได้ใบ health certificate and export licence กลับบ้านค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าในการนำสัตว์เลี้ยงไปอเมริกา ไม่ยุ่งยากมากค่ะ เมื่อเทียบกับการไปยุโรปหรือญี่ปุ่น Health Certificate

Export License

เตรียมตัวบิน เราควรจะโทรบอกสายการบินว่าเราจะเดินทางพร้อมกับน้องหมา สักประมาณ 4-5 วันก่อนถึงวันเดินทางค่ะ แจ้งชื่อเรา เที่ยวบิน ขนาดกรง (กว้าง สูง ยาว) พันธุ์สุนัข น้ำหนัก สุนัข น้ำหนักกรง นอกนั้นก็เป็นพวกกรง ถาดอาหาร กระบอกน้ำ เบาะรองให้สุนัขนอนค่ะ ถ้าจะติดอาหารสุนัขไปด้วย แนะนำให้เอาแบบที่ยังไม่แกะถุง หรือ กระป๋องไปนะคะ เพราะถ้านำแบบแกะแล้วไป หรือแบ่งใส่ถุงพลาสติกไป เจ้าหน้าที่ที่อเมริกาจะยึดไปค่ะ เพราะถือว่าไม่มีฉลากบอกว่าเป็นอะไร การเช็คอินก็ไม่ยุ่งยากมากค่ะ จ่ายค่าตั๋วเจ้าตูบที่เคาน์เตอร์ ยื่น health certificate และ export license ให้เค้าดู northwest เก็บก๊อปปี้ของ export license ไว้ค่ะ ( ควรทำสำเนาของ health certificate & export license ติดไปด้วยอย่างละสองฉบับค่ะ เพราะได้ใช้อีกทีที่ญี่ปุ่นตอนทรานซิท)จากนั้นเจ้าหน้าก็เข็นเจ้าตูบไปขึ้นเครื่องค่ะ มาถึงซีแอตเทิลแล้ว!!! ตม. ซีแอตเทิล ไม่รู้ดวงเป็นยังงัยต่อแถวไหน แถวนั้นมีอันต้องล่าช้า พอวิ่งไปต่ออีกแถว แถวเก่าก็เคลื่อน สรุปกว่าจะผ่านตรง Passport control ได้ก็เป็นคนท้ายๆ อีกแล้วค่ะ พอผ่านตรง passport control แล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่ Northwest มาพาไปที่ Public Health Office เพื่อแสดง health certificate. พอดีเที่ยวบินไปถึงเช้ามาก ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาทำงาน ก็ต้องไปหาเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นที่พอจะ authorize ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ Northwest ได้คอยให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!