How to จัดการกับความรู้สึก "อยากลาออก" จากงาน

How to จัดการกับความรู้สึก "อยากลาออก" จากงาน
Spiceee

สนับสนุนเนื้อหา

ในโลกของการทำงานนั้น มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับที่ทำงานเสียจนไม่อยากจะทำงานต่อ อยากที่จะลาออกแล้ว แต่อยากให้ใจเย็นๆ สักนิด ช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี การหางานทำใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะ ถ้าตัดสินใจผิดทีเดียวชีวิตอาจจะแปรปรวนย่ำแย่ไปเลยก็ได้ ดังนั้นหากมีความคิดอยากลาออกขึ้นมาแล้ว ให้ลองทบทวนตามนี้กันดูก่อนเลยค่ะ




1. หาให้เจอ สิ่งอยากทำให้ออกจากงาน


บางคนอาจจะรู้ต้นตออยู่แล้วว่าเพราะอะไร เราถึงได้รู้สึกแย่หรือเบื่อหน่ายกับการทำงานมากเสียจนอยากจะลาออก แต่บางทีเราก็รู้สึกหรือว่าบ่นอยากลาออกไป โดยที่กำลังรู้สึกแย่แบบรวมๆ อธิบายไม่ถูกว่ามันคืออะไร จึงเหมารวมทั้งความรู้สึกเหล่านั้นว่าเป็นการอยากลาออก โดยที่ไม่แยกประเด็นปัญหาออกมาเสียก่อน เพราะบางครั้งเหตุผลที่อยากลาออกมีแค่เหตุผลเดียว และพอแก้ไขปัญหานั้นได้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากลาออกแล้วก็ได้นะ ดังนั้นลองมานั่งเขียนนั่งทบทวนดูก่อนก็ได้ว่าปัญหาที่มีคืออะไร จะได้ไม่เป็นการอยากลาออกเพียงเพราะหนีปัญหาเท่านั้นด้วย


2. หาเวลาหยุดพักใจ


หากช่วงเวลาที่มีความรู้สึกอยากลาออกไม่อยากไปทำงานแล้ว เราก็มักไม่มีกะจิตกะใจอยากจะทำงานเท่าไหร่นัก ดังนั้นแล้วลองหาวันหยุด ขอลาไม่ไปทำงานสักวันสองวันเพื่อพักผ่อนจิตใจ และทบทวนเรื่องต่างๆ ดู บางทีคุณอาจจะเหนื่อยเกินไป พอได้หยุดพักหายเหนื่อยแล้วก็รู้สึกว่าสามารถกลับมาทำงานต่อได้เหมือนเดิม รู้สึกร่าเริงกระชับกระเฉงมากขึ้นด้วยอีกต่างหาก ลองทำดูก่อนสิว่ามันจะดีขึ้นจริงๆ ไหม


3. ลดความกดดันตัวเอง


ลองทำตัวเหลวไหลดูบ้าง เลิกเครียด เลิกทำตัวมีความรับผิดชอบสูง เลิกรับงานมาทำจนล้นมือ ลองทำงานแบบไม่รู้สึกว่าหนักเกินไป เยอะเกินไป รวมถึงอย่ากดดันเรื่องเวลาด้วย เพราะงานที่เรามีก็ควรทำตามเวลางาน ยกเว้นรีบงานด่วนจริงๆ จึงค่อยเร่งรีบทำให้ทัน แต่การทำตัวเหมือนมีงานด่วนรีบส่งตลอดเวลา จะทำให้คุณต้องเหน็ดเหนื่อยกับงานมากเกินความจำเป็น หากทำไม่ทันก็เก็บวันมาทำต่อวันถัดไป อย่าให้งานมาทำให้เสียเวลาที่เป็นส่วนตัวมากเกิน เพราะเป็นอย่างนั้นบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องรู้สึกแย่สะสมจนไม่อยากทำงานขึ้นมาได้ทั้งนั้นนะ


4. แอบดูตอนคนอื่นทำงาน


ลองหาช่วงเวลาสั้นๆ ในการสังเกตว่าคนอื่นเขาทำงานแบบไหนยังไง โดยเฉพาะคนที่เก่งๆ จัดสรรเวลางานได้อย่างลงตัว เผื่อคุณจะเจอเคล็ดลับดีๆ ที่สามารถเอาไปปรับใช้กับชีวิตของคุณได้ รวมถึงไม่จำเป็นต้องสังเกตแต่เฉพาะในสายงานของตัวเองเพียงอย่างเดียว สายงานอื่นอย่าง พนักงานร้านอาหาร พนักงานส่งของ ที่คุณคอยดูพวกเขาเวลาที่คุณพักกินข้าว หรือหลังเลิกงานก็ได้ แล้วจะค้นพบว่าแต่ละงานต่างก็จะต้องพบเจอกับปัญหาด้วยกันทั้งนั้น อาจจะได้ข้อคิดและแรงบันดาลใจดีๆ กลับมาก็ได้นะ


5. ลองวางแผนหากว่าจะลาออกจริงๆ


ลองสมมติเหตุการณ์ดูได้เลย ว่าถ้าคุณจะลาออกจริงๆ คุณจะต้องทำอะไรบ้าง ทั้งในเรื่องของการหางานใหม่ เป็นงานแบบไหนยังไง ต้องเตรียมอะไรไว้ก่อนบ้าง สามารถสมมติและจินตนาการเอาเองดูได้เลย เพราะว่ามันจะเป็นเสมือนภาพจำลองว่า ถ้าหากคุณลาออกแล้วจริงๆ นั้นจะเป็นอย่างไร อาจจะไม่เหมือนไปซะหมด แต่ก็ใกล้เคียงความจริงอยู่บ้าง คุณจะได้คาดการณ์ไว้ก่อนว่ามันจะเป็นไปทางที่ดีขึ้น หรือว่าหากไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจแล้วจะทำยังไงต่อ ก็จะช่วยในการประกอบการตัดสินใจได้เยอะเลยล่ะ ก็ถ้ามันไม่ดีเท่าไหร่ก็ชักไม่ค่อยอยากลาออกขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะ


6. ลองไปสมัครงานใหม่เผื่อไว้ก่อน


การลองไปสมัครงานใหม่เลย ถือว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับคุณได้นะ ไม่ว่าคุณจะลาออกจริงๆ หรือไม่ก็ตาม การที่ได้ไปลองเขียนใบสมัครงาน สอบข้อเขียน สัมภาษณ์งานอาจจะเปิดโลกทัศน์ เปลี่ยนมุมมองความคิดต่างๆ ให้กับคุณได้ อาจจะทำให้คุณกลับมาคิดไตร่ตรองได้ว่ามันอาจจะยังไม่ถึงเวลา หรือว่าคุณยังไม่พร้อมมากพอสำหรับการเปลี่ยนงานก็ได้ เพราะถ้าคุณพร้อมจริงๆ ก็อาจจะเดินหน้าไปที่แห่งใหม่โดยไม่มีการลังเลไปแล้วล่ะ



ถ้าเมื่อไหร่สับสนว่าตัวเองควรจะลาออกจากงานดีไหม ให้ลองนำคำแนะนำเหล่านี้มาคิดทบทวนกันดูเลยค่ะ คนเราต่างมีเหตุผลที่จะไปและเหตุผลที่จะอยู่ด้วยกันทั้งนั้น แต่ขอให้มันเป็นการตัดสินใจที่จะไม่ทำให้คุณมาเสียใจ หรือเสียดายในภายหลังเอาก็พอแล้วล่ะค่ะ เพราะการเริ่มต้นใหม่กับงานนั้นมีได้เสมอขอเพียงแค่ใจคุณยังสู้ก็พอ