.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
เป็นแผลร้อนใน ทำยังไงให้หายเร็ว รวมวิธีดูแลทำแล้วได้ผลจริง
แผลร้อนในแสบจนกินข้าวไม่ได้? หมอแนะวิธีดูแลให้หายเร็ว พร้อมสาเหตุที่หลายคนไม่รู้
เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหา แผลร้อนใน หรือแผลเล็กๆ ภายในช่องปากที่แม้จะดูไม่รุนแรง แต่กลับสร้างความเจ็บแสบทุกครั้งที่กินอาหาร ดื่มน้ำ หรือแม้แต่พูดคุย บางคนเป็นเพียงปีละ 1-2 ครั้ง ขณะที่บางคนกลับเป็นซ้ำบ่อยจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
แผลร้อนในส่วนใหญ่สามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากดูแลอย่างถูกวิธี ก็อาจช่วยลดอาการเจ็บปวดและทำให้แผลฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
แผลร้อนในคืออะไร?
แผลร้อนใน หรือ Aphthous Ulcer เป็นแผลอักเสบที่เกิดบริเวณเยื่อบุอ่อนภายในช่องปาก มักมีลักษณะเป็นแผลกลมหรือวงรี สีขาวหรือเหลืองตรงกลาง และมีขอบสีแดงรอบแผล สามารถเกิดได้หลายตำแหน่ง เช่น
- กระพุ้งแก้ม
- ริมฝีปากด้านใน
- ลิ้น
- เหงือก
- เพดานปาก
แม้แผลจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บแสบได้มาก โดยเฉพาะเวลารับประทานอาหารรสจัดหรืออาหารร้อน
สาเหตุของแผลร้อนใน
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดแผลร้อนใน แต่พบว่ามีหลายปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการ ได้แก่
- ภูมิคุ้มกันของร่างกายเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงมีประจำเดือน
- ความเครียดสะสม
- พักผ่อนไม่เพียงพอ
- ดื่มน้ำน้อย
- เยื่อบุในช่องปากได้รับบาดเจ็บจากการกัดปาก แปรงฟันแรง หรือฟันปลอมและเหล็กจัดฟันเสียดสี
- การขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก หรือโฟเลต (ในบางราย)
13 วิธีดูแลแผลร้อนในให้หายเร็ว
หากเป็นแผลร้อนในทั่วไป สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ ดังนี้
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น หลังอาหารหรือวันละหลายครั้ง เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคและช่วยให้แผลสะอาด
- หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้แผลแสบและระคายเคืองมากขึ้น
- ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม และแปรงฟันอย่างเบามือ เพื่อลดการกระทบกระเทือนบริเวณแผล
- หากแผลเจ็บมาก จนแปรงฟันลำบาก อาจใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดฟันและเหงือกชั่วคราว
- เลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ และไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในบางคน
- รับประทานอาหารอ่อน เคี้ยวง่าย เพื่อลดการเสียดสีบริเวณแผล
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด รวมถึงอาหารทอด
- งดอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด เพราะอาจทำให้แผลแสบมากขึ้น
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และหมากพลู ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้แผลหายช้าลง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เยื่อบุช่องปากชุ่มชื้น
- รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ หรือเลือกน้ำผลไม้ที่มีกากใย หากรับประทานอาหารลำบาก
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว
- ลดความเครียดและออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในได้
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเป็นแผลร้อนใน
หลายคนอาจเคยได้ยินว่าการกินยาขมหรือทา "ยาม่วง" จะช่วยให้แผลหายเร็ว แต่ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า ยาขมสามารถรักษาแผลร้อนในได้
ส่วนการใช้ Gentian Violet (ยาม่วง) ทาบริเวณแผลในปากหรือริมฝีปาก ก็ไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อระคายเคือง ริมฝีปากแห้ง แตก และแผลหายช้าลงได้
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
แม้แผลร้อนในส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์ หากมีอาการดังต่อไปนี้
- แผลมีขนาดใหญ่ผิดปกติ
- แผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
- เป็นแผลซ้ำบ่อยผิดปกติ
- มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีอาการร่วมอื่นๆ
- เจ็บมากจนรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้
แพทย์อาจพิจารณาให้ยาทาแผล ยาบ้วนปากเฉพาะทาง หรือยารับประทานตามความเหมาะสม เพื่อช่วยลดอาการอักเสบและทำให้แผลหายเร็วขึ้น
สรุป
แผลร้อนในเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็สร้างความเจ็บปวดและรบกวนการใช้ชีวิตได้ไม่น้อย การดูแลช่องปากให้สะอาด ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด ล้วนเป็นวิธีที่ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ หากแผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม