ปลาเก๋า vs ปลากะพง ต่างกันอย่างไร อะไรอร่อยกว่า เทียบคุณค่าทางโภชนาการ

ปลาเก๋า vs ปลากะพง ต่างกันอย่างไร อะไรอร่อยกว่า พร้อมเทียบราคาและเมนูเด็ด
สำหรับคนรักอาหารทะเล คงเคยลังเลเมื่อต้องเลือกระหว่าง "ปลาเก๋า" และ "ปลากะพง" ว่าปลาชนิดไหนเหมาะกับเมนูอะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง แม้จะเป็นปลาเนื้อขาวเหมือนกัน แต่รสสัมผัสและราคาของปลาทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกข้อเปรียบเทียบเพื่อให้คุณเลือกซื้อได้อย่างคุ้มค่าและถูกใจปากที่สุด
ลักษณะเนื้อสัมผัสและรสชาติของปลาเก๋า กับ ปลากระพง ความต่างที่ลิ้นสัมผัสได้
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือ "รสสัมผัส" ของเนื้อปลา ปลาเก๋า จะมีจุดเด่นที่หนังหนาและกรุบกรอบ เนื้อแน่น เด้งสู้ฟัน และมีรสหวานตามธรรมชาติ ยิ่งเคี้ยวยิ่งสัมผัสได้ถึงความหนึบ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเนื้อปลาที่ไม่เละง่ายเมื่อโดนความร้อนนานๆ
ในขณะที่ ปลากะพง จะมีเนื้อที่นุ่มฟู เป็นลิ่มสวยงาม และมีความละเอียดมากกว่า รสชาติจะออกมันนิดๆ และมีความหวานอ่อนๆ เนื้อปลากะพงจะย่อยง่ายและทานง่ายกว่า จึงเป็นที่นิยมสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ แต่หากต้มนานเกินไปเนื้ออาจจะยุ่ยได้ง่ายกว่าปลาเก๋า
ปลาเก๋าสด
เปรียบเทียบราคาและคุณค่าทางโภชนาการ
ในแง่ของราคา ปลาเก๋า มักจะมีราคาสูงกว่าปลากะพง โดยราคาเริ่มต้นอาจอยู่ที่กิโลกรัมละ 200-500 บาท ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ส่วน ปลากะพง เป็นปลาเศรษฐกิจที่หาได้ง่าย ราคาจึงย่อมเยากว่า โดยเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 150-250 บาท ทำให้เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับมื้ออาหารทั่วไป
คุณค่าทางโภชนาการ
- เจาะลึกเรื่องไขมันและโอเมก้า 3
ปลาทั้งสองชนิดมีโปรตีนที่ใกล้เคียงกัน หากมองหาปลาที่มีไขมันดี ปลากะพง ถือเป็นผู้ชนะในยกนี้ เพราะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนและเชิงเดี่ยวสูงกว่า รวมถึงมีปริมาณ โอเมก้า 3 (DHA และ EPA) มากกว่าปลาเก๋าถึง 3-6 เท่า ซึ่งดีต่อหัวใจและสมอง ในขณะที่ ปลาเก๋า จะมีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า และมีแคลอรีต่ำกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักอย่างเคร่งครัด
- วิตามินและแร่ธาตุ: เด่นคนละด้าน
ในด้านวิตามินและแร่ธาตุ ปลาทั้งสองชนิดมีดีคนละแบบ ปลาเก๋า จะโดดเด่นเรื่อง วิตามิน A ซึ่งดีต่อสายตา รวมถึงมีแคลเซียมและโพแทสเซียมสูง ส่วน ปลากะพง จะเป็นแหล่งรวมของวิตามินตระกูล B โดยเฉพาะ วิตามิน B12 ที่ช่วยเรื่องระบบประสาท รวมถึงแมกนีเซียมและแมงกานีสที่มีมากกว่า
ปลากะพงขาวสด
สรุป ปลาเก๋า กับ ปลากระพง เลือกทานแบบไหนดี?
หากคุณเน้น ลดน้ำหนัก ควบคุมคอเลสเตอรอล และชอบโปรตีนเน้นๆ "ปลาเก๋า" คือคำตอบที่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณต้องการ บำรุงหัวใจด้วยโอเมก้า 3 และต้องการวิตามิน B บำรุงระบบประสาท "ปลากะพง" จะตอบโจทย์ได้มากกว่า ทั้งนี้ปลาทั้งสองชนิดไม่มีแป้ง (Carb-free) จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ทานอาหารแบบ Keto หรือ Paleo Diet
เมนูแนะนำ: ปลาชนิดไหน ทำอะไรอร่อย?
การเลือกปลาให้ถูกกับวิธีปรุงจะช่วยชูรสชาติอาหารได้ดีที่สุด หากคุณมี ปลาเก๋า เมนูที่แนะนำคือประเภทต้มหรือนึ่งที่ต้องการโชว์ความสดของเนื้อ เช่น ปลาเก๋าลวกจิ้ม, ข้าวต้มปลาเก๋า, ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว หรือต้มยำปลาเก๋า เพราะหนังปลาจะไม่เละและเนื้อยังคงความเด้งน่ารับประทาน
ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว
ส่วน ปลากะพง คือราชินีแห่งเมนูทอดและแกง เมนูยอดฮิตตลอดกาลคือ ปลากะพงทอดน้ำปลา เพราะเนื้อจะฟูกรอบนอกนุ่มใน รวมถึงเมนู ปลากะพงนึ่งมะนาว ที่เนื้อนุ่มๆ ซึมซับน้ำยำได้ดี หรือจะนำไปทำแกงส้มแป๊ะซะก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
ปลากะพงทอดน้ำปลา
อ่านเพิ่มเติม:
- ปลา 5 ชนิด ไขมันต่ำ โปรตีนล้ำสูงครบถ้วน อยากเพิ่มกล้าม จัดให้ไว
- วิธีทอดปลาไม่ติดกระทะ แค่ใช้ใบตอง ผลลัพธ์ว้าวหนังเหลืองกรอบน่ากิน
- ศัตรูของน้ำมัน! แค่ใส่สิ่งนี้ตอนทอดปลา ได้ปลาสวย กรอบฟู ไม่ติดกระทะ น้ำมันไม่กระเด็น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

