พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อลูกไปทั้งชีวิต

พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อลูกไปทั้งชีวิต
th.theasianparent.com

สนับสนุนเนื้อหา

พ่อแม่ทะเลาะกัน ต่อหน้าลูก เป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อลูกไปทั้งชีวิต
สามีภรรยาอยู่ด้วยกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน ต้องกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา แต่รู้หรือไม่ว่าการที่ พ่อแม่ทะเลาะกัน ต่อหน้าลูก ส่งผลร้ายต่อลูกยิ่งกว่าที่คิด เพราะการที่พ่อแม่ทะเลาะกัน และแสดงอาการกิริยาที่รุนแรงบ่อย ๆ จะส่งผลกระทบต่อสมองของลูก อีกทั้งยังทำให้ลูกซึมซับพฤติกรรมที่ไม่ดี และอาจกลายเป็น เด็กก้าวร้าว หรือในทางกลับกันก็อาจกลายเป็นเด็กที่ไม่มั่นใจในตัวเองในที่สุด

พ่อแม่ทะเลาะกันส่งผลอย่างไรต่อลูกบ้าง
การทะเลาะกันไม่จำเป็นต้องเป็นการโต้เถียงที่รุนแรง หรือถึงขึ้นใช้กำลัง เท่านั้น แค่การพูดจาถากถาง สบประมาท หรือโต้เถียงกันเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อลูกได้ดังนี้ค่ะ

- เด็กแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ กลายเป็นเด็กก้าวร้าว ชอบใช้กำลัง ชอบรังแกคนอื่น

- เครียด การที่พ่อแม่ทะเลาะกันจะมีฮอร์โมนความเครียดสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาพัฒนาการในระยะยาว

- เด็กมีสภาพอารมณ์ที่ไม่มั่นคง การทะเลาะกันในครอบครัวบ่อย ๆ จะทำให้เด็กรู้สึกกังวล หรือ ไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลา เพราะกลัวพ่อแม่ทะเลาะกัน และมักส่งผลให้กลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตนเอง

- โทษตัวเอง หลายครั้งที่เด็กมักจะรู้สึกว่าปัญหาของพ่อแม่เกิดจากตัวเองยังไม่ดีพอ และโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง

- ขาดทักษะการแก้ไขปัญหา เพราะเด็กจะเรียนรู้แต่การที่พ่อแม่ใช้อารมณ์ใส่กันเท่านั้น แต่ไม่เคยได้เรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง

- มีความผิดปกติทางสมอง เพราะเมื่อเด็กเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันจะส่งผลให้สมองหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลให้สมองทำงานผิดปกติ จนเด็กมีความบกพร่องทางการคิด เช่น การแก้ไขปัญหา การใช้เหตุผล

- ไม่รู้วิธีการเข้าสังคม เพราะเด็กในครอบครัวที่มีปัญหา มักจะเป็นเด็กที่โดดเดี่ยว ขาดความอบอุ่น ทำให้ไม่กล้าที่จะเข้าสังคม หรือบางคนอาจกลายเป็นคนที่กลัวการเข้าสังคมไปเลย


ทำอย่างไรเมื่อพ่อแม่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน

- พูดคุยกันด้วยเหตุผล เลิกใช้อารมณ์พยายามพูดคุยกันด้วยเหตุและผลแทน เพื่อลดการกระทบกระทั่ง (สูดหายใจลึก ๆ แล้วนึกถึงหน้าลูกไว้ค่ะ!!)

- แยกกันไปสงบสติอารมณ์ หากบรรยากาศการสนทนาเริ่มคุกรุ่นแล้ว ให้แยกกันไปสงบสติอารมณ์สักพักแล้วค่อยกลับมาคุยกันใหม่

- คุยกันส่วนตัว หากคิดว่าหลีกเลี่ยงการทะเลาะกันไม่ได้จริง ๆ แยกไปคุยกันอีกห้องไม่ให้ลูกได้ยิน หรือคุยกันตอนที่ลูกหลับแล้ว

- คุยกันผ่านข้อความหรือจดหมาย โดยอาจจะผลัดกันเขียนจดหมายอธิบายเหตุผลของตัวเอง วิธีนี้อาจจะดูไร้สาระและเสียเวลา แต่นี่ถือเป็นวิธีในการลดการกระทบกระทั่งได้ดีที่สุด อีกทั้งขณะเขียน ยังช่วยให้เราใจเย็นลง และยังทำให้เราได้คิดทบทวนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบอีกด้วยนะคะ

- อย่าลืมปลอบลูกด้วย หากเผลอทะเลาะกันต่อหน้าลูกไปแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด คืออย่าลืมเข้าไปปลอบลูก คุยกับลูก โดยอาจจะอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าพ่อกับแม่มีปัญหาเข้าใจผิดกันเล็กน้อย แต่ตอนนี้กลับมารักกันเหมือนเดิมแล้ว เพื่อไม่ให้ลูกขวัญเสีย และที่สำคัญคือพยายามอย่าทำให้ลูกเห็นอีกนะคะ
 

 
อย่าคิดว่าลูกยังเล็กฟังไม่รู้เรื่อง
ถึงแม้ว่าจะยังไม่รู้ความหมายของคำต่าง ๆ แต่เด็กก็สามารถรับรู้ถึงอารมณ์ได้จากน้ำเสียง และก่อให้เกิดความเครียดได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าลูกจะอายุกี่เดือนหรือกี่วัน ก็ไม่ควรทะเลาะกันให้ลูกเห็นเด็ดขาดค่ะ

จำไว้เสมอว่าเมื่อไหร่ที่เรามีเจ้าตัวน้อยเพิ่มมาในครอบครัว การทะเลาะกันของเราจะไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องมีสติ มีเหตุผล ให้มาก ๆ เพราะการกระทำเพียงเล็กน้อยของเรา อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อทั้งชีวิตของลูกเลยนะคะ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ พ่อแม่ทะเลาะกัน