เป็นแผลร้อนใน ทำยังไงให้หายเร็ว รวมวิธีดูแลทำแล้วได้ผลจริง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/54/270725/new-thumbnail1200x720-v2(6).jpgเป็นแผลร้อนใน ทำยังไงให้หายเร็ว รวมวิธีดูแลทำแล้วได้ผลจริง

เป็นแผลร้อนใน ทำยังไงให้หายเร็ว รวมวิธีดูแลทำแล้วได้ผลจริง

แชร์เรื่องนี้

แผลร้อนในแสบจนกินข้าวไม่ได้? หมอแนะวิธีดูแลให้หายเร็ว พร้อมสาเหตุที่หลายคนไม่รู้

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหา แผลร้อนใน หรือแผลเล็กๆ ภายในช่องปากที่แม้จะดูไม่รุนแรง แต่กลับสร้างความเจ็บแสบทุกครั้งที่กินอาหาร ดื่มน้ำ หรือแม้แต่พูดคุย บางคนเป็นเพียงปีละ 1-2 ครั้ง ขณะที่บางคนกลับเป็นซ้ำบ่อยจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

แผลร้อนในส่วนใหญ่สามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากดูแลอย่างถูกวิธี ก็อาจช่วยลดอาการเจ็บปวดและทำให้แผลฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

แผลร้อนในคืออะไร?

แผลร้อนใน หรือ Aphthous Ulcer เป็นแผลอักเสบที่เกิดบริเวณเยื่อบุอ่อนภายในช่องปาก มักมีลักษณะเป็นแผลกลมหรือวงรี สีขาวหรือเหลืองตรงกลาง และมีขอบสีแดงรอบแผล สามารถเกิดได้หลายตำแหน่ง เช่น

  • กระพุ้งแก้ม
  • ริมฝีปากด้านใน
  • ลิ้น
  • เหงือก
  • เพดานปาก

แม้แผลจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บแสบได้มาก โดยเฉพาะเวลารับประทานอาหารรสจัดหรืออาหารร้อน

สาเหตุของแผลร้อนใน

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดแผลร้อนใน แต่พบว่ามีหลายปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการ ได้แก่

  • ภูมิคุ้มกันของร่างกายเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงมีประจำเดือน
  • ความเครียดสะสม
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ดื่มน้ำน้อย
  • เยื่อบุในช่องปากได้รับบาดเจ็บจากการกัดปาก แปรงฟันแรง หรือฟันปลอมและเหล็กจัดฟันเสียดสี
  • การขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก หรือโฟเลต (ในบางราย)

13 วิธีดูแลแผลร้อนในให้หายเร็ว

หากเป็นแผลร้อนในทั่วไป สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ ดังนี้

  1. บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น หลังอาหารหรือวันละหลายครั้ง เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคและช่วยให้แผลสะอาด
  2. หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้แผลแสบและระคายเคืองมากขึ้น
  3. ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม และแปรงฟันอย่างเบามือ เพื่อลดการกระทบกระเทือนบริเวณแผล
  4. หากแผลเจ็บมาก จนแปรงฟันลำบาก อาจใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดฟันและเหงือกชั่วคราว
  5. เลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ และไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในบางคน
  6. รับประทานอาหารอ่อน เคี้ยวง่าย เพื่อลดการเสียดสีบริเวณแผล
  7. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด รวมถึงอาหารทอด
  8. งดอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด เพราะอาจทำให้แผลแสบมากขึ้น
  9. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และหมากพลู ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้แผลหายช้าลง
  10. ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เยื่อบุช่องปากชุ่มชื้น
  11. รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ หรือเลือกน้ำผลไม้ที่มีกากใย หากรับประทานอาหารลำบาก
  12. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว
  13. ลดความเครียดและออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในได้

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเป็นแผลร้อนใน

หลายคนอาจเคยได้ยินว่าการกินยาขมหรือทา "ยาม่วง" จะช่วยให้แผลหายเร็ว แต่ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า ยาขมสามารถรักษาแผลร้อนในได้

ส่วนการใช้ Gentian Violet (ยาม่วง) ทาบริเวณแผลในปากหรือริมฝีปาก ก็ไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อระคายเคือง ริมฝีปากแห้ง แตก และแผลหายช้าลงได้

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?

แม้แผลร้อนในส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์ หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • แผลมีขนาดใหญ่ผิดปกติ
  • แผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
  • เป็นแผลซ้ำบ่อยผิดปกติ
  • มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีอาการร่วมอื่นๆ
  • เจ็บมากจนรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้

แพทย์อาจพิจารณาให้ยาทาแผล ยาบ้วนปากเฉพาะทาง หรือยารับประทานตามความเหมาะสม เพื่อช่วยลดอาการอักเสบและทำให้แผลหายเร็วขึ้น

สรุป

แผลร้อนในเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็สร้างความเจ็บปวดและรบกวนการใช้ชีวิตได้ไม่น้อย การดูแลช่องปากให้สะอาด ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด ล้วนเป็นวิธีที่ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ หากแผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม