เตาะแตะอยากมีเพื่อนแบบไหนนะ

เตาะแตะอยากมีเพื่อนแบบไหนนะ
นิตยสาร Real Parenting

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่ว่าคนวัยไหนต้องการมีเพื่อนทั้งนั้นแหละค่ะ ยิ่งเป็นเด็กด้วยแล้ว การมีคู่หูที่ดีจะช่วยให้เขาได้เรียนรู้และเติบโตอย่างสมวัยนั่นเอง แล้วลูกวัยเตาะแตะต้องการเพื่อนแบบไหนบ้าง




1. เพื่อนใกล้บ้านก็ต้องเจอแถวบ้านเป็นลูกของเพื่อนบ้าน หรือลูกของเพื่อนเรา ลูกวัย 1-5 ขวบน่าจะได้ประสบการณ์ มีเพื่อนใกล้บ้านสักคนนะคะ

ข้อดีน่ะเหรอ : เพราะนี่เป็นเพื่อนคนแรกที่จะสอนให้ลูกได้รู้ว่าการมีเพื่อน"สนุก" อย่างไร
พ่อแม่ช่วยได้ :ถ้าเป็นไปได้ ควรเริ่มจากเพื่อนที่อายุไล่ๆ กัน เพราะถ้าอายุห่างกันเกินไป เด็กโตกว่าจะยังยั้งมือไม่เป็น อาจทำน้องเล็กเจ็บตัว หรือกลายเป็นรังแกไปได้ ควรจัดให้เล่นในที่ปลอดภัย อยู่ในสายตาของพ่อแม่ ที่สำคัญควรบอกกติกามารยาทให้เด็กๆ ได้รู้ด้วย (แม้ว่ามีโอกาสสูงมากกก...ที่เขาจะไม่รับรู้ด้วย พอเล่นไปได้สักพัก)เน้นว่าแบบสั้นๆ
นะคะ เช่นแบ่งกันเล่นไม่ตีกัน ไม่แย่งกัน
อีกอย่างหนึ่ง ควรคิดถึงเวลาในการเล่นด้วย เป็นวัน-เวลาที่พ่อแม่สะดวกจะดีกว่า เช่น เช้าวันอาทิตย์ และไม่นานเกินไป เด็ก 1-3 ขวบ 30 นาที- 1 ชั่วโมงก็มากแล้ว ถ้าโตกว่านั้นอาจได้นานกว่านั้นเล็กน้อย

2. เพื่อนต่างเพศ หาได้ทุกที่ และเริ่มได้ตั้งแต่ลูกยังเป็นเบบี๋

ข้อดีน่ะเหรอ :ลูกชายของเราก็จะไม่โตมาแบบมองผู้หญิงเป็นมนุษย์ต่างดาวมาจากนอกโลกการมีเพื่อนต่างเพศจะช่วยพัฒนาเรื่องการให้ความเคารพและเข้าใจเพศอื่นให้ลูกมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการดำเนินชีวิตในภายภาคหน้า

พ่อแม่ช่วยได้ : การมีเพื่อนต่างเพศ มีข้อที่พ่อแม่ควรรู้2-3 ข้อ

- แรกสุดคือ ธรรมชาติของเด็ก 2-3 ขวบ หญิงชายก็เล่นกันได้หมด พอได้สัก 4 ขวบนั่นแหละ เด็กๆ ถึงจะเริ่มเลือกเล่นกับเพศเดียวกันมากกกว่าถ้าเริ่มให้ลูกมีเพื่อนต่างเพศได้เร็วย่อมดีต่อการเรียนรู้และความเข้าใจมากขึ้น

- ทั้งคำพูดและท่าทีของผู้ใหญ่ มีอิทธิพลต่อความคิด และทัศนคติในเรื่องเพศของเด็กๆ ทีเดียว เช่น การปักใจและแสดงออกชัดเจนว่า เด็กผู้ชายต้องโหด มัน ฮา เด็กผู้หญิงต้องสวยๆ งามๆ เท่านั้น หรือคิดไปก่อนแล้วว่า ถ้าลูกเราเป็นเด็กผู้ชายคนเดียวในกลุ่ม ปล่อยให้เล่นด้วย เขาจะออกทางเบี่ยงชัวร์ หรือไปได้อีกถึงเรื่องจับคู่ เป็นแฟนกัน พอเห็นเด็กๆ ต่างเพศอยู่ด้วยกัน โอกาสที่เด็กจะได้ประโยชน์จากการมีเพื่อนต่างเพศตั้งแต่เล็ก รวมถึงมีทัศนคติที่เหมาะสมต่อการมีเพื่อนต่างเพศก็น้อยลง

3. เพื่อนรักนักกีฬา เด็กอายุได้ 3 ขวบเป็นต้นไป เป็นวัยที่มีพลังล้นเหลือ ถ้าเขาได้มีโอกาสเจอเพื่อนคนนี้จะดีไม่น้อย เพื่อนคนนี้ก็หาไม่ยากอีกนั่นแหละ ไปสนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ หรือตอนออกไปเตะบอลเล่นหน้าบ้านก็เจอแล้ว

ข้อดีน่ะเหรอ : ถ้ามีคู่หูที่ชอบออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมเล่นนอกบ้าน ลูกเราก็จะได้พัฒนาทักษะใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก (ซึ่งยังจำเป็นกับลูกวัยนี้)ได้สนุกสนานอยู่กลางสนามหญ้า รับอากาศบริสุทธิ์และแสงแดดดีต่อสุขภาพแทนที่จะเสียเวลานั่งอยู่กับทีวีหรือเกมคอมพิวเตอร์ทั้งวัน
พ่อแม่ช่วยได้ :เราเพียงต้องการให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย ยังไม่ต้องจัดเต็มแบบนักกีฬาก็ได้ค่ะ จะเครียดกันไป ลองชวนเล่นเกมง่ายๆ เล่นกันได้ที่สนามหน้าบ้านหรือหลังบ้านอย่าง เตะบอลพลาสติกลิงชิงบอล วิ่งเปรี้ยวฯลฯ เด็กๆ ก็ได้เหงื่อ ได้ปลดปล่อยพลังหัวจรดเท้าแล้วและถ้าเราไม่อยากเป็นกรรมการห้ามมวย ย้ำกติกาเล่นแบบมีน้ำใจกีฬากับเด็กไว้ก่อนเช่น"อยากเล่นสนุก ต้องเล่นด้วยกัน ผลัดกันเล่น ถ้าตีกัน แย่งกัน เจ็บตัวทั้งคู่ หมดสนุกไม่รู้ด้วยนะลูก"เป็นต้น

4. เพื่อนรุ่นพี่ (ต้นแบบ)ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่โตกว่าเล็กน้อย ในชีวิตจริงก็ประมาณลูกพี่ลูกน้อง ลูกของเพื่อนเรา หรือแม้แต่ลูกของพี่เลี้ยงนั่นเอง

ข้อดีน่ะเหรอ : ลูกวัยเตาะแตะจนถึงวัยอนุบาลกำลังอยู่ในช่วงเลียนแบบ ถ้าเขาได้มีเพื่อนรุ่นพี่ที่สุภาพ อ่อนโยน ไหวพริบดี ยามที่เด็กๆ ได้ใช้เวลาด้วยกัน ลูกของเราย่อมจะได้เห็นตัวอย่างนิสัยดีๆ และซึมซับไปด้วยหรือกรณีมีลูกคนเดียว ถ้ามีเพื่อนรุ่นพี่นิสัยดีๆ เขายังมีโอกาสเรียนรู้เรื่องการทำงานเป็นทีม ช่วยเหลือและแบ่งปันกัน ถ้ามีโอกาสลูกของเราควรได้มีเพื่อนอย่างนี้สักคนนะคะ
พ่อแม่ช่วยได้: เพราะลูกวัยเตาะแตะกับเด็กที่โตกว่ามีพัฒนาการและความสนใจต่างกัน แต่ปัญหานี้จะหมดไปได้เพียงแค่คุณช่วยหากิจกรรมกลางๆ ที่เด็กทุกวัยทำไปด้วยกันได้ในแบบของตัวเองค่ะ เช่น วาดภาพ ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน หรือแป้งโดห์

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!