คะแนนความอร่อยโดยป้อ มูนู

คะแนนความอร่อยโดยป้อ มูนู
นิตยสาร Gourmet & Cuisine

สนับสนุนเนื้อหา

นับเป็นขวัญใจของชาวไซเบอร์ผู้หิวโหยกันเลยทีเดียว สำหรับสาวตากลมนักชิมตัวแม่ที่ใครๆ ต่างเรียกเธอด้วยชื่อกิ๊บเก๋ว่า "ป้อ มูนู" พิธีกรจากรายการ "แอบอร่อย by ป้อ มูนู" รายการที่จะพาคุณไปชมและชิมอาหารอร่อยๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เมื่อทีมงานมีโอกาสปะทะเพื่อนร่วมวงการ (กิน) แบบนี้ เราจึงไม่พลาดกักตัวเธอพร้อมกับพี่แพร โปรดิวเซอร์รายการเอาไว้ เพื่อสอบสวนวิธีการชิมแบบฉบับ ihere TV ช่องอินเทอร์เน็ตทีวี (เกรียน) แห่งยุคกันเสียหน่อย

 

 

คอนเซ็ปต์ของรายการนี้เรียกว่าน่ารักสุดๆ ด้วยการนำน้องหมาภายใต้การดูแลของสาวป้อมามีส่วนร่วม "ป้อเลี้ยงหมาอยู่สองตัวค่ะ ทั้งคู่มีนิสัยการกินที่แตกต่างกันมาก ตัวแรกชื่อตู๊นู เป็นหมากินเก่งมากถึงมากที่สุด อีกตัวชื่อลามู มีนิสัยเลือกกินมาก (ลากเสียงยาว)"

พี่แพรกระซิบว่า "คอนเซ็ปต์ก็ง่ายมากๆ คืออาหารร้านนั้นน้องหมากินได้หรือเปล่า จนมาเป็นไอเดียเอาชื่อต้นและชื่อท้ายของน้องหมามาเป็นชื่อรายการ (ตู้และนู) ประกอบกับตัวป้อเองก็จะได้มีนัองหมาทำหน้าที่เป็นชาวแก๊ง หรือพูดง่ายๆ คือมีลูกสมุนไปร่วมชิมและให้คะแนนด้วย"

เรามาดูอาหารจานโปรดของสาวป้อกันบ้าง "ป้อกินได้ทุกอย่างนะ ตั้งแต่อาหารข้างทางไปจนถึงแพงๆ แต่ที่ไม่ชอบเลยจะเป็นอาหารจำพวกแป้งที่นำมาทำเป็นอาหารคาวอย่างก๋วยเตี๋ยวหรือพาสตา " แม้สาวนักชิมคนนี้จะหลีกเลี่ยงอาหารแป้ง แต่เห็นทีคงต้องหลีกทางให้กับ Capellini Pasta Marinated Wakame "Tasmanian Abalone" Sautéed Japanese Mushroom พาสตาเส้นบางหน้าตาเรียบหรูจากร้าน Water Library จามจุรีสแควร์ ที่สาวป้อเล่าว่ามีความแตกต่างจากพาสต้าทั่วไปตรงที่พาสตาส่วนใหญ่มักจะแน่นๆ และชุ่มฉ่ำด้วยครีม หรือไม่ก็จะเป็นซอสมะเขือเทศหนักๆ บางครั้งจะมันๆ ในขณะที่เมนูนี้กลับไม่ทำให้รู้สึกอย่างนั้น และที่สำคัญ "ต้องกินให้หมดสถานเดียว"

"พอตักกินปั๊บก็แทบคลั่งเลยค่ะ แบบว่าอยากขอกินคนเดียว วิธีการปรุงของเขาน่าจะไปผัดกับน้ำมันมะกอกผสมกับน้ำมันทรัฟเฟิลเล็กน้อยเพราะป้อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ อีกทั้งน้ำมันมะกอกเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ และการที่เมนูนี้เป็น Cold Pasta จึงไม่ได้ผ่านการผัดจนร้อน คุณภาพของน้ำมันมะกอกจึงยังคงอยู่ ซึ่งพาสตาส่วนใหญ่มักจะมันๆ แต่จานนี้กลับได้ความรู้สึกสดชื่นเพราะต้นหอม จึงเหมาะมากๆ ที่จะกินเป็นมื้อเที่ยงและพร้อมให้เราทำงานต่อในตอนกลางวัน อีกทั้งยังมีสาหร่ายวากาเมะที่มาช่วยตัดความมันได้ดีมาก...

"ถ้าสังเกตให้ดี อาหารจานนี้เป็นอาหารฟิวชัน ด้วยการนำความเป็นอิตาเลียนและญี่ปุ่นมาผสมผสานกัน และแอบมีกลิ่นอายของจีนด้วยการนำหอยเป๋าฮื้อใส่ในสปาเกตตีที่ป้อไม่เคยเห็นที่ไหนเลย แถมยังทึ่งในความสามารถของเชฟด้วยว่าเขาคิดได้ยังไงนี่ เส้นพาสตาก็ลวกมาดี ตรงกลางเส้นจะให้ความรู้สึกกรุบๆ ไม่ต้องปรุงอะไรเลย นับเป็นอาหารที่ครบหมวดหมู่ มีทั้งเนื้อสัตว์และผัก อร่อย สดชื่น และจบในจานเดียว!"

บรรยายมาเสียจนทีมงานแทบน้ำลายหก เราจึงให้เธอนิยามความอร่อยให้ฟัง "ความอร่อยของป้อก็คือ ความชอบส่วนตัวเป็นอันดับแรกบวกกับคิดถึงคนอื่นที่เขามีรสนิยมไม่เหมือนกับเรา ทำนองว่ารสชาติแบบนี้น่าจะมีคนชอบเหมือนกัน เช่น ป้อชอบเค้กเนื้อนิ่ม ป้อก็จะให้ 10 คะแนนเต็ม แต่ป้อก็จะคิดว่าถ้าเค้กนิ่มน้อยกว่านี้คนอื่นก็ชอบเหมือนกัน เค้กร้านนี้ก็จะให้ 10 คะแนนเช่นเดียวกัน เพราะสิ่งที่เราชอบ ใช่ว่าทุกคนจะต้องชอบเหมือนกับเรา"

ถ้าคุณผู้อ่านสนใจอยากชมภาพสนุกๆ ของอาหารอร่อยๆ แบบแอบถ่ายในสไตล์ป้อ มูนู สามารถติดตามได้ที่ www.ihere.tv กันนะคะ แต่ตอนนี้ที่เราอยากเห็นมากที่สุดก็คือ ตู๊นูและลามูตัวเป็นๆ หน้าตาจะเป็นอย่างไรกัน?

 

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!