
หากคุณเคยไปเที่ยวต่างกประเทศ คุณอาจเคยมีประสบการณ์กับอาการที่เรียกว่า "เจ็ตแล็ก" ซึ่งคือความรู้สึกอ่อนเพลีย งัวเงีย และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการนอนได้ เพราะนาฬิกาภายในร่างกายถูกรบกวน อย่างไรก็ตาม มีวิธีมากมายที่จะช่วยป้องกันอาการเจ็ตแล็ก เพื่อช่วยป้องกันอาการเจ็ตแล็กและช่วยให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับโซนเวลาใหม่ได้เร็วขึ้น
ก่อนที่คุณจะออกเดินทาง ควรเริ่มปรับตารางเวลาก่อนสักสองสามวัน โดยค่อย ๆ เลื่อนเวลาอาหารและเวลานอนให้ใกล้เคียงกับตารางเวลาของจุดหมายปลายทาง การปรับเปลี่ยนเพียงบางส่วนก็สามารถช่วยให้ร่างกายเตรียมพร้อมได้แล้ว
พยายามดื่มน้ำให้มากเพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นในระหว่างเที่ยวบิน และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ เพราะสารเหล่านี้จะส่งเสริมภาวะขาดน้ำ ซึ่งทำให้อาการทางกายภาพของเจ็ตแล็กแย่ลง และอาจรบกวนการนอนหลับของคุณได้
เมื่อเดินทางมาถึงแล้ว ให้ปรับเวลานอนของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามอย่าเพิ่งเข้านอนจนกว่าจะถึงเวลาเข้านอนตามเขตเวลาใหม่ นอกจากนี้ ควบคุมการรับแสงแดดอย่างมีกลยุทธ์เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัว หากเดินทางไปทางทิศตะวันออก แสงแดดยามเช้าจะช่วยให้คุณตื่นเร็วขึ้น ส่วนการเดินทางไปทางทิศตะวันตก แสงแดดยามบ่ายแก่ ๆ จะช่วยให้ร่างกายคุณสามารถปรับเปลี่ยนตารางเวลาให้สายขึ้นได้
นอกจากวิธีนี้ ก็ยังมีวิธีอื่นๆอีก อย่างเช่น การใช้ยา หรือการใช้ฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งก็สามารถเลือกใช้ได้ตามเหมาะสม แต่ก็ควรมีการปรึกษาแพทย์ถึงข้อกำหนดและวืธีการใช้ยา
หากคุณต้องเดินทางผ่านเขตเวลาหลายโซน เช่น การบินข้ามทวีป คุณสามารถปรับเวลานอนของคุณอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังจะเดินทางจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก คุณสามารถทำตามตารางดังต่อไปนี้:
การปฏิบัติตามตารางการปรับเวลานอนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงและพร้อมปรับตัวเข้ากับโซนเวลาใหม่ได้ง่ายขึ้น เมื่อถึงวันเดินทางจริง
การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการป้องกัน "เจ็ตแล็ก" ในการเดินทางข้ามโซนเวลา การค่อย ๆ ปรับเวลานอนและเวลาอาหารก่อนการเดินทาง การรักษาสมดุลน้ำในร่างกายระหว่างเที่ยวบิน และการใช้แสงแดดเพื่อปรับนาฬิการ่างกายเมื่อไปถึงที่หมาย จะช่วยให้คุณพร้อมสำหรับการเดินทางมากยิ่งขึ้น
แหล่งอ้างอิง