สุดเก๋! รีวิวพิธีแต่งงานแบบคริสต์ ทำเองทุกอย่าง ไม่จ้างออร์กาไนซ์ มีแต่ต้นไม้ก็ชิคได้

สุดเก๋! รีวิวพิธีแต่งงานแบบคริสต์ ทำเองทุกอย่าง ไม่จ้างออร์กาไนซ์ มีแต่ต้นไม้ก็ชิคได้
HappyWedding

สนับสนุนเนื้อหา

ในยุคสมัยนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คนรุ่นใหม่จะจัดงานแต่งและทำทุกอย่างเอง เหมือนอย่าง คุณอ้นและคุณเอ็มม่า เจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงที่เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานแบบคริสต์ ณ โบสถ์ Prince Royal's College ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งขอบอกเลยว่าเป็นงานแต่งที่เรียบง่าย แต่น่ารักและเก๋มากกก ทุกอย่าง! เจ้าบ่าว-เจ้าสาวและคนรอบข้างต่างมีส่วนร่วมสร้างงานแต่งนี้ขึ้นมา จนทำให้อยากรู้เลยว่า "คุณเอ็มม่า" เจ้าสาวคนสวยของเรา เธอมีไอเดียและแนวคิดในการจัดงานแต่งของตัวเองยังไง ทำไมถึงได้ชิค และเป็นตัวเองมากขนาดนี้

"เอ็มอยากจัดงานแต่งที่แสดงออกถึงความเป็นตัวเราเองมากที่สุด เป็นงานแต่งงานที่ทุกคนได้มีส่วนร่วม เลยทำให้เราเลือกที่จะไม่จ้างออร์กาไนซ์ ทุกอย่างภายในงาน ไม่ว่าจะเป็นการ์ดแต่งงาน ของชำร่วย การตกแต่งสถานที่ ชุดแต่งงาน ฯลฯ จะเป็นงานทำมือที่เราคิดเองและลงมือทำกันเองทั้งหมด"

เรื่องมันเริ่มต้นจากการที่เราคิดว่าจะแต่งงานกัน แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แล้วเอ็มกับแฟนเป็นคริสต์เตียนทั้งคู่ มันก็เลยง่าย ไม่ต้องมาดูฤกษ์ยามว่าจะต้องเป็นวันไหน อยากจัดงานแต่งวันไหนก็จัดเลย แล้วเอ็มอยากได้โบสถ์ที่โรงเรียน Prince Royal's College เพราะเห็นแล้วมันสวยถูกใจ ก็เลยลองโทรศัพท์ไปถามเจ้าหน้าที่ว่าเขามีว่างวันไหนบ้างที่เป็นเสาร์อาทิตย์ของทั้งปีนี้ ซึ่งคิวงานของโบสถ์ที่โรงเรียน Prince Royal's College ค่อนข้างจะยาวมาก มีคนมาแต่งงานเยอะมาก พี่เจ้าหน้าที่ที่โบสถ์ให้จองล่วงหน้าไว้ปีนึง เพราะตารางมันแน่นมากจริงๆ แต่พอเราตัดสินใจว่า เราจะแต่งงานกันช่วงนี้แหละ เราก็เลยโทรไปถามที่โบสถ์อีกครั้งว่าวันเสาร์หรืออาทิตย์ภายในปีนี้ยังเหลือวันว่างอีกไหม แล้วพอดีพี่เจ้าหน้าที่เขาบอกว่ามันเหลือว่างวันเสาร์เดียวจากทั้งปี ก็เลยเป็นกำหนดการภายใน 6 เดือน! จากตอนแรกตั้งใจว่าจะเร็วกว่านั้น แต่ถ้าไม่ใช่เสาร์นั้น คือจะต้องรอไปปีหน้าเลย! เราก็เลยได้วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เป็นวันแต่งงานของเราค่ะ

หลังจากนั้นก็บอกคนทำพิธีค่ะ คนทำพิธีเป็นพี่ที่โบสถ์ เพราะว่าคริสเตียนไม่มีบาทหลวง เราก็เลยให้พี่ที่สนิทกันมาช่วยทำพิธีให้ ซึ่งพี่เขาก็มีตารางมาให้ดูค่ะ ว่าอยากเพิ่มตรงไหน หรืออยากตัดตรงไหนมั้ย เพราะพิธีคริสต์เตียนมันค่อนข้างจะยืดหยุ่นกว่าคาทอลิก มันจะไม่มีการบังคับว่าจะต้องทำพิธีนี้ๆ นะ อย่างถ้าเป็นคริสต์เตียนออริจินอลสุดๆ พิธีเต็มขั้นเขาจะต้องมีพิธีล้างเท้า ตามธรรมเนียมไทยต้องไหว้พ่อแม่ คุกเข่า อะไรอย่างเนี่ย มันค่อนข้างยิบย่อยมาก โบสถ์ (และส่วนตัว) เราไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น เราก็เลยเอาแค่พิธีที่เราอยากทำ

กำหนดพิธีการและรายละเอียดต่างๆ ในวันแต่งงาน

พิธีแต่งงานแบบคริสต์

ธีมงานแต่ง

ตอนแรกเราคิดไว้กว้างมาก แต่เอาเข้าจริงๆ มีแค่สีค่ะที่เป็นคอนเซ็ปต์งาน คือเราไปดูที่โบสถ์ แล้วจากนั้นถึงค่อยมาคิดว่าสีไหนจะเข้ากับสถานที่ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องตกแต่งมาก โบสถ์เป็นโทนสีขาว น้ำตาล แล้วก็มีต้นไม่เยอะอยู่แล้ว เราก็เลยคิดว่าไหนๆ ก็มีต้นไม้เยอะ เราก็เลยใส่สีเขียวลงไป คอนเซ็ปต์งานเลยมี 4 สี คือ เขียว ขาว น้ำตาล แล้วก็โทนชมพูแบบเทาๆ ค่ะ

ชุดแต่งงาน

เพื่อนเอ็มที่เป็นเพื่อนเจ้าสาว เขาเรียนแฟชั่นดีไซน์ที่จุฬาฯ แล้วเขาก็อาสาทำชุดให้ พร้อมกับดูชุดเพื่อนเจ้าสาวให้ด้วย แล้วเพื่อนที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวคนนึงก็มาช่วยกันเลือกหลักจากที่ดราฟรูปออกมาแล้ว ก็คือช่วยๆ กันทำ ตอนแรกเขาถามว่าอยากได้แบบไหน เอ็มก็เลยบอกไปว่าเอ็มอยากได้ที่ไม่โป๊ คอปีนหน่อย เพราะสไตล์เพื่อนที่เขาออกแบบให้ เขามาทางสไตล์วินเทจอยู่แล้ว เอ็มก็เลยเอาชุดที่เขาถนัดจะทำเลย เพราะเอ็มคิดว่ามันน่าจะเข้ากับเอ็มได้

ชุดเจ้าบ่าว-เจ้าสาว

เจ้าสาวน่ารักมากก

เพื่อนเจ้าสาว

ของชำร่วยและการ์ดแต่งงานทำเอง

เราอยากให้มีข้อพระคัมภีร์อยู่ในของชำร่วย เผื่อว่าแขกที่ได้รับของชำร่วย เขาจะได้รู้ว่างานแต่งแบบคริสต์เตียนเป็นอย่างไร พระเจ้าเป็นอย่างไร ข้อพระคัมภีร์เป็นอย่างไร  ก็เลยเลือกที่จะทำของชำร่วยเอง โดยเลือกข้อพระคัมภีร์ข้อหนึ่ง สั้นๆ "Love is patient” ซึ่งอธิบายว่า ความรักนั้นเป็นอย่างไร เอ็มมองว่ามันน่าจะเข้ากับยาดมด้วยค่ะ

"ความรักนั้นก็อดทนนาน มีเมตตากรุณา ไม่อิจฉาริษยา ไม่โอ้อวด ไม่หยิ่งจองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิดของคนอื่น ความรักไม่ยินดีเมื่อเห็นคนอื่นทำชั่วแต่ยินดีกับความจริง ความรักปกป้องเสมอ  ไว้วางใจเสมอ มีความหวังเสมอ และทนต่อทุกอย่างเสมอ" (1โครินธ์13:4-8)

มีข้อพระคัมภีร์อยู่ในชำร่วยงานแต่งงาน

"ยาดม" ของชำร่วยสุดครีเอท ที่เจ้าสาวลงมือทำเอง ผสมกลิ่นเอง เพื่อแขกทุกคน

การ์ดแต่งงาน DIY

เหนื่อยเองแต่มีความสุข

การตกแต่งสถานที่

เพราะเราดูโบสถ์ที่ไม่ต้องตกแต่งมากก็สวยอยู่แล้ว แค่เอาต้นไม้มาวางเพิ่ม เปลี่ยนสีพรมจากพรมสีเดงเป็นพรมสีขาว ซึ่งที่โบสถ์เขามีพรมอยู่แล้ว เขาก็เลยเอามาให้ใช้ ส่วนพวกต้นไม้ เอ็มเพิ่งย้ายบ้านหลังจากแต่งงาน แล้วที่บ้านยังไม่มีอะไรเลย ก็เลยคิดว่าถ้าซื้อต้นไม้เป็นกระถางมันจะสามารถนำมาใช้ที่บ้านต่อได้ มันไม่เหมือนดอกไม้ที่ตกแต่งในงานแล้วหลังจากนั้นเราก็ต้องทิ้ง ซึ่งอันนี้ต้องยกเครดิตให้เจ้าบ่าว เขาชอบต้นไม้และเป็นคนคิดไอเดียนี้

โบสถ์ Prince Royal's College

ไอเดียตกแต่งด้วยต้นไม้จากฝีมือเจ้าบ่าว

ค่าใช้จ่ายทั้งหมด

เช่าสถานที่ 10,000 บาท / ตกแต่งสถานที่ 4,720 บาท / ของชำร่วย 7,529 บาท / ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว+ผ้าของเพื่อนเจ้าสาว 11 คน (ค่าตัดเพื่อนออก) 10,000 บาท / ทะเบียนสมรส 100 บาท / การ์ด 915 บาท / ต้นไม้ทั้งหมดในงาน 12,450 บาท / อาหาร 78,800 บาท

จัดเลี้ยงในงาน

ฟิงเกอร์ ฟู๊ด (Finger Food) เลือกเมนูอาหารที่เจ้าสาวชอบ

ถ้ารวมค่าสถานที่และการจัดงานทุกอย่าง จะอยู่ที่ประมาณ 100,000 กว่าๆ ค่ะ เพราะมันจะไปแพงที่ค่าอาหารจัดเลี้ยงในงานแต่งงานตรงนี้จะแพงหน่อย ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะให้พี่ๆ ที่โบสถ์ช่วยๆ กันอบคุ๊กกี้แล้วก็ทำใส่ซองเป็นฟิงเกอร์ ฟู๊ด (Finger Food) แต่คุณแม่เจ้าบ่าวเขาขอไว้ว่าอยากได้ที่เป็นอาหาร ผู้ใหญ่อะเนอะ เราก็เลยตกลงกันครึ่งทางว่าเราขอเป็นแบบฟิงเกอร์ฟู๊ดได้ไหม แต่เป็นฟิงเกอร์ฟู๊ดในรูปแบบอาหาร ทานง่าย แฮปปี้ทั้งสองฝ่ายค่ะ 

สุดท้ายนี้ เจ้าสาวยังมีข้อแนะนำสำหรับคู่รักที่กำลังหาแนวทางจัดงานแต่งงานของตัวเองด้วยว่า "มันเป็นงานของเราสองคนอ่ะเนอะ เอ็มคิดว่างานแต่งที่จ้างคนมาทำให้หมด เราไม่ค่อยได้ออกความคิดเห็นมันก็ดูไม่ใช่งานของเรา คือที่เอ็มไม่จ้างเพราะเอ็มอยากให้พี่ๆ ที่โบสถ์ และเพื่อนๆ ได้มีส่วนร่วม ซึ่งทุกคนก็มีส่วนร่วมจริงๆ และมันเป็นงานแต่ที่เอ็มมีความสุขและมีความหมายกับเราทั้งสองมากๆ"

Credit 

Bride & Groom: Emma Charoensawas บริพัตร เชียงฝาง
Photographer: Thum Arada Chalermphon
Costumes: Kantima Banjobdee
Bouquet: Oneday wallflowers
Catering: The Buffet Catering

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!