วัย 25 อัพกับ...ริ้วรอยแห่งวันเวลา

วัย 25 อัพกับ...ริ้วรอยแห่งวันเวลา
โรงพยาบาลยันฮี

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่ว่าเทคโนโลยีความงามจะก้าวหน้าไปไกลเพียงใด แต่เรื่องของริ้วรอยก็ยังคงเป็นความกังวลที่สำคัญสำหรับผู้หญิงเราอยู่ดีละค่ะ ใครที่รู้ตัวว่าอยู่ในวัย 25 อัพแล้ว ก็ขอเชิญชวนให้ตามกันมาติดๆ ณ บัดนี้ค่ะ ... ริ้วรอยบนใบหน้านั้นจะเกิดขึ้นแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังทั้งชั้นนอกและชั้นใน โดยปกติแล้วจะเริ่มตั้งแต่เมื่ออายุล่วงเข้าวัย 25 ขึ้นไปแล้ว โดยจะปรากฎเริ่มแรกแถวๆรอบดวงตาก่อน และจะเพิ่มมากขึ้นและลึกขึ้นเรื่อยๆ ตามวันเวลาที่ผ่านไป เมื่อพูดถึงเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า ใครๆก็คงคิดว่ามันทำให้เราดูมีอายุและแก่ก่อนวัยแต่สถานเดียว แต่จริงๆแล้ว ริ้วรอยในบางจุดที่เกิดขึ้น ก็มีความดีอยู่ด้วยตรงที่ช่วยเสริมสร้างในเรื่องบุคลิกภาพ ดังนี้เขาจึงแบ่งริ้วรอยออกเป็น 2 ประเภทดังนี้ ... ประเภทแรกคือ ริ้วรอยที่รับได้ ( acceptable wrinkles ) ได้แก่ รอยตีนกา ร่องแก้ม และรอยที่เกิดจากการยิ้ม ซึ่งทำให้เราดูใจดี โอบอ้อมอารี หน้าตาอิ่มเอิบมีความสุข แต่ริ้วรอยประเภทนี้จะเกิดขึ้นชั่วคราวเมื่อแสดงกิริยาหรืออารมณ์ อีกประเภทหนึ่งคือ ริ้วรอยที่รับไม่ได้ ( unacceptable wrinkles ) ได้แก่ ริ้วรอยบริเวณรอบริมฝีปาก หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รวมไปถึง ริ้วรอยใต้ตา ซึ่งสองตำแหน่งหลังนี้ มักเกี่ยวข้องกับความเครียดและความวิตกกังวล ทำให้ดูแก่กว่าวัย และเป็นรอยที่เกิดขึ้นถาวร ลักษณะของริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดขึ้นในช่วงอายุต่างๆ ... ปลาย 20 ... เริ่มมีริ้วรอยบางๆ ที่ใต้ตา และมีริ้วรอยรอบๆดวงตาที่เกิดจากการยิ้ม 30 ต้นๆ ... มีริ้วรอยบางๆ รอบดวงตาลึกขึ้น และรวมตัวกันชัดเปิดเป็นรอยเหี่ยวย่น ปลาย 30 ... เกิดรอยเหี่ยวย่นรอบๆ ดวงตา หน้าผาก และระหว่างคิ้วเพิ่มมากขึ้น มีรอยเหี่ยวย่นรอบริมฝีปาก มีรอยเหี่ยวย่นใต้ตาและร่องแก้มหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก 40 ขึ้นไป ... ปรากฏรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา ริมฝีปาก หน้าผาก และระหว่างคิ้ว มีรอยเหี่ยวย่นจากการหย่อนคล้อยของผิวหน้า และมีเส้นริ้วรอยที่ลำคอ ส่วนสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก็อย่างที่เราทราบๆ กันดีว่า มีอยู่ 3 ประการ ได้แก่ รังสี UV จากแสงแดด ความเครียด และ วัยที่เพิ่มขึ้น โดยสองปัจจัยแรกนั้น เราสามารถป้องกันได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารป้องกันรังสี UVA และ UVB รวมไปถึงการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเอง แต่ปัจจัยที่สามนั้น เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ สำหรับริ้วรอยที่เกิดจากวัยที่เพิ่มขึ้นนั้น มีการศึกษาวิจัยพบว่า เกิดจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่ ... 1. การผลัดเซลล์ผิวที่ช้าลงของผิวหนังชั้นบน ที่ส่งผลให้ผิวดูแห้งกร้าน สูญเสียความยืดหยุ่นจนเกิดเป็นริ้วรอยบางๆขึ้น 2. ปริมาณของคอลลาเจนในผิวชั้นในลดลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น จึงทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย 3. คุณภาพความสมบูรณ์ของคอลลาเจนในผิวชั้นในเสื่อมลง ทำให้ผิวไม่เรียบเนียน คอลลาเจนมีความสำคัญต่อผิวอย่างมาก นักวิจัยด้านความงามจึงพยายามคิดหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่นโดยเน้นไปที่คอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของผิวชั้นในมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และพบว่า สิ่งที่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณภาพและปริมาณของคอลลาเจนในผิวหนังชั้นใน ได้แก่ DHEA หรือฮอร์โมนแห่งความสาว ( youth hormone ) และปฏิกิริยา Glycation ของโครงสร้างคอลลาเจน เจ้าสองสิ่งนี้คืออะไร มาทำความรู้จักกันสักนิดค่ะ DHEA ( Dehydro - Epi - Androgen ) หรือ ฮอร์โมนแห่งความสาว ก็คือ ฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมหมวกไต เป็นฮอร์โมนสำคัญที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระบบฮอร์โมนเพศของผู้หญิง เช่น การรักษาระดับเอสโตรเจน และควบคุมการทำงานของเอนไซม์ เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น ฮอร์โมน DHEA ในร่างกายจะมีปริมาณน้อยลงตามธรรมชาติ ทำให้เกิดการกระตุ้นเอนไซม์ที่ไปทำลายการสร้างตัวของคอลลาเจน ส่งผลกระทบให้ปริมาณของคอลลาเจนในชั้นผิวลดลง ผิวหนังชั้นในจึงบางลง และสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดเป็นริ้วรอยบนผิวหนังที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ส่วน ปฏิกิริยา Glycation ก็คือ การที่กลูโคสทำปฏิกิริยากับโปรตีนในคอลลาเจน และทำให้โครงสร้างของคอลลาเจนเปลี่ยนไป โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอก เช่น รังสี UV ความเครียด และวัยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป โดยปกแล้ว คอลลาเจนในผิวหนังชั้นในที่สุขภาพดี จะมีลักษณะนุ่มและยืดหยุ่นได้ดี แต่เพราะปฏิกิริยา Glycation นี้เองที่ทำให้ความสมบูรณ์หรือคุณภาพของคอลลาเจนลดลง คอลลาเจนที่มีโครงสร้างเปลี่ยนไป จะมีความแข็งกร้านและไม่ยืดหยุ่น ส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดเป็นริ้วรอยเหี่ยวย่น

เรื่องล่าสุดของหมวด ความงาม

ดูหมวด ความงาม ทั้งหมด