ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงแกล้งป่วย? สัตวแพทย์เผยเหตุผลหลัก พร้อมแนะนำวิธีการดูแล

สัตวแพทย์ชี้! สัตว์เลี้ยง "แกล้งป่วย" พบบ่อยมาก หลังรักษาหายแล้วก็กลับมาเป็นอีก! เผยสาเหตุหลักที่ทำไปเพื่ออะไร
เรื่องราวของสัตว์เลี้ยงที่ "แกล้งป่วย" มักเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์อยู่เสมอ เจ้าของบางรายพาไปโรงพยาบาลสัตว์ด้วยความเป็นห่วงว่าสัตว์เลี้ยงบาดเจ็บหรือป่วยหนัก แต่กลับได้รับผลวินิจฉัยว่า “แค่หิว” หรือ “อยากให้อ้อน” เท่านั้น สถานการณ์เช่นนี้สร้างรอยยิ้มให้กับทั้งเจ้าของและผู้ที่ได้รับฟังเรื่องราว
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใดสัตว์เลี้ยงถึงแกล้งป่วย? บทความนี้ได้นำคำตอบจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาไขข้อสงสัย พร้อมแนะนำขั้นตอนการวินิจฉัย และสิ่งที่เจ้าของควรทำเมื่อพบว่าสัตว์เลี้ยงของตนเองกำลังแกล้งป่วย
ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงแกล้งป่วย? สัตวแพทย์เผยเหตุผลหลัก
เกี่ยวกับคำถามและข้อสงสัยเรื่องการแกล้งป่วยของสัตว์เลี้ยง ได้มีการพูดคุยกับคุณหมอโทโมโกะ คิฮาระ สัตวแพทย์และผู้อำนวยการคลินิกสัตว์เลี้ยงคิฮาระ (Kihara Pet Clinic) ในเมืองคุราโยชิ จังหวัดทตโตริ
คุณหมอคิฮาระเผยว่า สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่มักแกล้งป่วยเพราะต้องการให้เจ้าของสนใจ (Seeking Attention) เช่น อยากให้อุ้ม อยากได้ขนม หรืออยากให้มีการพูดคุยด้วย
คุณหมอคิฮาระได้ยกตัวอย่างเคสที่เคยตรวจจริงมาเล่าให้ฟัง คือ เจ้าของพาสุนัขมาคลินิกด้วยความกังวลว่า “ขาหลังไปกระแทกมา และลากขาตลอดเวลา กลัวกระดูกหัก”
“ผลการตรวจวินิจฉัยไม่พบความผิดปกติ เช่น กระดูกหัก จึงจ่ายยาแก้ปวดและให้สังเกตอาการต่อไป หลังจากนั้นอาการก็หายเป็นปกติ แต่สุนัขกลับมาลากขาอีกครั้งโดยที่ไม่ได้ไปชนอะไรมา และตรวจแล้วก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ”
คุณหมอจึงวินิจฉัยเบื้องต้นว่า เป็นพฤติกรรมที่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของ เนื่องจากตอนที่สุนัขบาดเจ็บครั้งแรก เจ้าของได้อุ้มและพูดปลอบโยนอย่างอ่อนโยน ซึ่งเป็นสิ่งที่สุนัขจำได้ เจ้าของที่เคยเป็นห่วงเรื่องกระดูกหักหรือโรคภัยจึงโล่งใจ แต่ก็รู้สึกอ่อนใจในเวลาเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีเคสสุนัขที่มาตรวจเพราะ “มีอาการไอมากขึ้น” แต่ปรากฏว่าสุนัขจงใจไอใส่สมาชิกในครอบครัวที่เป็นคนใจดีที่สุด เพื่อหวังจะได้รับขนม ซึ่งคุณหมอสันนิษฐานว่า สุนัขจำนวนมากมักจดจำเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขารู้สึกดี และพยายามทำซ้ำด้วยวิธีต่างๆ
ขั้นตอนการวินิจฉัย "แกล้งป่วย"
คุณหมอคิฮาระกล่าวว่า ในกรณีของการแกล้งป่วย สัตว์เลี้ยงมักแสดงอาการ "ลากขา" บ่อยมาก จึงขอแนะนำขั้นตอนการวินิจฉัยอาการลากขา:
1. การตรวจเบื้องต้น
มีการตรวจด้วยการคลำบริเวณขาที่มีอาการ และการตรวจด้วยรังสีเอกซ์ (X-ray) หากมีการลากขา สัตวแพทย์อาจตรวจเลือดเพื่อตัดความกังวลเรื่องโรคในช่องท้องหรือมดลูกออกไปด้วย หลังจากนั้น หากพบโรคก็จะทำการรักษา และหากไม่พบความผิดปกติใดๆ จึงจะตั้งข้อสงสัยว่าเป็น "ปัญหาด้านพฤติกรรม" หรือ "การแกล้งป่วย"
2. การรักษาเพื่อวินิจฉัยและสอบถามประวัติ
บางครั้งสัตวแพทย์อาจใช้ "การรักษาเพื่อวินิจฉัย" (Diagnostic Treatment) เพื่อจำกัดวงสาเหตุและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ ในกรณีที่สุนัขลากขา จะมีการสั่งยาแก้ปวดและสังเกตว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ หากมีข้อสงสัยว่าเป็นการแกล้งป่วย จะมีการสอบถามเจ้าของอย่างละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดอาการ และการตอบสนองของเจ้าของต่ออาการนั้นๆ
สิ่งที่เจ้าของควรทำเมื่อรู้ว่าสัตว์เลี้ยงแกล้งป่วย
คุณหมอคิฮาระแนะนำว่า ที่คลินิกมีการรับมือกับการแกล้งป่วยในฐานะ พฤติกรรมที่มีปัญหา:
“วิธีรับมืออย่างหนึ่งคือ "ไม่สนใจ" แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เราจะใช้การ "ไม่สนใจ" ควบคู่ไปกับการ "พูดคุย" หรือให้ความสนใจในสถานการณ์อื่นที่เป็นบวก หากทราบสาเหตุของการแกล้งป่วยแล้ว ก็จะมีการรักษาที่สาเหตุนั้นๆ ด้วย เช่น การบำบัดทางจิต”
ตัวอย่างเช่น หากสัตว์เลี้ยงแกล้งป่วยตอนที่เจ้าของกำลังจะออกจากบ้าน อาจหมายถึงความวิตกกังวลจากการพลัดพราก (Separation Anxiety) ก็จะต้องพิจารณาว่าจะดูแลจัดการกับความวิตกกังวลนั้นอย่างไร วิธีการดูแลทางจิตใจโดยทั่วไป ได้แก่ การบำบัดพฤติกรรม การใช้ยา หรือการบำบัดทางเลือกอื่นๆ เช่น การใช้สมุนไพร
หากเจ้าของรู้สึกว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อตัดความกังวลเรื่องโรคหรือการบาดเจ็บรุนแรงออกไปก่อน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
