ประโยชน์ของแตงโม ด้านสุขภาพและข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนกิน!

แตงโม (Watermelon) คือผลไม้ฉ่ำน้ำที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี จัดอยู่ในวงศ์แตง (Cucurbitaceae) เช่นเดียวกับฟักทองและแตงกวา ด้วยรสชาติหวานฉ่ำและคุณสมบัติช่วยดับกระหายคลายร้อน ทำให้เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในฤดูร้อน
แตงโมมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักสูงถึง 92% นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย

คุณค่าทางโภชนาการของแตงโม (ต่อ 100 กรัม)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนถึงคุณประโยชน์ของแตงโม นี่คือตารางสรุปคุณค่าทางโภชนาการโดยประมาณต่อแตงโม 100 กรัม:
| สารอาหาร | ปริมาณโดยประมาณ (ต่อ 100 กรัม) |
|---|---|
| พลังงาน | 30 กิโลแคลอรี่ |
| น้ำ | 91.45 กรัม |
| คาร์โบไฮเดรต | 7.55 กรัม |
| น้ำตาล | 6.2 กรัม |
| ใยอาหาร | 0.4 กรัม |
| โปรตีน | 0.61 กรัม |
| วิตามิน C | 8.1 มิลลิกรัม |
| วิตามิน A (R.A.E.) | 28 ไมโครกรัม |
| โพแทสเซียม | 112 มิลลิกรัม |
| แมกนีเซียม | 10 มิลลิกรัม |
| ไลโคปีน | ประมาณ 4,532 ไมโครกรัม |
ประโยชน์ของแตงโม ด้านสุขภาพที่ควรรู้
แตงโมไม่เพียงแค่ให้ความสดชื่น แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่น:
- ให้ความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย: ด้วยปริมาณน้ำที่สูงมาก แตงโมจึงเป็นผลไม้ที่ดีที่สุดในการช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ: แตงโมเป็นแหล่งของไลโคปีน ซึ่งเป็นสารที่ให้สีแดงสดใสและมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ และอาจลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก
- บำรุงหัวใจและหลอดเลือด: นอกจากไลโคปีนแล้ว แตงโมยังมีสาร Citrulline ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็น Arginine ได้ สารทั้งสองชนิดนี้ช่วยในการผลิตไนตริกออกไซด์ ซึ่งช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น และอาจช่วยลดความดันโลหิตได้
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: แตงโมมีวิตามินซีสูง ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อได้ดีขึ้น
- ดีต่อระบบขับถ่าย: มีใยอาหารในปริมาณพอเหมาะ ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารและป้องกันอาการท้องผูก
- บำรุงสายตา: วิตามินเอในแตงโมมีบทบาทสำคัญในการบำรุงสุขภาพดวงตา และช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับดวงตา
- ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ: Citrulline ในแตงโมยังอาจช่วยลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อหลังจากการออกกำลังกายได้อีกด้วย
- ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก: แตงโมมีแคลอรี่ต่ำและมีน้ำมาก ทำให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
ข้อควรระวังในการกินแตงโม
แม้แตงโมจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังและอาจมีโทษได้หากรับประทานมากเกินไปหรือในบางกรณี:
- น้ำตาลสูง: แตงโมมีรสหวานและมีน้ำตาลธรรมชาติค่อนข้างสูง ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ และผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดก็ควรระวัง
- ท้องเสีย/ปัญหาทางเดินอาหาร: การรับประทานแตงโมในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องอืด หรือปวดท้องได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีระบบย่อยอาหารที่บอบบาง
- โพแทสเซียมสูง: แตงโมมีโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากได้รับมากเกินไปในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้
- สารเคมีตกค้าง: หากซื้อแตงโมที่ไม่ได้รับการปลูกแบบอินทรีย์ อาจมีความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้างจากยาฆ่าแมลง ดังนั้นควรเลือกซื้อแตงโมจากแหล่งที่เชื่อถือได้และล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน
- ไม่ควรทิ้งไว้หลังหั่น: แตงโมที่หั่นแล้วควรรับประทานทันที หรือเก็บในตู้เย็นในภาชนะที่ปิดสนิท ไม่ควรทิ้งไว้นอกตู้เย็นนานๆ เพราะอาจทำให้เน่าเสียและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย
- ผลข้างเคียงกับยาบางชนิด: แตงโมอาจมีผลข้างเคียงกับยาบางชนิด เช่น ยาลดกรดหรือยาเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์หากรับประทานยาประจำ
ไขข้อสงสัยความเชื่อเกี่ยวกับแตงโม: จริงหรือไม่?
แตงโมเป็นผลไม้ที่มีเรื่องเล่าและความเชื่อต่างๆ มากมาย เรามาดูกันว่าข้อสงสัยเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่
แตงโมมีฤทธิ์เย็นจริงหรือไม่?
- ตอบ: ตามหลักการแพทย์แผนไทยและจีน แตงโมจัดเป็นผลไม้ที่มี "ฤทธิ์เย็น" หรือ "หยิน" ซึ่งหมายถึงมีคุณสมบัติช่วยลดความร้อนในร่างกาย ดับกระหาย และช่วยขับปัสสาวะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการร้อนใน หรือต้องการปรับสมดุลร่างกายในสภาพอากาศร้อน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแนวคิดตามศาสตร์การแพทย์ทางเลือก ไม่ใช่การแพทย์แผนปัจจุบัน
กินแตงโมช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ?
- ตอบ: "จริง" แตงโมมีแคลอรี่ต่ำมากและมีปริมาณน้ำสูง ทำให้เมื่อรับประทานแล้วจะรู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนาน ช่วยลดความอยากอาหารและลดปริมาณการบริโภคอาหารโดยรวม อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักต้องอาศัยการควบคุมอาหารโดยรวมและการออกกำลังกายควบคู่กันไป การกินแตงโมอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ผอมลงได้
กินแตงโมก่อนนอนดีไหม?
- ตอบ: "ไม่แนะนำ" แม้แตงโมจะมีประโยชน์ แต่การกินผลไม้ที่มีน้ำมากก่อนนอนอาจทำให้ต้องลุกไปปัสสาวะบ่อยครั้งในเวลากลางคืน ซึ่งรบกวนการนอนหลับพักผ่อน นอกจากนี้ ปริมาณน้ำตาลธรรมชาติในแตงโมก็อาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้ ควรเว้นระยะห่างจากการรับประทานแตงโมก่อนนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง
สรุป
แตงโมเป็นผลไม้ที่ให้ทั้งความสดชื่นและคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกาย ตั้งแต่การให้ความชุ่มชื้น การบำรุงสายตาและหัวใจ ไปจนถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม การบริโภคอย่างเหมาะสมและคำนึงถึงข้อควรระวังต่างๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากแตงโมได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย อย่าลืมเลือกซื้อแตงโมที่สดใหม่และเก็บรักษาให้ถูกวิธี เพื่อให้ได้ลิ้มรสความอร่อยและคุณค่าของแตงโมอย่างแท้จริง
อ่านเพิ่ม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

