กินทุเรียนตอนท้องได้ไหม ส่งผลอะไรกับทารกหรือเปล่า

กินทุเรียนตอนท้องได้ไหม ส่งผลอะไรกับทารกหรือเปล่า
th.theasianparent.com

สนับสนุนเนื้อหา

ทุเรียน เป็นผลไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็น ราชาแห่งผลไม้ เพราะทั้งรสชาติ และกลิ่นที่เย้ายวน อีกทั้งยังมีสารอาหารที่ประโยชน์มากมายซ่อนอยู่ แต่ถ้าตั้งครรภ์อยู่ล่ะจะเป็นอย่างไร กินทุเรียนตอนท้องได้ไหม ส่งผลอะไรต่อลูกในท้องหรือเปล่า เรามาหาคำตอบกัน

กินทุเรียนตอนท้องได้ไหม
พอเข้าหน้าทุเรียนทีไร ก็มักจะมีคำถามตามมาเสมอว่า กินทุเรียนตอนท้องได้ไหม เพราะทุเรียน เป็นผลไม้โปรดของใครหลายคน แต่ด้วยความที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ การจะกินทุเรียนตอนท้องจึงเป็นเรื่องที่ทำให้คุณแม่เป็นกังวล กลัวว่าจะส่งผลเสียต่อลูกในท้อง

แต่จริง ๆ แล้ว ในระหว่างที่ตั้งครรภ์นั้น สามารถกินทุเรียนได้ แต่ควรกินอย่างพอดี เพราะทุเรียน เป็นผลไม้ที่มีวิตามิน และแร่ธาตุที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ใยอาหาร วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี โพแทสเซียม และโฟเลตที่มีอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีความจำเป็นต่อร่างกายทั้งสิ้น


กินทุเรียนตอนท้อง แค่ไหนถึงจะพอดี
คนท้องไม่ได้ถูกห้ามไม่ให้กินทุเรียน เพียงแต่มีข้อจำกัดในเรื่องของปริมาณที่พอเหมาะ และสภาพร่างกายของคุณแม่ท้อง ซึ่งข้อแนะนำสำหรับคุณแม่ท้องที่อยากกินทุเรียนก็คือ ให้เลือกรับประทานทุเรียนพันธุ์หมอนทองและชะนีไข่ เพราะมีโฟเลตสูง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ และที่สำคัญ คุณแม่ควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และหลากหลาย ไม่ควรกินผลไม้แทนอาหารหลักในแต่ละมื้อ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ทุเรียนจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณแม่ท้องและทารกในครรภ์มากมาย แต่ก็มีข้อแนะนำว่า คนท้องควรกินทุเรียนปริมาณวันละไม่เกิน 1 พู หรือประมาณวันละ 2 เม็ด เพราะหากกินทุเรียนในปริมาณมากไป แทนที่จะได้รับประโยชน์ ก็จะกลับกลายเป็นโทษต่อร่างกายของแม่ท้องและทารกในครรภ์แทน เพราะในทุเรียนจะมีธาตุโพแทสเซียมและน้ำตาลสูง ซึ่งจะส่งผลให้น้ำหนักตัวคุณแม่ท้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือหากคุณแม่ท่านใดมีภาวะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ก็อาจจะต้องงด ๆ การกินทุเรียนไปก่อน

กินทุเรียนมากไป ส่งผลเสียอย่างไร
ด้วยความที่ทุเรียน เป็นผลไม้ที่มีกำมะถันที่ออกฤทธิ์ร้อนแก่ร่างกาย หากกินทุเรียนในปริมาณที่มากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าว ยิ่งจะทำให้อุณภูมิของร่างกายร้อนมากขึ้น ความดันโลหิตจะสูง รู้สึกแน่นท้อง จนอาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้

 
ตัวเลือกอื่น สำรับแม่ท้องที่ไม่กินทุเรียน
สำหรับคุณแม่ท้องที่ไม่กินทุเรียน คุณเเม่ก็ยังสามารถเลือกกินอาหารอย่างอื่นที่มีโฟเลตแทนได้เช่น

1 ถั่วเลนทิลต้ม ½ ถ้วย มีปริมาณโฟลิก = 180 ไมโครกรัม
2 กระเจี๊ยบมอญต้ม ½ ถ้วย มีปริมาณโฟลิก = 134 ไมโครกรัม
3 หน่อไม้ฝรั่งสุก 6 หน่อ มีปริมาณโฟลิก = 132 ไมโครกรัม
4 ผักปวยเล้งสุก ½ ถ้วย มีปริมาณโฟลิก = 130 ไมโครกรัม
5 ถั่วแดง ½ มีปริมาณโฟลิก = 114 ไมโครกรัม
6 อะโวคาโดสดขนาดกลาง ½ ผล มีปริมาณโฟลิก = 80 ไมโครกรัม
7 น้ำส้มคั้นสด 1 แก้ว มีปริมาณโฟลิก = 80 ไมโครกรัม
8 ข้าวโพดนึ่งฝักใหญ่ 1 ฝัก มีปริมาณโฟลิก = 55 ไมโครกรัม
9 บร็อคโคลี่สุก ½ ถ้วย มีปริมาณโฟลิก = 52 ไมโครกรัม
10สัปปะรดศรีราชา 100 กรัม มีปริมาณโฟลิก = 54 ไมโครกรัม

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!