รีวิว Mahanakhon Bangkok Skybar ห้องอาหารที่ตั้งอยู่สูงที่สุดของเมืองไทย

รีวิว Mahanakhon Bangkok Skybar ห้องอาหารที่ตั้งอยู่สูงที่สุดของเมืองไทย

การทานอาหารดีๆ สักหนึ่งมื้อสำหรับบางคนแล้วถือว่าเป็นการพักผ่อนที่สามารถหาทำได้ง่าย และสามารถเยียวยาความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้เป็นอย่างดี ทดแทนเข้าไปด้วยความสุขและความอิ่มเอมกับรูปรสที่ได้สัมผัส แต่จะดีแค่ไหนหากคุณได้ทั้งดื่มด่ำกับรสชาติของอาหาร และบรรยากาศมุมจากมุมสูงกลางเมืองกรุงฯ วันนี้ Sanook Travel จะพาคุณไปสัมผัสกับ Mahanakhon Bangkok Skybar ห้องอาหารและบาร์ที่ได้ชื่อว่าตั้งอยู่สูงที่สุดของเมืองไทย บนตึก King Power Mahnakhon ไปดูกันว่าห้องอาหารแห่งนี้มีความประทับใจใดรอเราอยู่บ้าง

29763_200729
29763_200729_1

Mahanakhon Bangkok Skybar ตั้งอยู่บนชั้น 76 ของตึก King Power Mahnakhon ด้านบนถูกตกแต่งเอาไว้อย่างหรูหราทันสมัย โดยรับแรงบันดาลใจจากสายน้ำเจ้าพระยา ผสานเรื่องราวแห่งการเดินทาง ด้านในกว้างขวางสามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 127 คน

29763_200729_15

29763_200729_4

การได้ขึ้นมายืนบนห้องอาหารแห่งนี้เหมือนช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายในชีวิตได้ถูกหยุดนิ่งไปชั่วครู่ คุณจะถูกสะกดเอาไว้ด้วยความงดงามของวิวเมืองกรุงเทพฯ ผ่านผนังกระจกที่โอบล้อมห้องอาหารแห่งนี้เอาไว้ การที่เรามองออกไปได้ไกลๆ แบบสุดลูกตาให้ความรู้สึกอิสระเป็นอย่างมาก เป็นวิวมุมสูงที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยเลยก็ว่าได้

29763_200729_19
29763_200729_3

โดย King Power Mahnakhon จะแบ่งออกเป็น 3 โซน คือโซน Indoor โซน Outdoor และโซน VIP Lounge ซึ่งคุณสามารถเลือกนั่งทานกันได้ตามแต่ใจชอบ หากใครชอบนั่งสูดอากาศชมวิวสวยๆ แบบไม่มีอะไรมาบดบังก็สามารถเลือกนั่งในโซน Outdoor ได้ แต่หากใครอยากจะนั่งชิลๆ ฟังเพลงเบาๆ ทานอาหารไปพร้อมกับวิวเมืองกรุงเทพฯ ก็สามารถเลือกนั่งในโซน Indoor ได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะนั่งในโซนไหน สิ่งหนึ่งที่เราสามารถรับประกันให้กับคุณได้เลยก็คือคุณจะได้รับการบริการอย่างเต็มรูปแบบจากพี่ๆ พนักงานทุกคน รวมไปถึงได้ชมวิวที่สวยงามไม่ต่างกันอยู่ที่ว่าคุณจะชอบมุมไหนเท่านั้นเอง

29763_200729_14
29763_200729_35
29763_200729_9

มาดูในส่วนของอาหารกันบ้าง ต้องบอกเลยว่าดีงามไม่แพ้บรรยากาศเลย โดยทาง King Power Mahnakhon จะให้บริการอาหารแบบคอร์ส ที่เราสามารถเลือกได้ 2 ราคา คือคอร์สแบบ 3 เมนู (1,600 บาท) และคอร์สแบบ 4 เมนู (1,800 บาท) 

ซึ่งในวันนี้เราได้มีโอกาสลองคอร์สแบบ 3 เมนู ซึ่งประกอบด้วยอาหารดังต่อไปนี้

1.สันคอหมูย่าง เสิร์ฟพร้อมแตงกวาดอง

29763_200729_26

ต้องบอกก่อนเลยว่าอาหารของที่นี่จะมี Base อาหารไทยเป็นหลัก ซึ่งเมนูสันคอหมูย่างจานนี้ก็ตอบโจทย์สำหรับคนไทยเป็นอย่างมาก สันคอหมูชิ้นหันมาชิ้นกำลังทานย่างมาได้กำลังดี ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วที่เสิร์ฟมาในรูปแบบของเจล ซึ่งเห็นเป็นเจลแบบนี้แต่ขอบอกเลยว่าแซ่บมาก เข้ากับสันคอหมูสุดๆ ตัดเลี่ยนด้วยแตงกวาดองคือดีงาม

2.ออสเตรเลียนวากิวสเต็กริบอาย พร้อมน้ำจิ้มแจ่ว

29763_200729_30
29763_200729_32

เมนคอร์สของเราในวันนี้เป็นการนำสไตล์ตะวันตกมาพบกับตะวันออกได้อย่างลงตัว เนื้อออสเตรเลียนวากิวริบอายชิ้นนี้ถูกนำย่างจนมีความสุกระดับมีเดียมแรร์ มีกลิ่นที่หอมละมุนและมีเทคเจอร์ที่นุ่มมากๆ สมกับเป็นเนื้อเกรดดีจริงๆ แต่ด้วยความเป็นส่วนริบอายนั้นตัวเนื้อจะมีมันเยอะนิดหนึ่ง แต่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยน้ำจิ้มแจ่ว เป็นเพอร์เฟคคอมโบที่อยากให้ทุกคนได้ลอง

หรือหากใครไม่ทานเนื้อสามารถเลือกเป็น เมนูปลากะพงพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดได้ 

29763_200729_29

3.สัปปะรดเคลือบน้ำตาล เสิร์ฟพร้อมชอร์เบท์มะพร้าว

29763_200729_33

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานที่เราขอสารภาพเลยว่าไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน กับสัปปะรดอบเคลือบน้ำตาล ที่เสิร์ฟมาพร้อมชอร์เบท์มะพร้าว ทานแล้วสดชื่นมากๆ เนื้อสัปปะรดหวานฉ่ำ ชอร์เบท์มะพร้าวหวานเย็น แต่ไม่หวานจนเกินไป เป็นการปิดท้ายคอร์สได้อย่างสมบูรณ์ 

นอกจากนี้เรายังได้สั่งเมนูอลาคาร์ทมาอีก 2 เมนูนอกเหนือจากเมนูในคอร์สได้แก่ 

ยำหัวปลีกุ้งลายเสือ

29763_200729_25

เมนูไทยๆ ที่หาทานยากในปัจจุบันนี้ ยำรสแซ่บที่เสิร์ฟมาพร้อมกุ้งลายเสือตัวโต เนื้อแน่นๆ ใครชอบทานยำเมนูนี้เราขอแนะนำเลย

ส่วนคอร์ส 4 เมนูประกอบด้วยอาหารดังนี้ 

1.แซลมอนปรุงรสสมุนไพร พร้อมขนมปังย่าง

2.ฟรัวกราส์ย่าง ลูกแพร์ เชอร์รี่ และขนมปังบริยอช

3.ลาบเป็ด เสิร์ฟพร้อมกะหล่ำปลีดองและข้าวเกรียบ

4.ช็อคโกแลต กล้วยอบ และเฮเซลนัท

และในส่วนของเมนูเครื่องดื่มนั้นด้านบนห้องอาหารมีให้บริการทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์และไม่มีแอลกอฮอลล์ มีไฮไลท์อยู่ที่ Mocktail สูตรเฉพาะของห้องอาหาร ซึ่งถือเป็นเวลคัมดริ้งค์ห้ามพลาดเลยก็ว่าได้ โดยมี 2 เมนูที่เราอยากจะแนะนำได้แก่

1.Paasion Delight

29763_200729_22

เครื่องดื่มที่มี Base มาจากเสาวรส ผสมผสานกับวานิลลา เลมอน และโซดา จนเกิดเป็นเครื่องดื่มสุดเฟรชที่แนะนำให้ทานก่อนมื้ออาหารเป็นการเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี

2.Dragonfruit Mocktail

29763_200729_23

 เมนูใหม่จากทาง Mahanakhon Sky Bar เป็นการฉีกทุกกฎการทำ Mocktail ในการนำแก้วมังกรมาทำเป็นเครื่องดื่มได้อย่างครีเอท รสชาติหวานกำลังดี ให้ความรู้สึกสดชื่นและกลิ่นที่หอมมากๆ แนะนำว่าต้องลอง

โดยรวมแล้วอาหารของที่นี่คือดีงามมาก ราคาก็สามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคน เมื่อแลกกับความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่คุณจะได้รับแล้วถือว่าสมเหตุสมผล แค่ได้ขึ้นมาชมวิวด้านบนก็ฟินแล้วจริงๆ ใครกำลังมองหาร้านอาหารสำหรับมื้อพิเศษของคุณอยู่ Sanook Travel แนะนำเลย Mahanakhon Sky Bar คุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ahr0chm6ly9zlmlzyw5vb2suy29tl

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่ตั้ง Mahanakhon Sky Bar : ชั้น 76 ตึก King Power Mahanakhon 114 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

พิกัด : https://goo.gl/maps/ktsLY1fNAFi3gmxr8

เวลาเปิด - ปิด : 11.30 - 1.00 น.

ติดต่อ : 02 677 8722