สัญญาณเตือนพฤติกรรมทำตัวเหมือน”แม่ Mothering" ทำคนรักอึดอัดไม่รู้ตัว

สัญญาณเตือนพฤติกรรมทำตัวเหมือน”แม่ Mothering" ทำคนรักอึดอัดไม่รู้ตัว

สัญญาณเตือนพฤติกรรมทำตัวเหมือน”แม่ Mothering" ทำคนรักอึดอัดไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ความรักที่มาพร้อมกับการดูแลเอาใจใส่เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นสำหรับทุกความสัมพันธ์ แต่บางครั้งความรู้สึกเหล่านี้ก็อาจเลยเถิดไปจนกลายเป็นพฤติกรรมที่เรียกว่า "Mothering" ซึ่งหมายถึงการแสดงบทบาทที่ "ทำตัวเหมือนแม่" หรือผู้ปกครองกับคนรักมากเกินไป โดยไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะทำร้ายอีกฝ่าย แต่มาจากความหวังดีที่อาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ในระยะยาวได้ การสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้จะช่วยให้คุณและคนรักสามารถปรับตัวและสร้างความสัมพันธ์ที่สมดุลมากขึ้น

สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังทำพฤติกรรม "Mothering" โดยไม่รู้ตัว

  • คุณรู้สึกว่าต้องคอยดูแลทุกเรื่องในชีวิต: ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ เช่น การปลุกให้ตื่นไปทำงาน, การเตรียมอาหารและของใช้ส่วนตัวให้ทั้งหมด, การคอยตามจู้จี้ว่ากินข้าวหรือยัง หรือกลับบ้านดึกไหม คุณรู้สึกเหมือนกับว่าหากไม่มีคุณอยู่ อีกฝ่ายจะใช้ชีวิตได้ลำบาก
  • คุณตัดสินใจแทนคนรักในเรื่องที่ควรตัดสินใจเอง: เช่น การเลือกเสื้อผ้าให้, การตัดสินใจเรื่องการใช้จ่ายเงิน, การเลือกสถานที่ท่องเที่ยว หรือแม้แต่การบอกว่าอีกฝ่ายควรจะคบเพื่อนคนไหน ซึ่งการกระทำเหล่านี้ทำให้คนรักของคุณขาดโอกาสในการตัดสินใจด้วยตัวเองและกลายเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง
  • คุณเข้าไปแก้ไขปัญหาให้ทันทีโดยไม่ปล่อยเขาทำเอง: เมื่อคนรักเจอปัญหา คุณจะรู้สึกว่าต้องรีบเข้าไปช่วยเหลือทันที คุณเชื่อว่าเขาหรือเธอไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง การทำเช่นนี้ทำให้คนรักของคุณไม่สามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้
  • หงุดหงิดเมื่อเขาไม่ทำตาม: การชมเชยเมื่อทำสิ่งที่คุณต้องการ หรือแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อไม่เป็นไปตามที่คุณคาดหวัง พฤติกรรมนี้ทำให้ความสัมพันธ์ขาดความเท่าเทียมกันและสร้างความอึดอัด
  • ความสัมพันธ์ของคุณขาดความโรแมนติกและอารมณ์ขันแบบคู่รัก: เมื่อคุณแสดงบทบาท "แม่" กับคนรักมากเกินไป ความสัมพันธ์จะกลายเป็นแบบ "แม่-ลูก" แทนที่จะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รักที่เท่าเทียมกัน ทำให้ความโรแมนติกและความตื่นเต้นในความสัมพันธ์ลดลง

ผลกระทบของพฤติกรรม "Mothering"

  • ทำให้อีกฝ่ายขาดความรับผิดชอบ: เมื่อมีคนคอยดูแลและแก้ไขปัญหาให้ตลอดเวลา อีกฝ่ายจะไม่เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง
  • สร้างความอึดอัดและความขัดแย้ง: ไม่มีใครชอบให้ใครมาควบคุมชีวิต การถูกดูแลที่มากเกินไปอาจทำให้คนรักรู้สึกอึดอัดและอยากได้พื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น
  • ลดคุณค่าในตัวเอง: การถูกมองว่าไม่สามารถดูแลตัวเองได้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไร้ความสามารถและขาดความมั่นใจ
  • ความสัมพันธ์ไม่สมดุล: เมื่อบทบาทของคนสองคนไม่เท่าเทียมกัน ความสัมพันธ์ก็จะไม่มั่นคงและไม่ยั่งยืน

วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่สมดุล

หากคุณและคนรักสังเกตเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้ ลองนำวิธีต่อไปนี้ไปปรับใช้

  • สื่อสารกันอย่างเปิดอก: พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาว่าพฤติกรรมบางอย่างทำให้รู้สึกอย่างไร และตั้งขอบเขตความสัมพันธ์ให้ชัดเจน
  • ส่งเสริมการพึ่งพาตัวเอง: ให้โอกาสอีกฝ่ายได้ลองทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง และให้กำลังใจเมื่อเขาหรือเธอทำสำเร็จ
  • เคารพในพื้นที่ส่วนตัว: ให้ความเคารพในพื้นที่ส่วนตัวและอิสระของกันและกัน ไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวจนมากเกินไป
  • ปรับเปลี่ยนบทบาท: มองอีกฝ่ายเป็น "คู่ชีวิต" ที่เท่าเทียมกัน และร่วมกันเป็นทีมที่ดูแลกันและกัน ไม่ใช่การที่ฝ่ายหนึ่งทำหน้าที่ดูแลทั้งหมด

อาการ Mothering ในความสัมพันธ์ไม่ได้เกิดขึ้นจากเจตนาร้าย แต่เป็นพฤติกรรมที่มาพร้อมกับความรักและความห่วงใยที่มากเกินไป การตระหนักรู้และเข้าใจสัญญาณเตือนเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงและยั่งยืนได้ เพราะความรักที่ดีคือการเติบโตไปด้วยกัน ไม่ใช่การเป็นผู้ปกครองของกันและกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล