รวม 5 สะพานหินโค้งชื่อดังในญี่ปุ่น ที่ต้องไปเยือนสักครั้งให้ได้!

รวม 5 สะพานหินโค้งชื่อดังในญี่ปุ่น ที่ต้องไปเยือนสักครั้งให้ได้!
Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น และมักได้รับการแนะนำให้ไปเยือนในคู่มือท่องเที่ยวก็คือ “สะพานหินโค้ง” หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “เมกาเนะบาชิ” ที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “สะพานแว่นตา” ซึ่งที่มาของชื่อเรียกนี้มาจากรูปร่างของสะพานหินที่มีโค้งมากกว่า 2 โค้งต่อกันขึ้นไป จึงทำให้มองดูคล้ายกับแว่นตาเมื่อสะท้อนน้ำ สำหรับบทความนี้ ผู้เขียนจะขอแนะนำสะพานหินโค้งชื่อดังของญี่ปุ่นทั้งหมด 5 แห่ง ที่สาวกผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวญี่ปุ่นไม่ควรพลาด

1.สะพานแว่นตา (เมกาเนะบาชิ) เมืองนางาซากิ จังหวัดนางาซากิ

megane-bashi-nagasaki

สะพานแว่นตา (เมกาเนะบาชิ) แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เมืองนางาซากิ จังหวัดนางาซากิ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1634 นับว่าเป็นสะพานแว่นตาที่มีประวัติอย่างยาวนานเป็นร้อย ๆ ปีเลยทีเดียว สะพานนี้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เนื่องจากเป็นสะพานหินโค้งที่เก่าแก่ที่สุด และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามสะพานที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ สะพานแห่งนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมโดยการฝังก้อนหินรูปหัวใจทั้งหมด 20 ก้อน เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม เมื่อมองดูาะพานนี้รวมกับเงาของสะพานที่สะท้อนในน้ำ จะมองเห็นเป็นรูปร่างคล้ายกับแว่นตา หากมีโอกาสไปเยือนสะพานแห่งนี้ อย่าลืมมองหาหินรูปหัวใจนะคะ ว่าถูกฝังอยู่ตรงไหนบ้าง

เวลาทำการ : สามารถชมได้ทุกเวลา
วันหยุด: ไม่มี
ที่ตั้ง : Uonomachi, Nagasaki-shi

2.สะพานนิจูบาชิ เขตชิโยะดะ กรุงโตเกียว

nijou-bashi

สะพานนิจูบาชิ หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า สะพานสองชั้น แห่งนี้ เป็นสะพานที่ใช้ข้ามไปยังพระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมเป็นสะพานสองชั้นที่ทำจากไม้ ภายหลังมีการบูรณะสร้างใหม่โดยเปลี่ยนมาเป็นสะพานหิน ที่เรียกว่า “สองชั้น” นี้ไม่ได้หมายความว่ามีสะพานด้านนอกและด้านในซ้อนกันสองชั้น แต่หมายถึงว่าด้านในสะพานทำโครงสร้างให้เป็นสองชั้นเพื่อเสริมความแข็งแรงนั่นเอง สะพานนี้เมื่อสะท้อนลงบนผิวน้ำแล้วจะมองเห็นเป็นรูปทรงคล้ายกับแว่นตา จึงมีชื่อเรียกว่าเมกาเนะบาชิหรือสะพานแว่นตาด้วยเช่นกัน แต่ก็มีหลายคนกล่าวว่า เงาสะท้อนที่สะท้อนที่ผิวน้ำดูคล้ายกับตาแมวหรือลูกรักบี้เสียมากกว่า

เวลาทำการ : สามารถชมได้ทุกเวลา
วันหยุด: ไม่มี
ที่ตั้ง : Imperial Palace, Tokyo

3.สะพานรถไฟอุซุย หมายเลข 3 เมืองอันนะกะ จังหวัดกุนมะ

megane-gunma

นี่ไม่ใช้สะพานหิน แต่เป็นสะพานอิฐโค้งขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น สะพานหินโค้งส่วนใหญ่มักจะตั้งอยู่บนแม่น้ำสายเล็ก ๆ แต่ว่าสะพานแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนภูเขา สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1862 มี 4 โค้งต่อกัน โดยความยาวรวมของสะพานอยู่ที่ 91 เมตรและสูง 31 เมตร นับว่าเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นที่มีการผสมผสานของศิลปะเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว นอกจากนี้สีแดงของอิฐก็เข้ากับสีเขียวของธรรมชาติที่อยู่โดยรอบอย่างสวยงาม เนื่องจากปัจจุบันสะพานแห่งนี้ไม่ได้ถูกใช้งานแล้ว จึงอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเดินเล่นบนสะพานได้

เวลาทำการ : สามารถชมได้ทุกเวลา
วันหยุด: ไม่มี
ที่ตั้ง : Annaka-shi, Gunma

4.สะพานเท็นเนียวบาชิ เมืองนะฮะ จังหวัดโอกินาว่า

okinawa-bashi

สะพานหินที่มีชื่ออันไพเราะแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1502 ในช่วงที่โอกิน่าว่ายังถูกเรียกว่าเป็นอาณาจักรริวกิว ตั้งอยู่ในบริเวณปราสาทชูริ เป็นสะพานหินปูนริวกิวที่มีรูปร่างคล้ายกับหลังอูฐซึ่งพบเห็นได้มากในจีนตอนใต้ และถูกจัดให้อยู่ในหมวดของสะพานเมกาเนะบาชิของญี่ปุ่นด้วยแม้ว่าจะเป็นแว่นตาที่มีเพียงข้างเดียวก็ตาม ตามช่องของราวสะพานมีการแกะสลักรูปดอกบัวไว้ สะพานแห่งถือนี้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งในระดับประเทศ

เวลาทำการ : สามารถชมได้ทุกเวลา
วันหยุด: ไม่มี
ที่ตั้ง : Naha, Okinawa

5.สะพานทะอุชุเบะสุ เมืองคามิชิโฮโระ ฮอกไกโด

taushubetsu

สะพานทะอุชุเบะสุ หรือเรียกอีกชื่อว่า สะพานลวงตา เป็นสะพานสร้างด้วยคอนกรีตที่คล้ายกับท่อระบายน้ำของชาวโรมัน จึงอาจจะไม่ให้ได้ความรู้สึกที่เป็นญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1937 เพื่อใช้ข้ามทะเลสาบนุคาบิระซึ่งเป็นทะเลสาบเทียม เมื่อถึงหน้าร้อน น้ำในทะเลสาบจะเพิ่มขึ้น ทำให้มองเห็นเงาสะท้อนของสะพานคล้ายกับรูปแว่นตา และจะยิ่งเห็นเป็นรูปร่างแว่นตากลมมากขึ้นเมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ทั้งนี้จากความผันผวนของปริมาณน้ำในทะเลสาบ ทำให้บางครั้งสะพานก็จมอยู่ใต้น้ำ อันเป็นที่มาของชื่อเรียก “สะพานลวงตา” ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในบางช่วงเวลาของปี ทั้งนี้เนื่องจากสะพานแห่งนี้ถูกสร้างมานานมากกว่าครึ่งศตวรรษ ประกอบกับเป็นสะพานที่สร้างด้วยคอนกรีต จึงทำให้ถูกน้ำกัดเซาะและเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาที่ล่วงเลย จึงเป็นไปได้ว่ามีโอกาสที่มันจะพังทลายลงมาสักวัน ก่อนที่จะถึงวันนั้น หากใครที่ยังไม่เคยไป ต้องลองไปชมให้เห็นความสวยงามของสะพานนี้ด้วยตาของตัวเองสักครั้งนะคะ

เวลาทำการ : สามารถชมได้ทุกเวลา
วันหยุด: ปิดวันเสาร์
ที่ตั้ง : Kamishihoro, Kato, Hokkaido