6 วิธีเตรียมตัวถ่ายพรีเวดดิ้ง DIY ให้สวยเหมือนอย่างกับเวดดิ้งสตูดิโอมาเอง

6 วิธีเตรียมตัวถ่ายพรีเวดดิ้ง DIY ให้สวยเหมือนอย่างกับเวดดิ้งสตูดิโอมาเอง
HappyWedding

สนับสนุนเนื้อหา

ต้องบอกเลยว่าช่วงนี้ กระแสถ่ายภาพก่อนแต่งงาน หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ ภาพพรีเวดดิ้ง (Pre Wedding) เป็นกระแสที่ได้รับความนิยมจากบ่าวสาวรุ่นใหม่ในตอนนี้เป็นอย่างมาก เรียกว่าบ่าวสาวเกือบทุกคู่ที่กำลังจะแต่งงานจะต้องถ่ายพรีเวดดิ้งเลยก็ว่าได้ ซึ่งภาพถ่ายพรีเวดดิ้งสวยๆ ที่เราเห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้นั้น ก็มีให้เลือกตั้งแต่ถ่ายพรีเวดดิ้งกับช่างภาพถ่ายพรีเวดดิ้งมืออาชีพในสตูดิโอ ไปจนถึงถ่ายพรีเวดดิ้งกันเองแบบง่ายๆ โดยวิธีหลังนี้อาจจะได้ภาพไม่สวยเท่ากับช่างภาพมือโปร แต่ก็ช่วยบ่าวสาวเซฟงบไปได้ไม่น้อย แล้วการถ่ายพรีเวดดิ้งเองก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดไว้ด้วย แหน่ะ!...อยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะ ว่าถ้าเกิดอยากจะถ่ายพรีเวดดิ้งเองขึ้นมาต้องทำยังไง งั้นไปดูวิธีเตรียมตัวถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยตัวเอง ให้สวยอย่างเวดดิ้งสตูดิโอเขาถ่ายกันเลยดีกว่า

1. คิดแนวคอนเซ็ปต์ภาพที่อยากถ่าย

ก่อนอื่นเลย คุณจะต้องมีแนวคอนเซ็ปต์ภาพพรีเวดดิ้งที่อยากได้ก่อนว่าอยากให้ช่างภาพถ่ายพรีเวดดิ้งออกมาเป็นแบบไหน ซึ่งจะลิ้งกับการหาสถานที่ด้วย อย่างการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งแนวธรรมชาติ แม่น้ำ ทะเล ภูเขา หรือแนว Street เดินเล่นตามถนนหนทางในเมืองกรุง ก็ว่ากันไป แต่แนะนำว่าถ่ายนอกสถานที่อิงธรรมชาติจะสวยสุด เพราะไม่ต้องจัดแสงเหมือนพรีเวดดิ้งในสตูดิโอ ซึ่งอันนั้นต้องใช้ความเป็นมืออาชีพและอุปกรณ์มากพอตัวเลยล่ะ ไม่เหมาะกับพรีเวดดิ้ง DIY แน่นอน


2. หาช่างภาพที่คิดว่าถ่ายพรีเวดดิ้งให้เราได้

ช่างภาพมีหลายสไตล์ ฉะนั้นต้องดูโปรไฟล์หรือแนวการแต่งภาพของช่างภาพก่อนที่จะจ้าง จะได้ไม่มานั่งขัดใจในภายหลัง (ไม่ว่าจะจ้างช่างภาพมืออาชีพหรือเป็นคนกันเองมาถ่ายให้ก็ตาม) พอได้แนวที่ชอบแล้วก็คุยตกลงกับช่างภาพให้เข้าใจ ส่ง reference เป็นไกด์ไลน์ให้ช่างภาพดูว่าเราต้องการสไตล์ไหนได้ยิ่งดี เพราะจะได้เข้าใจตรงกัน ไม่หลุดคอนเซ็ปต์


3. ตะลุยหาสถานที่

สถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งนี่ก็สำคัญไม่แพ้การหาช่างภาพเลย เพราะแค่สถานที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว แล้วจะหาสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งได้จากที่ไหน? อันนี้ก็อยู่ที่บ่าวสาวมีสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งในใจไว้หรือเปล่า ก็หาสถานที่ตามที่เราคิดคอนเซ็ปต์ไว้นั้นแหละ ลองมองหาสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งที่แตกต่างกันไว้ 2-3 ที่ก็ได้ จะได้มีภาพพรีเวดดิ้งหลายๆ อารมณ์ หรือจะเป็นที่เดียวแต่หลายมุมก็ได้ แต่อย่าลืมไปดูสถานที่จริงก็วันถ่ายไว้ด้วยล่ะ จะได้ไปแล้วไม่ผิดหวัง

4. เตรียมชุดและพร็อพให้พร้อม

อีกสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการถ่ายพรีเวดดิ้งก็คือ ชุดแต่งงานสีขาว และ Bridal Veils (เวลคลุมผมเจ้าสาว) นั้นเอง ถ้าเอาแบบที่ง่ายที่สุดแค่มี 2 อย่างนี้ก็เอาอยู่แล้ว หรืออาจจะมีพร็อพอื่นๆ อย่าง ช่อดอกไม้เจ้าสาว ลูกโป่ง หรือพร็อพอื่นๆ นอกจากนี้ด้วยก็ได้ ที่บ่าวสาวต้องเตรียมมาให้พร้อมก่อนวันถ่ายพรีเวดดิ้ง เพื่อที่ภาพพรีเวดดิ้งจะได้มีหลายฟิวและดูหลากหลายอามรณ์มากขึ้น


5. แต่งหน้าทำผมเน้นดูเป็นธรรมชาติ

จริงๆ การถ่ายพรีเวดดิ้งให้ดูเป็นธรรมชาติก็คือการเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้ เราเชื่อว่าไม่มีสาวคนไหน แต่งหน้าเองไม่เป็นแน่นอน อย่างน้อยๆ ก็ต้องรู้จักทาปาก เขียนคิ้ว บ้างล่ะ ฉะนั้น ถ้าเจ้าสาวสามารถแต่งหน้าทำผมเองได้ จะยิ่งช่วยประหยัดงบค่าช่างแต่งหน้าไปเยอะเลย หรือถ้าใครไม่สบาย ใจ ยังไงก็อยากสวยสุด จ้างช่างเลยค่ะ ได้ทุกลุคแน่ไม่ต้องห่วง


6. เป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่หน้ากล้อง

ในวันถ่าย บ่าวสาวมือใหม่อาจจะตื่นเต้นและกลัวการถ่ายพรีเวดดิ้ง การทำอะไรที่ไม่ถนัด กังวลที่ต้องมาโพสท่าโน่นนี่นั้นหน้ากล้อง นอกจากจะออกมาดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติแล้ว ยังส่งผลให้คุณยิ้มแปลกๆ อีกด้วย ฉะนั้น เลิกกังวล ปล่อยตัวให้เป็นตัวเอง แล้วทำให้เหมือนถ่ายรูปเล่นกับคนข้างๆ เทคนิคง่ายๆ อีกอย่างที่ช่วยให้บ่าวสาวที่โพสท่าไม่เก่งถ่ายภาพพรีเวดดิ้งออกมาดูเป็นธรรมชาติที่สุด ก็คือการ snap (ถ่ายโดยที่แบบไม่ได้ตั้งใจโพสท่า) ซึ่งตรงนี้ อยู่ที่ความเป็นมืออาชีพของช่างภาพด้วย 

เป็นอย่างไรบ้างค่ะ พรีเวดดิ้ง DIY ไม่ยากเลยใช่ไหม รู้เทคนิคแล้ว ใครอยากถ่ายพรีเวดดิ้งเองก็เอาไปปรับใช้กันได้เลย หรือถ้าใครไม่ค่อยมีเวลา แค่ปลีกตัวไปแต่งงานก็ยากแล้ว งั้นก็เลือกถ่ายพรีเวดดิ้งกับสตูดิโอเถอะ แพ็กเกจของเวดดิ้งสตูดิโอเดี๋ยวนี้ไม่ได้แพงมาก แถมมีสไตล์ช่างภาพให้เลือกมากมาย จะในสตูดิโอหรือนอกสถานที่ก็สวยหมด ได้อย่างที่ฝัน แถมไม่ต้องเหนื่อยเตรียมทุกอย่างเหมือนถ่ายเองอีกด้วย

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!