4 บทเรียนที่ไม่ควรมองข้าม หากไม่อยากผิดใจ เมื่อให้เพื่อนมาเป็น ‘เพื่อนเจ้าสาว’ ให้ในวันแต่งงาน

4 บทเรียนที่ไม่ควรมองข้าม หากไม่อยากผิดใจ เมื่อให้เพื่อนมาเป็น ‘เพื่อนเจ้าสาว’ ให้ในวันแต่งงาน
HappyWedding

สนับสนุนเนื้อหา

การเชิญเพื่อนมาเป็น ‘เพื่อนเจ้าสาว’ ในวันแต่งงานเป็นสิ่งหนึ่งที่เจ้าสาวทุกคนจะคิดไว้ก่อนแล้ว แล้วส่วนใหญ่ก็จะคิดไว้แล้วด้วยว่าจะเชิญเพื่อนคนไหนบ้างมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวดี ซึ่งบางครั้งบางทีการที่เจ้าสาวเลือกเชิญเพื่อนสนิทที่มีความสนิทสนมกันมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว มันก็ดีตรงที่เพื่อนๆ ต่างรู้ใจไม่ต้องพูดอะไรกันเยอะ แต่บางทีความสนิทสนมนี้ก็ไม่ดีเช่นกัน เพราะมันอาจทำให้เจ้าสาวลืมมารยาทบางอย่างไป จนทำให้เพื่อนอึดอัดใจและผิดใจกันได้ โดยที่เจ้าสาวไม่ทันได้รู้ตัว! และเพื่อเช็คให้ชัวร์ว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นกับคุณเหมือนเจ้าสาวคนอื่นๆ Happy Wedding.Life เรามี ‘บทเรียนของเพื่อนเจ้าสาว’ มาให้เจ้าสาวไว้เป็นแนวทางป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณในอนาคต

1. บอกรายละเอียดการซับพอร์ตที่คุณจะมีให้ ก่อนให้เพื่อนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว

แน่นอนว่าเจ้าสาวทุกคนต่างก็อยากให้เพื่อนสนิทมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวในวันแต่งงาน และเพื่อนๆ เองก็คงจะเต็มใจจะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว แต่ถ้าคุณไม่ได้ซับพอร์ตทุกอย่างให้คนที่จะมาทำหน้าที่ ‘เพื่อนเจ้าสาว’ ให้กับคุณเลย หรือมีซับพอร์ตให้แค่บางส่วน คุณควรจะบอกรายละเอียดการซับพอร์ตที่คุณจะมีให้ เช่น มีชุดเพื่อนเจ้าสาวให้นะ ฯลฯ และอย่าเพิ่มรีบเหมาว่าเพื่อนทุกคนจะตกลงเป็นเพื่อนเจ้าสาว ควรจะสอบถามความสมัครใจกับเพื่อนเป็นรายบุคคล เพราะถึงจะเป็นเพื่อนสนิทแต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการเป็นเพื่อนเจ้าสาวก็มีค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียโดยไม่จำเป็นเช่นกัน ไม่ว่าจะค่าชุด ค่าเครื่องประดับ ที่อาจจะต้องหาเข้าธีมสีกับเพื่อนเจ้าสาวคนอื่นๆ อีก ยิ่งงานไหนที่เจ้าสาวไม่ซับพอร์ตให้เลย การมัดมือชกโดยการให้เพื่อนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวแล้วยังต้องเสียเงินจำนวนมาก ก็อาจจะทำให้ผิดใจกันขึ้นมาก็ได้  

2. ไม่ควรให้เพื่อนออกเงินค่าชุดเพื่อนเจ้าสาวเองหรือถ้าออกเองก็ไม่ควรต้องเสียเงินเยอะเกินไป

จริงๆ แล้วก็ไม่มีกฏข้อไหนว่าเจ้าสาวจะต้องออกค่าชุดทั้งหมดให้กับเพื่อนเจ้าสาว ถ้าเจ้าสาวไม่มีชุดให้ แก๊งเพื่อนเจ้าสาวอาจจะตกลงกันแล้วใส่คล้ายๆ กันก็ได้ แต่ก็บอกไม่ได้ว่าจะชุดที่ใส่จะเป็นไปในธีมเดียวกันหมดทุกคน ซึ่งถ้าเจ้าสาวอยากให้เพื่อนเจ้าสาวใส่ชุดสีเดียวกันธีมเดียวกันเป๊ะๆ ดูเป็นระเบียบ เจ้าสาวควรจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในส่วนของชุดเพื่อนเจ้าสาวให้กับเพื่อนๆ เอง ไม่ควรให้เพื่อนเจ้าสาวมาออกค่าชุดในธีมที่เจ้าสาวเป็นผู้ต้องการ ยิ่งถ้าเป็นชุดสั่งตัดที่อยู่ในราคาแพงที่ใส่ได้แค่ครั้งเดียว แล้วมาเรียกเก็บกับเพื่อนในภายหลัง จากที่เต็มใจ มันอาจจะทำให้เพื่อนไม่อยากเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้คุณขึ้นมาแล้วก็ได้

3. เจ้าสาวควรชี้แจงหน้าที่ของเพื่อนเจ้าสาวให้ชัดเจน

หากเจ้าสาวอยากให้เพื่อนเจ้าสาวช่วยทำหน้าที่ในงานแต่งสักเล็กน้อย หรือต้องการให้เพื่อนช่วยอะไรเป็นพิเศษ เช่น ให้เพื่อนเจ้าสาวสักคนสองคนทำหน้าที่เป็นคนเก็บซองงานเต่ง, แจกของชำร่วย ฯลฯ ก็ควรจะขอความสมัครใจและชี้แจงกับเพื่อนก่อนงานเริ่มให้ชัดเจน ไม่ใช่มานอยด์ทีหลังว่าเพื่อนเจ้าสาวไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะบางทีเพื่อนอาจจะอยากช่วยแต่ไม่กล้าก้าวก่ายหน้าที่ ขณะที่เจ้าสาวเองก็เกรงใจเพื่อนจนไม่กล้าบอกอะไร

4. หาของขวัญตอบแทนสำหรับเพื่อนคนสำคัญ

เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวในบางงานแต่ง ไม่ใช่แค่ยืนเป็นไม้ประดับ แต่ยังช่วยหยิบจับและช่วยบ่าวสาวเตรียมงานแต่งงานจนงานแต่งลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งหลังจากจบงานแต่งงาน บ่าวสาวอาจจะมีของขวัญตอบแทนเพื่อนเจ้าบ่าว-เพื่อนเจ้าสาวเป็นของขวัญพิเศษเล็กๆ น้อยๆ หรืออาจจะเลี้ยงขอบคุณเพื่อนๆ หลังเสร็จงานแต่ง ก็ถือเป็นการแสดงน้ำใจต่อเพื่อนที่ซึ้งใจ รู้สึกดีทั้งต่อผู้ให้และผู้ได้รับ เป็นการกระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น

‘เพือนเจ้าสาว’ เป็นบุคคลสำคัญของเจ้าสาว ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็จะเต็มใจมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้อยู่แล้ว แต่ก็อย่าให้ความสนิทมาทำให้คุณคิดว่าจะทำอะไรก็ได้ ‘เพื่อนกันคงไม่เป็นไร’ เพื่อนอาจจะดูไม่เป็นไรอย่างที่คุณคิดไว้ เพราะเขาเห็นว่าเป็นงานของคุณ แต่ในใจเราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร ฉะนั้น ไม่ว่าเจ้าสาวจะมีความฝันอยากให้เพื่อนเจ้าสาวเฮฮาในวันแต่งงานแค่ไหน ก็อย่าลืมนึกถึงความสำคัญและมารยาทที่ควรทำกับเพื่อนเจ้าสาวไว้ด้วย จะได้เป็นเพื่อนกันตลอดไปยังไงละคะ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!