โรคไบโพลาร์

โรคไบโพลาร์
นสพ.มติชน

สนับสนุนเนื้อหา

รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตชี้ป้าก่อคดีจับ 2 หลานโยนคอนโดฯ 9 ชั้น ดับสยองก่อนฆ่าตัวตาย ป่วย"โรคไบโพลาร์" เผยอาการเดียวกับดาราสาวฮอลลีวู้ด"ซ่าร่า คอนเนอร์"นางเอกคนเหล็ก ขณะที่ชาวไทย 6 แสนคน ก็เป็น ยืนยันแพทย์รักษาง่ายหายเร็วด้วยการออกกำลังตามโปรแกรม ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ข้อมูล สศช.ระบุคนไทยป่วยโรคเครียดพุ่ง นพ.อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุการณ์เศร้าสลด น.ส.อนุธราจับหลาน 2 คนโยนลงจากคอนโดฯและฆ่าตัวตายตาม ว่า ผู้ตายป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์แปรปรวนชนิดซึมเศร้าและครื้นเครง ซึ่งดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง ซาร่า คอนเนล นางเอกสาวจากภาพยนตร์เรื่องคนเหล็ก ที่ออกมายอมรับกับสังคมว่าเธอป่วยเป็นโรคนี้มา 20 ปี แต่สามารถรักษาให้หายได้ โดยเธอได้ทำตามโปรแกรมของแพทย์ คือ ออกกำลังกายอย่างเข้มงวด อาทิตย์ละ 3 วัน ครั้งละ 30 นาที ส่วนผู้ตายคือป้าของหลานทั้ง 2 คนนั้น เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญาและโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นมากว่า 10 ปี และมีอาการดีขึ้น "แต่ขณะเกิดเหตุผู้ตายดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์เข้าไปด้วยจึงยิ่งทำให้โรครุนแรงขึ้น และขอเตือนว่าถ้าใครป่วยเป็นโรคนี้ต้องห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารที่ผสมกาเฟอีนทุกชนิด และเท่าที่วิเคราะห์ผู้ตายรายนี้ไม่ได้ทำไปเพราะอารมณ์โกรธ แต่ทำไปเพราะซึมเศร้า สงสาร กลัวว่าต่อไปหลานจะไม่ดูแล" นพ.อภิชัยกล่าว รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวด้วยว่า ประเทศไทยมีประชากร 60 ล้านคน มีผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า 6 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยด้วยโรคไบโพลาร์ 1% คือ 600,000 คน แต่โรคนี้ไม่ได้รุนแรงเพราะเป็นโรคที่รักษาง่ายและหายเร็ว บางคนหายเป็นปกติก็กลับมีสติปัญญาที่ดี สามารถทำงานทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ เพียงแต่จะต้องไม่ดื่มแอลกอฮอล์และกาเฟอีนร่วมด้วยเท่านั้น สำหรับครอบครัวของผู้ตายนั้นทางกระบวนการของสาธารณสุขต้องเข้าไปดูแลช่วยเหลืออยู่แล้ว "สำหรับสถิติการฆ่าตัวตายในสังคมไทยนั้น พบ 1.30 ชั่วโมงต่อ 1 ราย ส่วนสาเหตุหลักคือเป็นโรคซึมเศร้า และถูกกระตุ้นด้วยปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว ฯลฯ ทำให้เกิดการตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นจะไม่สูงและยังมีวิธีป้องกันได้ โดยเบื้องต้นให้สังเกตคนใกล้ตัวว่ามีอาการซึมเศร้าหรือไม่ คือในช่วง 1-2 สัปดาห์จะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมคือ ซึมเศร้า เก็บตัว ไม่คบหาสมาคม ไม่ทำกิจกรรมอื่น นอนไม่หลับ บางรายเริ่มแต่งชุดดำ ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงจุดสุดขีดของคนเป็นโรคนี้แล้ว ให้ญาติพี่น้องและคนใกล้ชิดเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและนำไปพบแพทย์" นพ.อภิชัยกล่าว นพ.อภิชัยกล่าวว่า จากตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ระบุว่า มีผู้ป่วยโรคเครียดเข้ารับคำปรึกษาจากโรงพยาบาลเพื่อขอรับคำปรึกษาทางจิตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะโครงการ 30 บาทคุ้มครองผู้ป่วยจิตเวชแล้ว และยังมองว่าการขอรับปรึกษาไม่ได้ชี้ว่าตัวเองเป็นโรคประสาท ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีเนื่องจากสามารถบำบัดช่วยเหลือได้ตั้งแต่ต้น ส่วนจังหวัดที่มีผู้ฆ่าตัวตายมากที่สุดแต่ก่อนเคยเป็นลำพูน แต่ปัจจุบันพบว่าเป็นจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ด้าน พ.ต.อ.ศรีโรจน์ เตชะมีเกียรติชัย นายแพทย์งานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงกรณีที่มีการฆ่าตัวตายและทำร้ายตัวเองบ่อยครั้งในช่วงนี้ว่า คนที่คิดฆ่าตัวตายในทางจิตวิทยาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ ๐ กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มที่เคยคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งพบได้บ่อย ๐ กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่พยายามฆ่าตัวตาย ๐ กลุ่มที่ 3 กลุ่มฆ่าตัวตายสำเร็จ ผลการศึกษาในต่างประเทศพบว่าคนที่คิดฆ่าตัวตายเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน โดยคนที่มีประวัติว่าครอบครัวหรือคนใกล้ชิดฆ่าตัวตามสำเร็จ ก็จะมีความเสี่ยงสูงที่คนนั้นจะฆ่าตัวตายสำเร็จด้วย นอกจากนี้พบว่าเพศหญิงเป็นเพศที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงกว่าเพศชาย แต่พบว่าเพศชายมีเปอร์เซ็นต์ในการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงกว่า ขณะที่คนโสดก็มีเปอร์เซ็นต์ฆ่าตัวตายมากกว่าคนที่มีคู่ครอง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนที่มีคู่ครองนั้นชีวิตสมรสดีหรือไม่ พ.ต.อ.ศรีโรจน์กล่าวว่า"โดยสรุปแล้วปัจจัยที่ทำให้คนมีความคิดฆ่าตัวตายเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักคือ ปัจจัยทางด้านร่างกาย ที่หากร่างกายอ่อนแอภาวะโรครุมเร้ากลายเป็นโรคเรื้อรัง จะเป็นสาเหตุให้คนฆ่าตัวตายได้ ประกอบกับหากได้รับสารออกฤทธิ์ทางประสาทเข้าไปด้วยก็จะทำให้ฆ่าตัวตายได้ง่ายขึ้น ปัจจัยทางด้านจิตใจ ซึ่งเป็นภาวะที่คนรู้สึกอ่อนแอจากความผิดหวังเรื่องความรัก การงาน เศรษฐกิจ ปัจจัยด้านสังคม จากการไม่ยอมรับของสังคม" พ.ต.อ.ศรีโรจน์กล่าวต่อว่า ที่คลีนิคจิตเวชและยาเสพติดโรงพยาบาลตำรวจ จะมีคนไข้มีอาการทางจิตพยายามฆ่าตัวตามมารักษาเป็นประจำ เฉลี่ยสัปดาห์ละ 4-5 ราย ส่วนใหญ่พยายามทำร้ายตัวเองด้วยการกินยาเกินขนาด โดยกลุ่มวัยรุ่นจะมีมากที่สุด รองลงมาคือวัยทำงานและคนชรา ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นจะมีช่วงอายุตั้งแต่ 12 ปี จนถึง 20 ปีต้นๆ สาเหตุที่ฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังในเรื่องความรัก ทะเลาะกับแฟน ความสัมพันธ์กับคนรักไม่ราบรื่น ถูกบอกเลิก จนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ขณะที่วัยทำงานจะประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ โดนไล่ออกจากงาน งานไม่สำเร็จ หรือกระทั่งความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนเจ้านาย ส่วนวัยชราจะมีปัญหาภาวะโดดเดี่ยว เศร้าซึม รวมทั้งโรครุมเร้า จนทำให้คิดฆ่าตัวตาย