ร่างกายแม่หลังคลอด ร่างพังแค่ไหน หลังจากที่คลอดเจ้าตัวเล็ก

ร่างกายแม่หลังคลอด ร่างพังแค่ไหน หลังจากที่คลอดเจ้าตัวเล็ก
th.theasianparent.com

สนับสนุนเนื้อหา

ร่างพังแค่ไหน หลังจากที่คลอดเจ้าตัวเล็ก ร่างกายแม่หลังคลอด แม้ว่าตอนที่ท้องอยู่ๆ ท้องก็โตขึ้นๆ โตขึ้นเรื่อยๆ จนคุณแม่ที่ไม่เคยมีพุง อยากจะกรีดร้องออกมาเป็นภาษากรีก แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลังจากที่คุณแม่คลอดลูกแล้ว พุงส่วนเกินนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะยุบลงไปเสียด้วยซ้ำ

1. มดลูกยังขยายตัวอยู่ 

ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6 อาทิตย์ ก่อนที่จะหดตัวลงไปที่ขนาดก่อนการตั้งครรภ์ นอกจากนี้ยังมีของเหลวส่วนเกินที่ยังตกค้างอยู่ในร่างกายคุณแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงไปค่ะ ร่างกายจะขับออกมาเอง สำหรับกล้ามเนื้อหน้าท้องและผิวหนังที่ถูกยืดออกไปถึง 8-9 เดือน รวมถึงไขมันที่ร่างกายตุนไว้ให้เพียงพอต่อการเลี้ยงลูกขณะตั้งครรภ์นั้น จะค่อยๆ ยุบลงเองในเวลาไม่กี่อึดใจค่ะ

2. เมื่อมดลูกหดตัว

เวลาที่มดลูกกำลังจะเกิดการหดตัวขึ้นนั้น คุณแม่อาจจะรู้สึกว่าเกิดตะคริวกินขึ้นมาอีก แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ อาการเหล่านี้ปกติมาก ลองนึกภาพมดลูกมีขนาดใหญ่ประมาณ 1 กิโลกรัม แล้วค่อยๆ หดลงเหลือประมาณ 2 ออนซ์ดูนะคะ มันก็ต้องมีผลกระทบกับร่างกายบ้างค่ะ หรือประมาณ 4-7 วัน ถ้าปวดจนทไม่ไหว คุณแม่สามารถกินยาแก้ปวดได้นะคะ

ร่างกายแม่หลังคลอดพังแค่ไหน

 
3. เลือดออกแต่ไม่ใช่ประจำเดือน

หลังคลอดคุณแม่อาจจะมีอาการตกเลือดบ้างเป็นปกติค่ะ มันคือของเหลวที่ยังตกค้างอยู่นั่นเอง ระยะเวลาที่เลือดมากๆ จะออกมาจะอยู่ในช่วงระหว่าง 3-10 วันหลังคลอด สิ่งที่ต้องทำคือใส่ผ้าอนามัย ไม่ใช่ผ้าอนามัยแบบสอดนะคะ เลือดที่ออกจะค่อยๆ ลดลงและออกไปอีกอย่างน้อย 2-6 สัปดาห์ค่ะ แต่ถ้าเลือดยังออกมากอยู่ หรือเริ่มนานเกินไปก็ควรรีบไปพบแพทย์นะคะ

4. ระยะเวลาฟื้นตัวของคุณแม่

หากคลอดธรรมชาติจะอยู่ในช่วง 6 สัปดาห์ที่คุณแม่จะมีร่างกายแข็งแรงตามเดิม และจะนานกว่านั้นหากเป็นการผ่าคลอดค่ะ แม้ว่าคุณแม่จะคลอดง่ายมากๆ ร่างกายก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวค่ะ

อาการเลือดออก เจ็บแผล ตะคริวกิน ปวดหลัง เมื่อยล้า เหงื่อออกมาก และผมร่วง เป็นอาการปกติของคุณแม่หลังคลอด

5. ถ่ายหนักถ่ายเบา ลำบากลำบน

เวลาที่คุณแม่ฉี่หรืออึ อาจจะเจ็บได้บ้าง โดยเฉพาะเวลาที่เบ่ง ต้องค่อยๆ เบ่งค่ะ แต่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อแผลเริ่มผสานตัวภายใน 24 ชั่วโมง หลังคลอดคุณแม่ควรจะต้องฉี่ภายใน 6-8 ชั่วโมงเป็นอย่างช้าค่ะ หากยังไม่ปวดให้ดื่มน้ำเยอะๆ ลุกขึ้นมาเดินช้าๆ เพื่อให้ปวดฉี่ และรีบถ่ายหนักให้ออกมาเร็วที่สุดเนื่่องจากหากทิ้งไว้นาน อึจะแข็ง และจะยิ่งเจ็บเวลาเบ่งออกมา

6. จิ๊มิยังเจ็บอยู่

การคลอดลูกและเบ่งเขาออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อาการเจ็บจิ๊มิที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ คุณแม่อาจจะประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด หรือนั่งแช่น้ำสักวันละ 20 นาทีก็ช่วยได้มากขึ้นค่ะ

7. น้ำหนักส่วนเกินที่ยังค้างอยู่

กว่าน้ำหนักของคุณแม่จะขึ้นมาใช้เวลาตั้ง 9 เดือน ดังนั้นการลดน้ำหนักหลังคลอดก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้เพียงแค่ 3-4 เดือนค่ะ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือโฟกัสกับลูกก่อน อย่างเร็วที่สุด น้ำหนักที่ขึ้นมาจะลดลงไปในระยะเวลา 9 เดือนเหมือนกับตอนที่เพิ่มขึ้นมา แต่คุณแม่ส่วนใหญ่ก็ใช้เวลานานกว่านั้น ตราบใดที่คุณแม่กินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้นมลูก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ในที่สุดน้ำหนักส่วนเกินก็หายไปเองค่ะ

วิธีฟื้นฟูร่างกายแม่หลังคลอด

- พักผ่อนให้มากที่สุดอย่างน้อย 10 วันหลังคลอด วิธีง่าย ๆ คือการได้นอนอยู่บนเตียงกับเจ้าตัวน้อยเพื่อพักผ่อน ป้อนนม นอนหลับ และโอบกอดลูกไปพร้อม ๆ กัน

- ดื่มน้ำหลังให้นมลูก ร่างกายของแม่หลังคลอดจำเป็นต้องได้น้ำในจำนวนมากเพื่อที่จะฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด การดื่มน้ำหลังจากการให้นมเพื่อให้หายจากการกระหายน้ำ ช่วยไม่ให้แม่หลังคลอดเกิดภาวะขาดน้ำด้วย

- เติมโปรตีนและผักใบเขียวเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด โปรตีนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการรักษาระดับพลังงานและความเร็วในการฟื้นฟูร่างกายของแม่หลังคลอด ส่วนพวกผักใบเขียวก็อุดมไปด้วยสารอาหารที่จะช่วยให้คุณแม่หลังคลอดมีเรี่ยวแรง

- ออกมาเดินเล่นตากแดด คุณแม่ควรออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้านบ้าง หรือไม่ก็ออกมาเล่นในบ้านบริเวณที่มีแสงแดดอ่อน ๆ ส่องถึง ไม่ใช่เพียงวิตามินดีเท่านั้นที่คุณแม่และลูกน้อยจะได้จากแสงแดด มันยังดีสำหรับกระดูกที่แข็งแรง และมันก็เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม
 
ร่างกายแม่หลังคลอดไม่อาจกลับมาแข็งแรง สวยใส ได้ในเวลาแค่แป๊บเดียว การฟื้นฟูร่างกายแม่หลังคลอดต้องใช้เวลานาน ๆ ทำอย่างต่อเนื่อง แม่ต้องดูแลเรื่องอาหารการกิน ออกกำลังกายหลังคลอด บำรุงผิวพรรณ และหมั่นไปตรวจสุขภาพกับคุณหมอเป็นประจำ เพื่อให้สุขภาพกายและใจของแม่แข็งแรงนะคะ

ที่มา What to Expect

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!