รู้ไว้จะได้ระวัง! เผยผลไม้ที่มีส่วนของสารไซยาไนด์ กินมากเสี่ยงอันตราย

บางคนอาจไม่รู้ว่าในผลไม้ที่เรากินกันเป็นประจำ มีบางส่วนที่แฝงไซยาไนด์อยู่แบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเมล็ดหรือแกนในที่ดูเหมือนไม่อันตราย แต่หากบริโภคเข้าไปในปริมาณมากหรือบดละเอียด อาจส่งผลร้ายแรงถึงระบบประสาทและหัวใจได้
ไซยาไนด์คืออะไร
ไซยาไนด์ (Cyanide) คือสารพิษที่สามารถรบกวนการทำงานของเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะการหายใจระดับเซลล์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปขัดขวางการใช้ออกซิเจน ทำให้เกิดอาการอ่อนแรง หน้ามืด หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหากได้รับในปริมาณมากอาจถึงขั้นเสียชีวิต
ทำไมผลไม้บางชนิดถึงมีไซยาไนด์?
ในพืชตระกูล Prunus และบางพืชเมล็ดแข็ง มีสารที่ชื่อว่า อะมิกดาลิน (Amygdalin) ซึ่งเมื่อถูกย่อยโดยเอนไซม์ในร่างกายจะสลายเป็นไซยาไนด์โดยเฉพาะเมื่อเคี้ยวเมล็ดหรือบดละเอียด
ผลไม้อะไรบ้างที่มีส่วนของไซยาไนด์
แอปเปิล
- เมล็ดแอปเปิลมีอะมิกดาลิน ซึ่งเมื่อเคี้ยวหรือบดละเอียดจะปล่อยไซยาไนด์
- ปริมาณใน 1-2 เมล็ดไม่เป็นอันตราย แต่อย่ากินจำนวนมากหรือให้เด็กเคี้ยว
พีชและลูกพลัม
- เมล็ดแข็งของผลไม้ในตระกูลนี้ เช่น ลูกพีช, พลัม, แอปริคอต มีสารตั้งต้นของไซยาไนด์
- ห้ามบดหรือเคี้ยวเมล็ดโดยเด็ดขาด
เชอร์รี
- เมล็ดเล็กแต่เข้มข้น หากแตกหรือเคี้ยวอาจปล่อยสารพิษ
- เปลือกและเนื้อไม่มีปัญหา แต่เมล็ดควรหลีกเลี่ยง
มะม่วงบางสายพันธุ์
- เมล็ดมะม่วงบางชนิดอาจมีไซยาไนด์เล็กน้อย
อาการที่อาจเกิดขึ้นจากไซยาไนด์
- วิงเวียนศีรษะ
- หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
- หายใจหอบหรือขาดอากาศ
- อาจหมดสติหากได้รับในปริมาณมาก
คำแนะนำในการกินผลไม้ให้ปลอดภัยจากไซยาไนด์
- ไม่เคี้ยวหรือบดเมล็ดผลไม้ที่มีเปลือกแข็ง
- หลีกเลี่ยงการให้เด็กเล็กกินผลไม้ทั้งเมล็ด
- ล้างผลไม้ให้สะอาด ลดสารเคมีตกค้าง
- หากกินน้ำผลไม้โฮมเมด อย่าใส่เมล็ดลงไปปั่น
สรุป
แม้จะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ แต่การกินโดยไม่ระวังหรือการอยากรู้อยากลองกิน อาจเสี่ยงรับไซยาไนด์โดยไม่รู้ตัว รู้เท่าทันและหลีกเลี่ยงส่วนที่อาจเป็นอันตราย เช่น เมล็ดหรือแกนกลางของผลไม้บางชนิด จะช่วยให้คุณกินผลไม้อย่างอร่อยและปลอดภัย
อ่านเพิ่ม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

