10 ข้ออ้างงดถุง ก่อเรื่องวุ่น

10 ข้ออ้างงดถุง ก่อเรื่องวุ่น
www.mixmagazine.in.th

สนับสนุนเนื้อหา



1.ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นชาย

ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่าแค่การใช้ถุงยางอนามัย มันจะไปทำให้ศักดิ์ศรีของความเป็นชายลดลงตรงไหน บางคนอาจจะกลัวว่าจะถูกล้อ ลองไตร่ตรองและคิดมีสติสักนิด แล้วคุณจะรู้เองว่าสิ่งที่ถุงยางมันครอบลงไปนั้นเป็นเพียงแค่น้องชายคุณเท่านั้น มันไม่ได้ครอบความเป็นชายของคุณสักหน่อย เพราะเชื่อเถอะว่าหลังจากสวมถุงยางอนามัยแล้ว อาวุธคู่กายของคุณก็พร้อมประจัญบานอยู่ดี

2.ใช้แล้วไม่เป็นธรรมชาติ

หลายคนบ่นว่าการใช้ถุงยางอนามัยทำให้ไม่ได้ความรู้สึกเต็มเหนี่ยว จึงไม่ชอบใช้ แต่ปัจจุบันถุงยางมีวิวัฒนาการที่หลากหลาย ขนาดที่ว่าบางแค่ 0.02 มิลลิเมตรก็ยังมี ดังนั้นแล้วความรู้สึกที่ขวางกั้นเพียงแค่นั้นไม่น่าจะทำให้เกิดปัญหาใดๆ ในการจะใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครับ

3.ไม่อยากใช้ เพราะอย่างไรก็ป้องกันโรคไม่ได้

ลองสังเกตคำเตือนที่ข้างกล่องดูได้นะครับ ระบุไว้ว่าเพื่อการคุมกำเนิดหรือป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นมั่นใจได้เลยครับว่าการใช้ถุงยางอนามัยนั้นสามารถคุมกำเนิดและป้องกันโรคได้อย่างแน่นอน แต่ที่มีเสียงลือเกี่ยวกับการใช้ไม่ได้ผล ก็เป็นเพราะใช้อย่างไม่ถูกวิธี บ้างก็นำไปใช้กับน้ำมัน หรือของเหลวอื่นๆ เพื่อให้เกิดการหล่อลื่น แต่ผลกลับทำให้ถุงยางเสื่อมสภาพ รวมไปถึงการเก็บถุงยางไม่ถูกวิธี ซึ่งมีผลทำให้เกิดการฉีดขาด หรือแม้กระทั่งการใช้ด้วยความรุนแรง ก็มีสิทธิ์ทำให้ถุงยางฉีกขาดได้เช่นกัน ดังนั้นอย่าอ้างว่าเพราะป้องกันโรคไม่ได้อยู่แล้วเลยไม่ใส่ เพราะความเป็นจริง ไม่ใส่โอกาสเสี่ยงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าใส่ความเสี่ยงก็ลดลงจนแทบจะเป็นศูนย์

4.ไม่ชอบเพราะมีหลากกลิ่น หลายรส

มีคนบางกลุ่มว่าเข้าไปโน่นครับ บอกว่าที่ไม่ใช้เพราะถุงยางมีหลากกลิ่น หลายรส จนเกินไป เลือกใช้ไม่ถูก หรือบางทีเลือกมาถูก แต่ก็ไม่ชอบกลิ่นนั้นกลิ่นนี้ ทำให้ไม่อยากใช้ ไม่อยากใส่ ข้ออ้างเหล่านี้หมดไปแน่นอนครับ แค่ก่อนใช้ปรึกษากันก่อนว่าชอบสี รส กลิ่น แบบไหน เพราะเหตุผลที่เขาผลิตออกมาหลากหลายก็เพื่อให้คนหันไปใช้ถุงยางกันเยอะๆ ครับ

5.แพ้ถุงยาง

มีเหมือนกันนะครับ ที่บอกว่าใช้ถุงยางแล้วเกิดอาการคันบริเวณที่ใช้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพราะมีอาการแพ้ยางหรือแพ้สารฆ่าอสุจิ แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองครับ มีน้อยมากที่จะแพ้อย่างรุนแรง และหากแพ้ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้การคุมกำเนิดแบบอื่นๆ แต่ถ้าจะให้ดีเปลี่ยนไปใช้ถุงยางที่ทำจากสารโพลี่ยูริเทน และไม่ผสมสารฆ่าอสุจิ (Spermicide) ก็ช่วยได้เหมือนกันครับ

6.ใช้แล้วอีกฝ่ายบอกว่าเจ็บ จึงเลิกใช้

ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าเจ็บในวันนี้กับเจ็บในวันหน้า อันไหนดีกว่ากัน แต่ที่แน่ๆ อาการเจ็บส่วนหนึ่งของฝ่ายหญิงหลังฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัย อาจเกิดมาจากมีสารหล่อลื่นไม่เพียงพอ หรือยังไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะมีเพศสัมพันธ์ หลายคนคงคิดครับว่าแค่สอดใส่เข้าไปให้ได้ก็จบเรื่องจบราว แต่ในความเป็นจริงหากเราค่อยเป็นค่อยไป มีการทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เล้าโลมบ้าง รุกเร้าบ้าง นั่นก็จะช่วยทำให้อาการเจ็บที่เกิดขึ้นหายไปแน่นอน

7.ไม่กล้าซื้อ อายคน

ไม่ได้กำลังทำผิดกฎหมายนะครับ จะอายไปทำไม ค่านิยมแบบนี้ควรที่จะปล่อยให้จางหายไปได้แล้ว ถ้าจะอาย ก็ควรจะอายเรื่องอื่นดีกว่า เพราะมีโฆษณารณรงค์มากมายที่ออกมาให้ยืดอก พกถุง เชื่อเถอะครับว่าหากไม่ป้องกัน แต่กลับต้องไปหาหมอท้องก่อนแต่ง หรือเป็นโรคเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์จะน่าอายกว่านี้ครับ

8.กลัวฝ่ายหญิงจะบอกว่าไม่ไว้ใจ

คำว่าไว้ใจหรือไม่ไว้ใจไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัย เพราะไม่ว่าเราจะไว้ใจกันแค่ไหนก็ตาม หากเกิดผิดพลาดตั้งครรภ์ก่อนกำหนด หรือติดโรคทางเพศสัมพันธ์ขึ้นมาแล้ว ก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ ทำให้เกิดเป็นปัญหาสังคมเหมือนอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นเรื่องแบบนี้อย่าไปคิดเลยว่าเธอจะหาว่าเราไม่ไว้ใจ

9.คุมแบบอื่นก็ได้ ใส่ถุงทำไม

จากงานวิจัยหลายๆ งานทั้งของในและต่างประเทศ ยืนยันตรงกันว่าการคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อได้ดีที่สุดก็คือการใช้ถุงยางอนามัย รวมทั้งการคุมกำเนิดแบบอื่นๆ นั้นไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อได้อีกด้วย ดังนั้นหันมาสวมถุงกันเถอะครับ

10.ฉุกละหุกจริงๆ หาถุงไม่ทัน

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งยิ่งน่าจะต้องพกติดตัวไว้ ไม่เช่นนั้นคงต้องบอกกับตัวเองว่า รักสนุก ทุกข์ถนัด เพราะคุณอาจไม่โชคดีทุกครั้งไป (แต่ก็อย่าหน้ามืดถึงขั้นหันไปคว้าถุงก๊อปแก๊ปมาใช้แทนนะครับ)

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!