วิธีการดูแลกายใจ - สอนลูกให้ปลอดภัยจาก COVID-19

วิธีการดูแลกายใจ - สอนลูกให้ปลอดภัยจาก COVID-19

บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด จัดโครงการ Plasmacluster Health Classroom by SHARP (พลาสม่าคลัสเตอร์ เฮลธ์ คลาสรูม บาย ชาร์ป)  สร้างห้องเรียนสุขภาพออนไลน์ ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ ในยุค COVID-19 ผ่าน 4 คุณหมอหลากหลายความเชี่ยวชาญ ส่ง 2 อีพีแรกให้ความรู้พ่อแม่เตรียมพร้อมรับมือสถาการณ์ COVID-19 โดยได้รับความร่วมมือจาก พญ.ณัฏฐา วรชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด และพญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม เจ้าของแฟนเพจชื่อดังอย่าง หมอเสาวภา เลี้ยงลูกเชิงบวก ให้ความรู้และวิธีการดูแลสุขภาพ แนะนำวิธีการสื่อสารกับลูก รวมไปถึงวิธีการดูแลสุขภาพใจของเด็กในยุคที่ต้องปรับตัวเมื่อต้อง Study from Home

 

โดย พญ.ณัฏฐา วรชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด เปิดเผยว่า "สถานการณ์ระบาดของโรค COVID-19 ที่ผ่านมาคงทำให้หลายคนกังวลใจ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในช่วงอายุแรกเกิด - 5 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ภูมิคุ้มกันยังไม่พัฒนาเต็มที่ โดยวิธีการดูแลและเตรียมความพร้อมในการป้องกันตนเองให้เด็ก ๆ ปลอดภัย มีดังนี้

1.ให้ความรู้โดยไม่ขู่ หรือทำให้ลูกกลัว เด็ก ๆ จะมีความเครียดและความกังวลไม่ต่างจากผู้ใหญ่ เมื่อได้รับข้อมูลจากสื่อและคนรอบข้างเกี่ยวกับความน่ากลัวของ COVID -19 มากจนเกินไป อาจทำให้เด็กเกิดความกลัว เครียด ไม่อยากทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่กล้าไปโรงเรียน ไม่กล้าออกจากบ้าน ซึ่งคำแนะนำจากคุณหมอ คือให้คุณพ่อคุณแม่อธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจ โดยไม่ขู่ บังคับ หรือทำให้เด็ก ๆ กลัวมากเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อพัฒนาการในระยะยาวของเด็กได้

2.หากลูกหรือเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนป่วย ควรพิจารณาให้หยุดเรียน หากลูกไม่สบาย คุณพ่อคุณแม่ควรให้หยุดเรียนทันที ขณะเดียวกันเมื่อพบว่าเพื่อน ๆ คุณครู หรือบุคลากรท่านอื่น ๆ ในโรงเรียนมีอาการป่วย ควรพิจารณาให้ลูกหยุดเรียนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 และลดความเสี่ยงที่ลูกจะได้รับเชื้อ

3.สอนเด็ก ๆ ให้ใส่หน้ากากอนามัย การใส่หน้ากากอนามัยให้ลูก อาจจะเป็นงานยากสักหน่อยสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เพราะเด็ก ๆ อาจจะรำคาญและดึงออกไปในที่สุด ซึ่งเรามีเคล็ดลับจากคุณหมอที่ทำให้เด็ก ๆ อยากใส่หน้ากากอนามัยมากขึ้น นั่นก็คือ 1.) สร้างการมีส่วนร่วมโดยให้เด็ก ๆ เลือกสีและลายที่ชื่นชอบ 2.) คุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้างต้องใส่ให้ดูเป็นตัวอย่าง 3.) นอกจากจะใส่ให้ลูกแล้วอย่าลืมใส่ให้พี่หมีหรือตุ๊กตาตัวโปรด 4.) เมื่อลูกทำได้ คุณพ่อคุณแม่ควรมีรางวัลพิเศษให้

4.ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและดูแลตัวเองเบื้องต้น โดยเริ่มตั้งแต่การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในรูปแบบที่เด็ก ๆ จะเข้าใจได้ง่าย โดยให้เด็ก  ๆ กางแขนทั้งสองข้างออก แล้วสอนว่าควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ใครในระยะนี้ เพราะเป็นระยะที่เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายจากอีกคนมาถึงตัวเรา และถ้าหากต้องการไอหรือจามให้ใช้วิธีงอข้อศอกแล้วใช้บริเวณต้นแขนปิดปากแทนการใช้มือ เนื่องจากการใช้มือปิดปากทำให้เชื้อไวรัสที่ออกมาทางน้ำลายติดกับมือ เมื่อไปหยิบจับของใช้รอบตัว ก็จะทำให้ไวรัสไปยึดเกาะบริเวณต่าง ๆ ในวงกว้างขึ้น และเมื่อลูกกลับมาสัมผัส หรือคนอื่น ๆ มาสัมผัสก็จะได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปสู่ร่างกายอีกต่อหนึ่ง และขั้นตอนสุดท้ายคือการสอนล้างมือ โดยการล้างมือที่สะอาดจะต้องล้างทั้งหมด 7 ขั้นตอนในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 20 วินาที หรือเราอาจจะสอนเด็กให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าให้ร้องเพลงช้างหรือเพลง Happy Birthday สองรอบนั่นเอง

ลิงก์ดาวน์โหลดโปสเตอร์สอนล้างมือและภาพวาดระบายสี : https://bit.ly/3eG8TJL

นอกจากสุขภาพกายแล้วเรื่องของสุขภาพใจก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อเด็ก ๆ ที่ต้องปรับตัวในช่วง    COVID-19 ในหลาย ๆ ด้านพร้อมกัน รวมถึงด้านการเรียนการสอนที่เปลี่ยนรูปแบบมาเป็น Study from Home ซึ่งถือว่าเป็นเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบบกะทันหัน อาจจะส่งผลให้เด็ก ๆ เกิดความเครียดได้ ในสถานการณ์นี้พ่อแม่อาจต้องปรับวิธีการปฎิบัติกับลูก รวมไปถึงวิธีการสื่อสารและการสร้างกิจวัตรรูปแบบใหม่ โดย พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ได้แนะนำกิจกรรมและวิธีการดูแลสุขภาพกายและใจของลูกในช่วง Study from Home ดังนี้

  1. สร้างกิจวัตรประจำวันรูปแบบใหม่แทนรูปแบบเดิมให้ลูก เด็ก ๆ จะมีความเครียดจากชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป เช่น ไม่ได้ไปเจอเพื่อน ๆ หรือออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านอย่างเคย แต่เปลี่ยนเป็นเน้นการทำกิจกรรมในบ้านมากกว่า คุณพ่อคุณแม่จึงต้องช่วยสร้างกิจวัตรประจำวันแบบใหม่ให้เกิดขึ้นแทนรูปแบบเก่า โดยคุณหมอแนะนำให้ทำตารางกิจวัตรของลูกให้อยู่ในจุดที่สามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้ลูกเห็นเป้าหมายในแต่ละช่วงเวลา และพาตัวเองไปสู่เป้าหมายได้ เมื่อเด็กคาดการณ์ได้ก็จะคลายความกังวลและรู้สึกมั่นใจขึ้น นอกจากกิจวัตรประจำวันแบบใหม่แล้ว ช่วง Study from Home นี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการเรียนรู้ของเด็กๆ โดยคำนึงถึง แสงสว่างที่พอเหมาะ บรรยากาศที่สงบไม่วุ่นวายจนเกินไป และอากาศที่สะอาดปราศจากกลิ่น และฝุ่นควันที่จะรบกวนการเรียนรู้ของเด็ก ๆ
  2. ไม่ใช้อารมณ์ แต่ใช้วินัยเชิงบวกรับมือลูก ๆ สาเหตุความเครียดของเด็ก ๆ ส่วนหนึ่งอาจมาจากการรับมือของคุณพ่อคุณแม่เองได้เช่นกัน เพราะคุณพ่อคุณแม่เองก็มีความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงและจากการทำงานไม่ต่างจากเด็ก ๆ ทำให้เด็กเกิดความสับสน กลัว กังวล และไม่มั่นคงในอารมณ์ วิธีแก้ไข คือ คุณพ่อคุณแม่เองก็ควรมีตารางกิจกรรมที่ชัดเจนเช่นกัน โดยต้องมีเวลาทำงาน เวลาส่วนตัว และเวลาที่อยู่กับลูก ซึ่งจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่และลูกมองเห็นภาพชัดเจนว่าจะเจอกันในช่วงเวลาใด สิ่งสำคัญอีกประการคือคุณพ่อคุณแม่ต้องรับมือลูก ๆ โดยไม่ใช้อารมณ์ แต่ใช้วิธีพูดจริงทำจริง และอธิบายอย่างมีเหตุผล
  3. หากิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับลูก ระหว่างที่เด็ก ๆ หยุดเรียนอยู่ที่บ้านถือเป็นโอกาสดีที่ทั้งครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน นอกจากจะช่วยลดความเครียดทั้งของลูกและคุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกด้วย โดยระหว่างนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะจัดเวลาเข้าครัวทำอาหารด้วยกันกับลูกๆ จัดให้มีชั่วโมงงานประดิษฐ์ที่ประยุกต์วัสดุเหลือใช้ที่หาได้ง่ายในบ้าน หรือเปลี่ยนงานบ้านให้เป็นเรื่องน่าสนุก เช่น ช่วยกันออกแบบจัดห้องต่าง ๆภายในบ้านด้วยกัน รวมไปถึงกิจกรรมที่สร้างความบันเทิงอย่างการเล่นบอร์ดเกมส์ที่สอดแทรกความรู้ หรือเปิดยูทูบเต้นกับเด็ก ๆ แทนการออกกำลังกาย เป็นต้น

โดยนอกจากการดูแลสุขภาพกายและใจของเด็กตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก ๆ ด้วยเครื่องฟอกอากาศ ชาร์ป ที่มาพร้อมเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ เอกสิทธิ์หนึ่งเดียวจาก ชาร์ป ช่วยสร้างอากาศสะอาด ช่วยยับยั้งไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้ และสลายกลิ่นไม่พึงประสงค์ สร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองว่าลูกจะได้รับอากาศสะอาดเมื่ออยู่ในบ้านอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

ลิงก์ดาวน์โหลดโปสเตอร์สอนล้างมือและภาพวาดระบายสี : https://bit.ly/3eG8TJL

สำหรับท่านที่สนใจ สามารถรับชมรายการ Plasmacluster Health Classroom by SHARP ทั้ง 2 อีพีย้อนหลัง ได้ที่เฟซบุ๊ก Sharp Thai (https://www.facebook.com/OfficialSharpThai/) รวมถึงอีก 2 อีพีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่จะมาให้ความรู้เรื่อง “Work from Home ทำให้เครียดหรือไม่ ปรับตัวอย่างไรเมื่อต้องกลับไปทำงาน” โดย อ.นพ.สมบูรณ์  หทัยอยู่สุข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ และ “New Normal เตรียมพร้อมรับความปกติใหม่หลัง COVID-19” ในแบบฉบับของผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือใหญ่ โดย นพ.ชนาธิป ไชยเหล็ก แพทย์ทำงานด้านควบคุมและป้องกันโรค ตลอดเดือนมิถุนายนนี้