10 สถานที่สุดพิศวงแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ยังอึ้ง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/5/29229/chic-20141002-060001chicministry-mysteriousplaces-T.jpg10 สถานที่สุดพิศวงแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ยังอึ้ง

10 สถานที่สุดพิศวงแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ยังอึ้ง

แชร์เรื่องนี้

โลกนี้ยังมีอะไรมาเซอร์ไพรซ์เราอีกมากมาย แม้แต่สถานที่ที่เราคาดไม่ถึงก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับเราเป็นอย่างมาก จนทำให้เราเกิดอยากเรียนรู้ให้มากขึ้นเกี่ยวกับสถานที่นั้น ChicMinistry มีสถานที่สุดพิศวงจะนำเสนอ ซึ่งสถานที่เหล่านี้แม้แต่นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังงงงวยอยู่ ไปดูกันครับ

1. น้ำตกสายเลือด แอนตาร์กติกา (Blood Falls, Antarctica)


ยากนะครับที่คุณจะมีโอกาสได้เห็นน้ำตกสายเลือดแห่งนี้ แม้แต่ในรูปภาพเองก็เหอะ น้ำตกสายเลือดนี้ไหลอยู่บนธารน้ำแข็งเทย์เลอร์ (Taylor Glacier) นักเชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งและนักจุลชีววิทยาระบุว่าเกิดจากธาตุเหล็กใต้พื้นดินจำนวนมหาศาล ส่งผลให้น้ำทะเลเป็นสีแดง ที่แปลกไปกว่านั้น จากการวิจัยพบว่ามีจุลินทรีย์กว่า 1,300 ชนิดอาศัยอยู่ภายใต้ธารน้ำแข็งท่ามกลางธาตุเหล็กและซัลเฟอร์ อยู่ได้ยังไงแปลกจังว่ามั้ยครับ

2. เนินเขาแม่เหล็ก มอนตั้น นิวบรันสวิค (Magnetic Hills, Moncton, New Brunswick, Canada)


อะไรที่ทำให้รถต้องถอยหลังกลับโดยไม่ได้ติดเครื่อง? จึงมีการเดากันว่าเป็นเพราะแรงแม่เหล็กโลกบริเวณนั้น สถานที่นี้ถูกค้นพบตั้งแต่ปี 1930 แล้ว หลังจากการค้นพบก็ถูกยกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชียวนะครับ ทำเป็นเล่นไป แต่ผู้คนก็ยังคงค้นหาปริศนาแรงดึงดูดนี้เรื่อยมา

3. เซิร์ทซีย์ ไอซ์แลนด์ (Surtsey, Iceland)


ถ้ามีคนมาบอกว่าไม่มีสถานที่ไหนแปลกใหม่บนโลกนี้อีกแล้ว บอกเค้าไปเลยครับว่าให้ไปที่ เซิร์ทซีย์ ประเทศไอซ์แลนด์ สถานที่แห่งนี้ยังไม่เกิดขึ้นเลยจนกระทั่งภูเขาไฟได้ทะเลปะทุขึ้นในปี 1963 และสงบลงจนกลายเป็นเกาะในปี 1967 นั่นเอง

4.Moeraki Boulders, New Zealand


หินรูปร่างกลมมนกระจัดกระจายอยู่บนหาด Koekohe ฝั่งตะวันออกของเกาะทางตอนใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ หินเหล่านี้ก่อตัวเมื่อล้านปีมาแล้ว ภายนอกมีตะกอนและแร่ธาตุเช่น ฟอสซิล หอยเชลส์ ไม่ใช่ที่นี่แค่ที่เดียวนะครับ ยังมีหินมนแหล่งอื่นอีกเช่น Koutu Boulders แต่ว่า Moeraki Boulders เป็นแหล่งที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้ สาเหตุและรอยแยกบนตัวหินกำลังเป็นที่สนใจอยู่ในหมู่นักวิทยาศาสตร์

5. ลองเยียร์เบน นอร์เวย์ (Longyearbyen, Norway)


ในช่วงวันที่ 20 เมษายนถึงวันที่ 23 สิงหาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์จะส่องแสงไม่ถึงเมือง Svalbard ซึ่งเป็นเกาะทางตอนเหนือของกรีนแลนด์ ปรากฎการณ์นี้ได้ทำให้ร่างกายของผู้คนแถวนั้นจำเวลาผิดเพี้ยนไปเนื่องจากไม่เคยเจอแสงแดด ไม่รู้ว่าตอนกลางคืนหรือตอนกลางวันกันแน่ ยากแก่การอธิบายมากครับ

6. ปามุกคาเล ตุรกี (Pamukkale, Turkey)


ต่อไปเป็นนครโบราณเฮียราโปลิสและบ่อน้ำแร่ ในอดีตเคยเป็นสระน้ำร้อน ปัจจุบันเป็นโรงแรมน้ำแร่ที่มีอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส ประกอบด้วยกินปูนและเกลือแร่ ไหลเป็นน้ำตกจากที่สูง100 เมตรลงสู่พื้น สายน้ำที่ถูกอากาศเย็นตัวลงทำให้แคลเซียมตกตะกอน เกิดเป็นอ่างแคลเซียมธรรมชาติขนาดมหึมาเรียกว่า “ปามุกคาเล” ในยุคโรมันสถานที่แห่งนี้เป็นเมืองตากอากาศที่สวยงาม ปามุกคาเล่และเมืองเฮียราโพสิลได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988 ด้วยนะครับ

7. เรซแทร็ก ปลาย่า สหรัฐฯ (Racetrack Playa, Death Valley, California)


Sailing Stones เป็น 1 ใน ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ยังคงเป็นปริศนาอยู่นะครับซึ่งเกิดขึ้นที่ อุทยานแห่งชาติเดท วัลลี่ย์ (Death Valley National Park) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ประเทศสหรัฐอเมริกา ร่องรอยการเคลื่อนที่ของก้อนหินจะเกิดขึ้นทุก 2 - 3 ปี ครั้ง และหินบางก้อนก็ใช้เวลากว่า 3 - 4 ปีในการเคลื่อนที่ ลักษณะรูปร่างของร่องรอยการไถลของหินนั้นบ่งบอกได้ว่าหินก้อนนั้นต้องเคลื่อนที่ในช่วงที่พื้นของเรซแทรค พลาย่านั้นถูกปกคลุมด้วยดินเหนียวอ่อนนุ่ม ถ้าเป็นฝีมือของคนหรือสัตว์จะต้องมีร่องรอยของการเหยียบย่ำรบกวนชั้นดิน เหนียวด้วย แต่ในบริเวณดังกล่าวไม่ปรากฏหลักฐานร่องรอยจากคนหรือสัตว์ที่จะช่วยให้หินเคลื่อนที่เลย มีเพียงร่องรอยการไถลของหินเท่านั้น แปลกใช่มั้ยล่ะครับ

8. น้ำตกอีเทอนอล สหรัฐฯ (Eternal Flame Falls, Orchard Park, New York, The US)


น้ำตกอีเทอนอล เฟลม เป็นน้ำตกที่ไม่ธรรมดาเหมือนดังเช่นน้ำตกอื่นๆครับ เนื่องจากหลังม่านน้ำตกนั้นจะมีเปลวไฟลุกอยู่ตลอด เปลวไฟนี้เกิดมาจากก๊าชที่ทับถมกัน ซึ่งมีปริมาณมากพอที่ทำให้เกิดไฟลุกอยู่ตลอดเวลา ในช่วงฤดูร้อนเปลวไฟจะมีสว่างมากและเห็นได้ชัดเจนเนื่องปริมาณน้ำที่ไหลลงมามีน้อย ปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเลยนะครับ

9. โอลด์ เฟธฟูล อุทยานแห่งชาติยลโลว์สโตน สหรัฐฯ (Old Faithful, Yellowstone National Park, The US)


หลุมร้อน 'Old Faithful' ซึ่งพวยพุ่งออกมาทุกๆ 90 นาที ณ อุทยานแห่งชาติเยลโล่สโตน การประทุของน้ำจะส่งปริมาณน้ำร้อนออกมาถึง 314,000 ถึง 32,000 ลิตร ด้วยความสูง 106-185 ฟุต ที่จะใช้เวลา 1.5-5 นาที หลุมร้อนแห่งนี้มีชื่อเสียงที่สุดในอุทยานแห่งนี้ รวมถึงอาจจะมีชื่อที่สุดในโลกด้วย ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาราว 3.5 ล้านคนเชียวนะครับ

10.Relampago del Catatumbo, Ologa, Venezuela


บริเวณทะเลสาบ Maracaibo ในประเทศเวเนซูเอล่า ก็มีปรากฎการณ์ที่ประหลาดอยู่ด้วยนะครับ จะมีฟ้าแลบ 250 ครั้งต่อตารางกิโลเมตรต่อปี หรือ 25 ครั้งต่อนาที สาเหตุเกิดจากการปะทะกันของลมจากหุบเขาและทะเล รวมถึงความชื้นของอากาศด้วย ถ้าหากคุณไปเที่ยวละก็ คุณจะไม่มีโอกาสหลับหสนิทเลยล่ะ อิอิ

อ่านดูแล้วบางที่ก็น่าไป บางที่ก็น่ากลัว หากหนุ่มสาวชาวชิคคนไหนมีแพลนจะไปเที่ยวสถานที่ดังกล่าว อย่าลืมมาแบ่งปันกันด้วยนะครับ

Source & Pictures: www.sunnyskyz.com


ติดตามทุกเทรนด์ก่อนใครและอัพเดทข่าวชิคๆ
ได้ที่ www.chicministry.com, Facebook Fanpage : facebook.com/chicministry
Twitter : twitter.com/ChicMinistry, Ig : instagram.com/chicministryofficial, Line ID : chicministryofficial