5 สิ่งที่มนุษย์เมียและพ่อบ้านใจกล้าต้องเลี่ยง เมื่อเกิดเหตุต้องทะเลาะกันหลังแต่งงาน

5 สิ่งที่มนุษย์เมียและพ่อบ้านใจกล้าต้องเลี่ยง เมื่อเกิดเหตุต้องทะเลาะกันหลังแต่งงาน
HappyWedding

สนับสนุนเนื้อหา

การใช้ชีวิตคู่เป็นสามีภรรยากันบางครั้งมักไม่ราบเรียบเอาเสียเลย เราอาจเคยได้ยินว่าชีวิตหลังแต่งงาน อาจจะไม่เหมือนเดิมจากตอนที่เป็นแฟนกัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาอยู่บ้านเดียวกัน ก็เหมือนลิ้นกับฟันอยู่ใกล้กันตลอดเวลา เพราะก็ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ปะปนกันไปตามรูปแบบของชีวิตคู่หลังแต่งงานเมื่อเป็นสามีภรรยากัน โดยปัญหาเล็กๆ ก็อาจจะแค่งอนกัน ไม่พูดกันบ้าง แต่เดี๋ยวก็ปรับความเข้าใจกันได้เอง หรือบางรายก็ปล่อยผ่าน กลายเป็นการสะสมปัญหาไปเรื่อยๆ รอวันที่จะขุดคุ้ยขึ้นมา พฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าปัญหามันเกิดขึ้นมาแล้ว จะทำอย่างไรให้เกิดกันปะทะกันน้อยที่สุด สิ่งนี้ต่างหากที่สำคัญ Happy Wedding.Life 5 สิ่งที่มนุษย์เมียและพ่อบ้านใจกล้าต้องเลี่ยง เมื่อเกิดเหตุทะเลาะกันหลังแต่งงานมาฝาก ลองตั้งคำถามดูว่า คุณอยากเลิกหรืออยากคืนดี ถ้าคำตอบคือคืนดี อ่านแล้วเตือนตัวเองว่า อย่าทำ! เด็ดขาด

ขุดเรื่องอดีต

ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเป็นนักโบราณคดีจอมขุดหรือยังไง ทำไมขุดเก่งเหมือนกำลังหาของเก่าสมัยกำเนิดไดโนเสาร์กันเลยทีเดียว ยิ่งเป็นฝ่ายภรรยา ถือว่าเป็นความความสามารถส่วนตัวของผู้หญิงเลยก็ว่าได้ เมื่อโกรธขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ขุด คุ้ย แคะเรื่องเก่าๆ ที่ผ่านมาเป็นชาติแล้ว ออกมาพูดซ้ำๆ ย้ำ อะไรผ่านแล้วก็แล้วกันไป ยิ่งขุดยิ่งคุ้ยจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายเอือมระอา ทำให้ชีวิตคู่หลังแต่งงานเกิดปัญหา และความรักที่คุณเคยมีให้แก่กันก็มีแต่จะลดน้อยลงไปกว่าเดิม แม้บางครั้งเรื่องที่ทะเลาะกันอยู่นี้ เกิดจากเรื่องเก่าที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ใจก็อยากจะยกเรื่องเก่ามาอ้างอิงเสียเหลือเกิน อย่าลืมค่ะ ว่าเรื่องนั้นมันจบไปแล้ว เปล่าประโยชน์สุด ๆ ทะเลาะแลกเปลี่ยนอารมณ์กันเฉพาะเรื่องไปดีกว่า

อย่าขุดเรื่องอดีต

 

เที่ยวโพสผ่านโซเซียล

ก็รู้ว่ายุคสมัยนี้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นเสมือนสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว ยิ่งมีช่องทางการติดต่อสื่อสารกันผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ หลายช่องทางทำให้รับรู้ข่าวสารได้อย่างรวดเร็วขึ้นซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อเป็นเรื่องของชีวิตคู่หลังแต่งงาน เรื่องของสามีภรรยาไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คนนอกที่ไม่รู้จักเราได้รับรู้ เคยได้ยินไหมว่าความในอย่านำออก ฉันใดก็ฉันนั้น ทะเลาะกันสองคนไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวโพสต์ให้โลกรู้ จะบอกว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวมันใช่เรื่องเพราะอะไรที่โพสต์ไปแล้วบนโซเชียมีเดียล้วนไม่มีคำว่าส่วนตัว เว้นแต่จะปิดกั้นข้อความเอาไว้  เพราะนอกจากอาจเจอผู้ไม่หวังดีแล้ว ยังเป็นการไม่ให้เกียรติคนรักอีกด้วย และที่สำคัญ แมวขโมยที่จ้องจะกินปลาของคุณ อาจฉวยโอกาสนี้ย่องมากินก็ได้ 

 

โซเชียลบางทีก็ทำให้แย่ลงได้

ทำเป็นเงียบหนีปัญหา

การเงียบไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดีเลย โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ของชีวิตคู่หลังแต่งงาน เพราะปัญหามันไม่ได้หายไปกับสายลมหรอกนะคะ อย่าเงียบหรือเดินหนีไปเวลาที่พวกคุณทะเลาะกัน อย่าปล่อยให้ปัยหามันหยุดชะงัก อย่าเริ่มต้นที่จะเงียบ แทนที่จะปรับความเข้าใจกัน อย่าทำเหมือนไม่แคร์ แล้วปล่อยให้ฝ่ายสามีง้อภรรยาก หรือปล่อยให้ภรรยามาง้อสามีเอง เพราะถ้ายิ่งทำแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ มันจะยิ่งทำให้คิดว่าคุณไม่ให้ความสำคัญกับเขา สุดท้ายแทนที่จะกลบมาดีกันเหมือนเดิมกลับทำให้ความรักเริ่มมีรอยร้าว และความเงียบไม่ใช่อาวุธ แค่เป็นเครื่องมือแก้เผ็ดอีกฝ่ายหนึ่งมากกว่า คิดดูว่าเมื่อฝ่ายหนึ่งโกรธ อยากหาเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับเงียบ ไม่ยอมพูดยอมจา ยึดคติใช้ความเงียบสงบความเคลื่อนไหว คนที่โกรธอาจถึงขั้นอกแตกตายไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ารักกัน เวลาเกิดปัญหาขึ้นอย่า "เงียบ" เด็ดขาด หันหน้าเข้าหากันดีที่สุด

อย่าเงียบ

ห้ามใช้ความรุนแรง

นี่เรื่องจริงไม่ใช่มิวสิควีดีโอที่จะเห็นของใกล้มือเป็นไม่ได้ต้องขว้างปา ไม่ว่าจะแก้วน้ำ จาน ชาม มันไม่ได้ทำให้เกิดผลดีเลย นอกจากจะเสียของแล้วยังจะเสียคู่ชีวิตอีก คุณก็อาจจะเจ็บตัวด้วย และห้ามใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายกันเด็ดขาด ข้อนี้สำคัญโปรดกาดอกจันไว้สิบดอก เป็นสามีภรรยา ใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว ถึงแม้จะโมโหโทโสกันแค่ไหน อยากจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บแค้นแค่ไหน แต่การทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจเป็นเรื่องที่ให้อภัยกันไม่ได้เลย แค่ทะเลาะกันก็ทำร้ายจิตใจกันมากพอแล้ว ถ้ายิ่งมีการลงไม้ลงมือกันด้วย ยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ไปหมด หันหน้ามาแก้ปัญหากันแบบดีๆ ประเภทที่ใครพูดให้อีกฝ่ายเจ็บแค้นได้มากกว่าเป็นฝ่ายชนะนั้น ไม่น่าใช่ความคิดของคนรักกันเลย

 

ความรุนแรงไม่ใช่ทางออก

 

ท้าให้เลิกกัน

ประเภทปากดี ปากเก่งนี่อยากให้ใช้ความคิดก่อนที่จะพูดอะไรออกมา ต่อให้ทะเลาะกันหนักแค่ไหน ก็อย่าท้าอีกฝ่ายให้เลิกกัน อย่าจบปัญหาทุกอย่างด้วยการขอเลิก หรือท้าทายให้แยกทางกันไป ถ้าพอจะปรับความเข้าใจกันได้อยู่ อย่างน้อยก็อยากให้คุณทั้งคู่ค่อยๆ ปรับความเข้าใจกันก่อน เพราะคนเป็นสามีภรรยากัน อยู่ใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงานกันมานาน ย่อมรู้จักกันและกันมากกว่าคนอื่น เรื่องแบบนี้ควรปรับความเข้าใจกันดีกว่า และบางครั้งการทะเลาะกันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องโต อาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มองข้ามไปได้ปล่อยผ่านไป ยิ่งโมโหก็จะยิ่งทำอะไรลงไปแบบไม่คิด พูดว่าเลิกบ่อยๆ เข้า ถ้าอีกฝ่ายบ้าจี้เลิกจริงๆ คุณจะเสียใจแค่ไหน เพราะการที่คุณคิดว่าบอกเลิกแต่เขาไม่เลิกหรอกเนี่ยพลาดมาเยอะแล้วนะ ฉะนั้นอย่าเผลอหลุดพูดเชียวละ ถ้าไม่คิดจะเลิกจริงๆ

 

 


อย่าบอกว่าเลิก

การใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงานเป็สามีภรรยากันมาหลายปี มันก็ต้องมีเรื่องให้ทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ เพราะความรักมันมาควบคู่กับการทะเลาะกันอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกแก้ปัญหาเหล่นนั้นกันยังไง เลือกที่จะแก้ไขหรือเลือกที่จะยุติความสัมพันธ์ทั้งหมด ถ้าหากมันเป็นเรื่องที่ไม่ใหญ่โตอะไรก็ควรใช้ความเข้าใจและค่อยๆ แก้ปัญหาไปด้วยกันอย่าใช้เพียงอารมณ์มาปิดกั้นเหตุผล และสุดท้ายอย่าบอกเลิกกันโดยเด็ดขาดหากคุณทั้งสองยังรักกันอยู่

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!