รู้จักรหัส N, W, C ตัวอักษรหลังเบอร์รองพื้น เลือกให้ถูก หน้าไม่ลอย

รู้จักรหัส N, W, C ตัวอักษรหลังเบอร์รองพื้น เลือกให้ถูก หน้าไม่ลอย

รู้จักรหัส N, W, C ตัวอักษรหลังเบอร์รองพื้น เลือกให้ถูก หน้าไม่ลอย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คุณเคยซื้อรองพื้นมาแล้วพบว่าสีที่เลือกมาไม่เข้ากับผิวเลย ทั้งที่ลองทาบนหลังมือแล้วก็ดูพอดี? ปัญหานี้เป็นสิ่งที่คนรักการแต่งหน้าหลายคนต้องเคยเจอ ซึ่งสาเหตุหลักไม่ได้อยู่ที่ "ความเข้ม" ของสีรองพื้นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "อันเดอร์โทน" (Undertone) ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวอักษรปริศนาหลังเบอร์รองพื้นนั่นเอง

บทความนี้จะพาคุณไปไขความลับของตัวอักษร N, W, C เหล่านี้ เพื่อให้คุณเลือกซื้อรองพื้นที่เหมาะกับสีผิวของคุณได้อย่างแม่นยำที่สุด

เบอร์รองพื้นบอก "ความเข้ม" แล้ว "อักษร" บอกอะไร?

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเราเลือกรองพื้น เราจะสังเกตที่ ตัวเลข ซึ่งเป็นตัวบอกระดับ "ความเข้มของสีผิว" (Depth) เช่น เบอร์ 10, 20 หรือ 150 ที่แสดงถึงระดับความสว่างหรือความเข้มของเฉดสี

แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ตัวอักษร ที่ตามหลังตัวเลข ซึ่งเป็นตัวบอก "อันเดอร์โทน" (Undertone) หรือสีผิวชั้นในของเรา ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้รองพื้นกลืนไปกับผิวและไม่ทำให้หน้าดูเทาหรือลอย

รู้จักรหัส N, W, C หลังเบอร์รองพื้น

ตัวอักษรที่พบบ่อยที่สุดและมีความหมายที่สำคัญ ได้แก่

  • N = Neutral (โทนกลาง): เหมาะสำหรับคนที่มีผิวสองสี คือมีทั้งสีเหลืองและชมพูผสมกันในปริมาณที่สมดุล รองพื้นรหัส N จะไม่เน้นไปทางโทนใดโทนหนึ่ง ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ
  • W = Warm (โทนอุ่น): เหมาะสำหรับคนที่มีผิวอมเหลืองหรืออมทอง ซึ่งเป็นอันเดอร์โทนที่พบบ่อยมากในคนไทยและชาวเอเชีย รองพื้นรหัส W จะมีเม็ดสีเหลืองเป็นหลัก
  • C = Cool (โทนเย็น): เหมาะสำหรับคนที่มีผิวอมชมพูหรืออมแดง ซึ่งมักเป็นคนผิวขาวมาก รองพื้นรหัส C จะมีเม็ดสีชมพูหรือแดงเป็นหลัก

นอกจากนี้ ยังมีตัวอักษรอื่น ๆ ที่มีความหมายคล้ายกันแต่ใช้ในบางแบรนด์

  • Y (Yellow) หรือ G (Golden): ใช้แทน W (Warm) สำหรับผิวโทนเหลือง
  • P (Pink) หรือ R (Red): ใช้แทน C (Cool) สำหรับผิวโทนชมพูหรือแดง

ทำไมต้องใส่ใจ "อักษร" มากกว่า "ตัวเลข" ของรหัสรองพื้น

การเลือกอันเดอร์โทนที่ผิดอาจทำให้รองพื้นดูไม่เป็นธรรมชาติแม้ว่าจะเลือกความเข้มที่ถูกต้องแล้วก็ตาม เช่นว่า

หากคุณมีผิวอมเหลือง (โทน W) แต่ไปเลือกใช้รองพื้นที่มีอันเดอร์โทนชมพู (โทน C) เม็ดสีชมพูจะไปตัดกับความเหลืองของผิว ทำให้หน้าดูหมองคล้ำหรือเทา

ในทางกลับกัน หากคุณมีผิวอมชมพู (โทน C) แต่ไปใช้รองพื้นโทนเหลือง (โทน W) หน้าของคุณก็จะดูซีดและไม่สดใส

ดังนั้น การเลือกอันเดอร์โทนให้ตรงกับสีผิวจริงจึงสำคัญที่สุด

เทคนิคหา "อันเดอร์โทน" ของตัวเอง

ก่อนจะไปช้อปรองพื้น ลองเช็กอันเดอร์โทนของตัวเองได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • ดูสีเส้นเลือดที่ข้อมือ: หากเส้นเลือดของคุณมีสีเขียวชัดเจน แสดงว่าคุณมีอันเดอร์โทนแบบ Warm หากมีสีน้ำเงินหรือม่วง แสดงว่าคุณมีอันเดอร์โทนแบบ Cool แต่ถ้าดูไม่ออกว่าสีอะไรชัดเจน แสดงว่าคุณมีอันเดอร์โทนแบบ Neutral
  • ดูสีเครื่องประดับที่ใส่: หากคุณใส่เครื่องประดับสีทองแล้วผิวดูสว่างและเข้ากันได้ดี แสดงว่าคุณมีอันเดอร์โทนแบบ Warm หากใส่เครื่องประดับสีเงินแล้วดูดีกว่า แสดงว่าคุณมีอันเดอร์โทนแบบ Cool

เมื่อคุณรู้รหัสลับเหล่านี้แล้ว ครั้งต่อไปที่เลือกซื้อรองพื้น คุณจะไม่ต้องคาดเดาอีกต่อไป เพราะคุณสามารถเลือกรองพื้นที่สร้างผิวที่สมบูรณ์แบบและเป็นธรรมชาติได้อย่างมั่นใจ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล