Signor Sassi

Signor Sassi
ChicMinistry

สนับสนุนเนื้อหา

ในย่าน Knightbridge อันเก่าแก่ของลอนดอน ผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนรสแท้แบบคลาสสิคย่อมต้องเสาะแสวงหาโอกาสมารับประทานร้านเก่าแก่ชื่อดังอย่างซินยอร์ ซาสซี่ ที่เปิดบริการในเมืองหลวงของสหราชอาณาจักรแห่งนี้มาเกือบ 30 ปี และขึ้นชื่อด้วยความพิถีพิถันในการนำวัตถุดิบที่ดีเลิศจากทั่วโลก โดยเฉพาะจากประเทศอิตาลีมาใช้ในการปรุงอาหารชั้นเลิศให้คนที่ชื่นชอบในรสชาติอิตาเลียนแท้ๆ ได้รับประทานกันมาหลายรุ่น

 

ข่าวดีคือว่า ร้านดังที่ว่าได้ฤกษ์บินตรงมาสู่มหานครของไทยเราเป็นที่เรียบร้อย และเสิร์ฟอาหารเหมือนกับร้านที่ลอนดอนทุกประการ เราเริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยจานเด็ด Avocado Bernado ที่ประกอบด้วยเนื้ออโวคาโดที่สุกกำลังดี หวานมันฝานบางๆ โอบล้อมมากับเนื้อล็อบสเตอร์ กุ้งสแกมปี้ และกุ้งทะเล ราดด้วยซอสค็อกเทลคลาสสิค จานนี่แบ่งกันทานสองคนกำลังดี เพราะว่าไม่หนักมาก หรือหากวันไหนอยากทานอาหารวิตามินเยอะและอิ่มแบบเบาๆ ก็ขอแนะนำค่ะ

Signor Sassi

จานต่อไปยังคงเป็นแอนติปาสตี คือ เมล่อนและพาร์ม่าแฮม จานนี้คนที่ชอบอาหารอิตาเลียนคงต้องสั่ง แม้ว่าจะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นล้ำโลก แต่ความล้ำเลิศของรสชาติมาจากคุณภาพของวัตถุดิบที่คัดเลือกมาอย่างดี เนื้อเมล่อนหวานชุ่มตัดกับความเค็มปะแล่มและหอมเป็นธรรมชาติของพาร์ม่าที่ถูกเฉือนมาอย่างบางเป็นกระดาษ ติดมันนิดๆ โดยรอบอร่อยมากที่สุด

Signor Sassi

มาที่ร้านนี้ต้องห้ามพลาดสปาเก็ตตี้ล็อบสเตอร์ ที่เขียนประกาศไว้บนเมนูเลยว่าเป็นอาหารจานที่ดังที่สุดของร้าน ไม่ว่าจะไปทานที่สาขาไหนก็ตาม แนะนำว่าหากอยากทานสปาเก็ตตี้ล็อบสเตอร์อร่อยๆ ก็ต้องที่ซินยอร์ ซาสซี่ เท่านั้น ความอร่อยอยู่ที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่นำมาปรุงรวมกัน โดยเฉพาะซอสมะเขือเทศที่เป็นซอสประจำชาติอิตาเลียน จะให้ดีเค้าว่าจะต้องทำจากมะเขือเทศที่แก่สุก ไม่ใช่บ่มสุก และปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม เพราะว่าจะได้ความหวานหอมอย่างไม่มีใครเหมือน สปาเก็ตตี้ล็อบสเตอร์มาชุ่มฉ่ำด้วยซอสมะเขือเทศ แถมยังมีเนื้อล็อบสเตอร์สดเด้งได้รับรสชาติจากทะเลที่ทานแล้วไม่ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย

Signor Sassi

เราค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่อาหารจานหลัก เราลองสั่ง Pollo Lucullo หรืออกไก่สอดไส้ผักโขมพร้อมเนยกระเทียมชุบเกล็ดขนมปังป่นละเอียดทอด ที่เชฟภูมิใจมากๆ มาลอง จานนี้รสชาติเนียนๆ แต่หอมอร่อยด้วยรสชาติที่เสริมกันของส่วนผสมที่แสนจะลงตัว เนื้อนุ่มๆ ของไก่และความเนียนของผักโขมรวมทั้งเนยรสกระเทียมหอมมันเป็นรสชาติอร่อยคลาสสิค มารับประทานที่นี่ได้แล้ว ไม่ต้องขึ้นเครื่องบินไปไหนไกลเลยค่ะ ส่วนเมนคอร์สของเราก็คือ Tornedo ‘Rossini’ หรือสเต็กฟิลเลต์ที่ย่างมาพอสุกแต่ไม่แข็ง เสิร์ฟบนขนมปังกรอบพร้อมกับตับห่านและซอสไวน์แดงเมเดียร่า ที่หอมละมุนและเป็นคอมบิเนชั่นของรสชาติที่ลงตัวมากๆ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานกับไวน์แดง

Signor Sassi

ส่วนของหวานนั้น ที่นี่มีหลายอย่างภูมิใจเสนอ จะมีอะไรคลาสสิคไปกว่าทีรามิสุ (มาชิ้นเบิ้มถูกใจคนนักรักของหวานๆ) หรือจะทดแทนรสชาตินั้นด้วยทิรามิสุไอศรีมรสชาติเข้มข้น ทานแล้วหยุดยากก็ยังได้ วันไหนมีนัดสำคัญหรือมีเหตุเพียงอยากทานของอร่อยคลาสสิคของซินยอร์ ซาสซี่ มาได้เลยไม่ต้องขึ้นเครื่องบิน เพราะเปิดทุกวัน ทั้งมื้อกลางวันและเย็น พิเศษมากๆ สำหรับมื้อกลางวันเพราะมีบิซิเนสลันช์ ราคาเป็นกันเอง เริ่มต้นที่ 450-650 บาท ++ สามารถเลือกได้จากเมนูสตาร์ทเตอร์ เฟิร์สคอร์ส และเมนคอร์ส ผสมผสานกันได้ตามใจไม่มีจำกัด แนะนำว่าให้ทานชุดใหญ่เพราะคุ้มค่าที่สุด แล้วอย่าลืมเก็บท้องเผื่อไว้สำหรับอาหารหวานที่เพิ่มจากราคาเซ็ตเพียง 150 บาทเท่านั้น

Signor Sassi ชั้น 37 โรงแรมอนันตรา สาทร เปิดทุกวัน มื้อกลางวัน 12.00-14.30 น. และเย็น 18.00-23.00 น. โทร. 02-210-9011 หรือ www.signorsassi.co.uk และ www.facebook.com/signorsassibkk

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!