
สบู่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างหาย สบู่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี และเกี่ยวข้องกับอารยธรรมโบราณแทบทุกยุคทุกสมัย
ในชีวิตประจำวันของเรา “สบู่” คือสิ่งที่แทบจะขาดไม่ได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า สบู่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี และเกี่ยวข้องกับอารยธรรมโบราณแทบทุกยุคทุกสมัย ความรู้เกี่ยวกับการทำความสะอาดร่างกายนี้ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน แต่เป็นผลของการสั่งสมองค์ความรู้ด้านสุขอนามัยจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่อง
เส้นทางกำเนิดของ "สบู่" จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
2800 ปีก่อนคริสตกาล จุดเริ่มต้นของสูตรสบู่แบบดั้งเดิม
หลักฐานทางโบราณคดีจากอารยธรรม บาบิโลนโบราณ แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เริ่มมีความรู้เกี่ยวกับการผลิตสบู่มาตั้งแต่ เกือบ 5,000 ปีก่อน โดยพบภาชนะดินเผาที่มีคราบของส่วนผสมซึ่งระบุว่าเป็น “ไขมันสัตว์ต้มกับขี้เถ้าไม้” ซึ่งเมื่อนำมาผสมกับน้ำจะเกิดเป็นสารที่มีฤทธิ์ทำความสะอาด นี่คือรูปแบบดั้งเดิมของ “สบู่”
1500 ปีก่อนคริสตกาล สบู่ในยุคอียิปต์โบราณ
เอกสาร Ebers Papyrus ของชาวอียิปต์โบราณ ซึ่งเป็นหนึ่งในตำราทางการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ได้กล่าวถึงการใช้ “สบู่” อย่างชัดเจน โดยมีการผสมน้ำมันจากพืชและสัตว์กับโซเดียมคาร์บอเนต เพื่อสร้างสารทำความสะอาดที่ใช้ทั้งในทางการแพทย์และสุขอนามัยส่วนบุคคล
ยุคโรมันโบราณ จุดกำเนิดชื่อ “สบู่” (Soap)
ชื่อ “Soap” เชื่อว่ามีที่มาจากตำนานของภูเขา Sapo ในอาณาจักรโรมันโบราณ ว่ากันว่าไขมันสัตว์จากการบูชายัญไหลลงมากับขี้เถ้าและน้ำฝนสู่แม่น้ำเบื้องล่าง กลายเป็นดินเหนียวที่ทำให้การซักล้างผ้าสะอาดยิ่งขึ้น ชาวโรมันเริ่มมีวัฒนธรรมการอาบน้ำและใช้สารทำความสะอาดในอ่างน้ำสาธารณะอย่างแพร่หลาย
ค.ศ. 600–900 ยุคทองของการผลิตสบู่ในตะวันออกกลาง
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 7-9 การผลิตสบู่พัฒนาอย่างมีระบบในเขตอาหรับ เช่น เมืองอเลปโป ในซีเรีย ซึ่งเชี่ยวชาญในการผลิตสบู่จาก น้ำมันมะกอกและโซดาไฟธรรมชาติ จนกลายเป็นสินค้าส่งออกสำคัญในยุคกลาง
ค.ศ. 1100–1300 การผลิตสบู่ในยุโรปเริ่มต้น
อิตาลี สเปน และฝรั่งเศส กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตสบู่ในยุโรป โดยเฉพาะในเมืองมาร์เซย์ และเนเปิลส์ สบู่ถูกผลิตจากน้ำมันพืชและถูกใช้ในกลุ่มชนชั้นสูง ขณะที่ประชาชนทั่วไปยังมองว่าสบู่เป็นของฟุ่มเฟือย เพราะต้องเสียภาษีสูง
ค.ศ. 1347–1351 ยุคมืดและการล่มสลายของสุขอนามัยในยุโรป
หลังจากการล่มสลายของกรุงโรม พฤติกรรมการอาบน้ำในยุโรปลดลงอย่างมาก ความสะอาดส่วนบุคคลถูกมองข้าม นำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคร้ายแรง เช่น กาฬโรค ที่คร่าชีวิตผู้คนหลายสิบล้านคนในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 14
ค.ศ. 1600–1800 การเริ่มต้นผลิตสบู่ในอเมริกาและอังกฤษ
ในช่วงนี้ ชาวอังกฤษและชาวอาณานิคมอเมริกัน เริ่มผลิตสบู่ในครัวเรือน โดยใช้ขี้เถ้าไม้และไขมันสัตว์ สบู่ยังคงเป็นสินค้าที่ผลิตใช้เอง มากกว่าการผลิตเชิงพาณิชย์ แต่ความรู้เรื่องการผลิตเริ่มแพร่หลายมากขึ้น
ค.ศ. 1791 จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมสบู่
นิโคลัส เลอบลังก์ นักเคมีชาวฝรั่งเศส พัฒนาและจดสิทธิบัตรวิธีการผลิต โซดาแอช (Sodium carbonate) จากเกลือ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำสบู่ สูตรนี้ช่วยลดต้นทุนและทำให้การผลิตสบู่เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง
ค.ศ. 1850 เป็นต้นมา สบู่กลายเป็นสินค้าสำคัญระดับสากล
ในศตวรรษที่ 19 สบู่กลายเป็นสินค้าครัวเรือนที่พบได้ทั่วไปมากขึ้นในยุโรปและอเมริกา โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลเริ่ม ยกเลิกภาษีสบู่ ในหลายประเทศ ทำให้สบู่กลายเป็นสินค้าสามัญของประชาชนทั่วไป ความสะอาดกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของชีวิตสมัยใหม่
ปลายศตวรรษที่ 19–ปัจจุบัน วิวัฒนาการต่อเนื่อง
สบู่เริ่มถูกพัฒนาในรูปแบบใหม่ๆ ทั้งสบู่เหลว สบู่ฆ่าเชื้อ สบู่ความงาม สบู่กลีเซอรีน และสบู่ที่เหมาะกับสภาพผิวเฉพาะ ทำให้ “สบู่” ไม่ได้เป็นแค่ของใช้ในห้องน้ำ แต่กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทในด้านสุขภาพและความงาม
แล้วประเทศไทยล่ะ? สบู่เข้ามาในไทยเมื่อไร?
ข้อมูลจากนักประวัติศาสตร์ระบุว่า ประเทศไทยเริ่มรู้จักสบู่ในช่วงต้นสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเชื่อกันว่าสบู่ถูกนำเข้ามาครั้งแรกในช่วงรัชกาลที่ 3–รัชกาลที่ 4 จากการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ สบู่ในยุคนั้นยังมีลักษณะเป็นก้อนและใช้ในกลุ่มขุนนางหรือชนชั้นสูงเท่านั้น ต่อมามีการผลิตในประเทศมากขึ้น และกลายเป็นของใช้ประจำบ้านทั่วไปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
สมัยก่อนคนไทยใช้อะไรอาบน้ำ?
ก่อนมีสบู่ คนไทยโบราณมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการชำระร่างกาย เช่น
การใช้ขมิ้น ไพล และสมุนไพร ตำหรือบดผสมน้ำ
การใช้น้ำซาวข้าว ที่มีฤทธิ์ล้างคราบมัน
การใช้ดินสอพองและดินขาว เพื่อขัดผิว
หรือแม้กระทั่ง การใช้น้ำเปล่าล้างตัวร่วมกับใบไม้บางชนิด
จากสูตรพื้นบ้านสมัยบาบิโลน สู่โรงงานอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 และกลายเป็นของใช้ประจำวันในศตวรรษที่ 21 สบู่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของมนุษยชาติในเรื่องสุขภาพ ความสะอาด และวัฒนธรรมการใช้ชีวิตได้อย่างชัดเจน