เช็คให้ฟิตก่อนวิวาห์

เช็คให้ฟิตก่อนวิวาห์
มีคู่รักหลายคู่ที่ตกลงปลงใจลั่นระฆังวิวาห์ด้วยกันเพราะคิดว่าทุกอย่างพร้อมสรรพเรียบร้อยแล้ว ทั้งบ้านช่องห้องหอ หลักทรัพย์ สถานภาพทางสังคม แต่ในความเป็นจริงยังมีความพร้อมที่คู่รักทุกคู่ควรให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ เรื่องที่ว่าก็คือเรื่องของสุขภาพนั่นเอง ก่อนที่จะตัดสินใจวางแผนจัดงานแต่งงาน ห้ามละเลยการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือดหรือการฉีดวัคซีนผลประโยชน์ตรงนี้ไม่ใช่อยู่ที่คุณทั้งคู่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงเจ้าตัวน้อยที่จะเกิดขึ้นมาเป็นพยานรักของคุณในอนาคตว่าเขาจะมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์เช่นกันการตรวจสุขภาพร่างกายนั้น เราตรวจเพื่อหาสาเหตุและโรคต่าง ๆ ดังนี้ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คุณคงไม่อยากติดเชื้อโรคร้ายจากคนรักจากการมีความสัมพันธ์กัน อีกทั้งโรคเหล่านี้นับเป็นโรคที่มีระดับความร้ายแรงต่อชีวิตคุณและทารกในครรภ์ไม่น้อยเลยทีเดียว อาจส่งผลร้ายทำให้เด็กพิการหรือถึงแก่ชีวิตได้ อาทิ โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคซิฟิลิส โรคเอดส์ หนองใน แผลริมอ่อน กามโรค โรคทางพันธุกรรม แบ่งเป็นสองประเภทคือ โรคที่เกิดจากยีนผิดปกติหรือภาวะเลือดจาง (Thalassemia) โรคนี้เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่ควบคุมการสร้างโปรตีนของเม็ดเลือดแดง จึงสามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรมครอบครัวหรือจากบิดามารดาสู่บุตรได้ สำหรับคนไทยมียีนผิดปี้มากถึงร้อยละ 40 หรือ 4 ใน 10 คน ผู้ที่มียีนผิดปกติเช่นนี้อยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการเรียกว่า พาหะ ซึ่งหมายถึง ภาวะที่มียีนแฝงนั่นเอง พบมากในผู้ที่มีสายเลือดมาจากทางภาคเหนือและภาคอีสานดังนั้น การตรวจเลือดเพื่อหายีนผิดปกติในคู่สมรส จึงเปรียบเสมือนปราการด่านแรกที่ หยุด จำนวนของพาหะในสังคมไทย โรคที่เกิดจากโครโมโซมผิดปกติ (Down Syndrome) วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการฉีดวัคซีนนั่นเอง สำหรับคู่สมรสนั้นแพทย์มักจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันให้โดยเฉพาะสุภาพสตรีซึ่งควรฉีดก่อนการตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือน เพราะฉะนั้นหนุ่มสาวคู่ไหนที่อยากจะมีลูกหลังแต่งงานทันที ควรปรึกษาหาฤกษ์วันแต่งงานหลังการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 3 เดือน และฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี เพื่อป้องกันในกรณีที่ใครคนใดคนหนึ่งเป็นพาหะของโรคหรืออาจฉีดเพื่อป้องกันไว้ก่อนจะเป็นการดีทีสุดTip : เลือกกินแคลเซียมเสริมให้ปลอดภัย แคลเซียมเป็นธาตุที่มีมากที่สุดในร่างกายคือ ประมาณ 1,250 กรัม ซึ่งร้อยละ 55 จะอยู่ในกระดูกและฟัน แต่สำหรับหญิงวัยหมดประจำเดือนกระบวนการสลายแคลเซียมจะมากกว่าการสร้าง เพราะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งช่วยยับยั้งการสลายของกระดูก ทำให้เกิดอาการกระดูกผุ กร่อน เปราะ และหักง่าย หรือที่เรียกว่าภาวะกระดูกพรุน โดยคนปกติมนุษย์เรามีความต้องการแคลเซียมที่ 800 มิลลิกรัมต่อสตรีมีครรภ์ 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน และสตรีวัยหมดประจำเดือน 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน ในสตรีมีครรภ์หรือสตรีหมดวัยประจำเดือนการดื่มนมวันละ 1 แก้ว อาจไม่เพียงพอ ควรกินแคลเซียมเสริมด้วย อย่างไรก็ดีไม่ควรกินแคลเซียมพร้อมกับวิตามินรวมที่มีธาตุเหล็ก เพราะจะลดการดูดซึมซึ่งกันและกันควรกินหลังอาหารเพื่อให้ธาตุแคลเซียมดูดซึมได้ดีที่สุด และไม่ควรกินเกินวันละ 1 เม็ด เพราะแคลเซียม 1 เม็ด ให้แคลเซียมประมาณ 13% หากบริโภคเกิน 17% ต่อวันอาจมีผลต่อการทำงานของไตได้ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือรับคำปรึกษาจากแพทย์ว่าร่างกายของคุณจำเป็นต้องกินวิตามินเสริมหรือไม่ ++ รับ sms อ่านเคล็ดลับ tips ดีๆ น่ารู้ Update ให้คุณทุกวัน รายละเอียด AIS กด *48880521118 Dtac กด *19888821118 True Move กด *48880521118

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!