คามิคัตสึ เมือง Zero Waste แห่งแรกของญี่ปุ่น

คามิคัตสึ เมือง Zero Waste แห่งแรกของญี่ปุ่น
Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

ณ ปัจจุบันที่ทั่วโลกมีการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา Zero Waste กลายเป็นคำที่เราคุ้นเคยกันมากขึ้น

ความหมายง่ายๆ ของ Zero Waste คือการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกำจัดขยะให้หมดไป ผ่านการจัดการระบบที่ไม่สร้างขยะตั้งแต่แรก ในเอเชียปัจจุบัน เรามีตัวอย่างของเมือง Zero Waste ให้เห็นทั้งในอินเดีย ไต้หวัน และญี่ปุ่น ซึ่งในบทความนี้เราจะมาดูตัวอย่างของเมืองที่ผันตัวเองสู่การเป็นเมือง Zero Waste ได้สำเร็จเป็นแห่งแรกในญี่ปุ่น นั่นคือเมืองคามิคัตสึ

ทุกวันนี้ขยะที่แยกแล้วของญี่ปุ่นไปอยู่ไหน?

2186438_m

ประเทศญี่ปุ่นนับเป็นประเทศหนึ่งที่มีเทคโนโลยีรีไซเคิลและการจัดการขยะชั้นนำ อย่างไรก็ตาม การรีไซเคิลวัสดุจำเป็นต้องใช้พลังงานปริมาณมาก และการรีไซเคิลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้อนวัสดุที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคเข้าสู่ระบบได้ ดังนั้น 80% ของจำนวนขยะ 44 ล้านตันที่ญี่ปุ่นผลิตทุกปีจะถูกนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิง (Waste-to-energy) หรือถูกฝังกลบทิ้งโดยไม่ถูกนำกลับมารีไซเคิล

คามิคัตสึ เมือง Zero Waste แห่งแรกของญี่ปุ่น

3233499_m

คามิคัตสึ (上勝町) เป็นเมืองเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดโทคุชิมะ บนเกาะชิโคคุ เนื่องจากคามิคัตสึเป็นเมืองชนบทเล็กๆ ชาวบ้านจึงนิยมเผาขยะเองที่สวนหลังบ้าน และมีการเผาไร่เพื่อเตรียมทำไร่นาในปีต่อไป ซึ่งทั้งการเผาขยะที่มีควันพิษและการเผาไร่เป็นต้นเหตุของปัญหามลพิษในเมือง

จนกระทั่งปี 2003 เมืองคามิคัตสึตัดสินใจประกาศให้ตนเองเป็นเมือง Zero Waste และตั้งเป้าให้ชุมชนผลิตขยะเป็นศูนย์ได้ภายในปี 2020 นับเป็นเมืองแรกของประเทศญี่ปุ่นที่ประกาศตนเองเป็นเมือง Zero Waste และ ณ ปี 2020 ที่ตั้งเป้าไว้ เมืองคามิคัตสึสามารถรีไซเคิลขยะในเมืองได้ถึง 81% และเป็นเมืองที่แทบไม่ผลิตขยะเลย

อย่างไรก็ตาม กว่าเมืองคามิคัตสึจะปรับตัวเป็นเมือง Zero Waste อย่างทุกวันนี้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการรีไซเคิลและแยกขยะเป็นสิ่งที่ใช้ทั้งเวลาและการใส่ใจ การปรับตัวในช่วงแรกจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลจากคนทั้งเมืองในทุกภาคส่วน

โมเดลสังคม Zero Waste ของคามิคัตสึ

3199713_m

โมเดลสังคมที่ทำให้คามิคัตสึประสบความสำเร็จในฐานะเมือง Zero Waste ประกอบด้วย 3 ภาคส่วนสำคัญได้แก่ ผู้บริโภค ผู้ผลิต และภาครัฐ ซึ่งต่างมีบทบาทของตัวเองดังนี้

ผู้บริโภค: เลือกซื้อสินค้าที่ถูกออกแบบมาให้ไม่สร้างขยะหรือสินค้าที่ไม่มีสารประกอบอันตราย หากมีสินค้าที่ต้องการให้ปรับปรุงผู้บริโภคจะแจ้งไปยังผู้ผลิต และขับเคลื่อนภาครัฐให้ปรับปรุงระบบที่ควรปรับ

ผู้ผลิต: ออกแบบสินค้าให้สามารถทำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมค่าใช้จ่ายในการรีไซเคิลเข้าไปในราคาสินค้า และเก็บสินค้ากลับมาใช้เป็นทรัพยากรรีไซเคิลด้วยตนเอง

ภาครัฐ: ออกแบบกฎหมายและระบบที่มุ่งเน้นสร้างสังคม Zero Waste สนับสนุนการบริโภคสินค้าที่ไม่ต้องเผาหรือกลบฝังทิ้ง และรักษาความเป็นสังคม Zero Waste

ทั้ง 3 ภาคส่วนนี้จะทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายหลัก 4 ข้อ คือ

ให้ร้านค้าในเมืองมีสินค้าที่ออกแบบมาให้รีไซเคิลได้อย่างต่อเนื่องในกระบวนการผลิตโดยไม่สร้างมลพิษใดๆ เพื่อเป็นการตัดปัญหา Zero Waste ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตและไม่ให้มีสินค้าที่สุดท้ายจะกลายเป็นขยะในที่สุด
สนับสนุนระบบที่ให้ประชาชนได้ประโยชน์จากการรีไซเคิลเพื่อป้องกันการทิ้งขยะโดยสูญเปล่า และให้เรื่องการเก็บกู้สินค้ากลับมาใช้ใหม่กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
เช่น การใช้ระบบมัดจำที่ผู้บริโภคจะจ่ายไว้เมื่อซื้อสินค้า และเมื่อใช้สินค้าเสร็จและนำวัสดุบรรจุภัณฑ์มาส่งคืนให้กับผู้ผลิต ผู้บริโภคก็จะได้เงินมัดจำในส่วนนี้คืน และลดภาระในการเก็บกู้วัสดุของผู้ผลิตด้วย

ลดภาระค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคในการกำจัดขยะของประชาชน ด้วยการสร้างสังคม Zero Waste และทำให้เตาเผาขยะหรือที่ดินฝังกลบค่อยๆ ลดความจำเป็นอย่างเป็นลำดับขั้นตอน
ทำให้การรีไซเคิลและการเก็บกู้วัสดุกลับมาใช้ใหม่เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน โดยหน่วยงานรัฐจะต้องลดภาระในการเก็บกู้วัสดุส่งคืนผู้ผลิต และทำให้ภาระในการแยกขยะของประชาชนลดลง
ปัจจุบันโรงแยกขยะของเมืองคามิคัตสึมีการแบ่งประเภทขยะกว่า 45 ประเภท ซึ่งนับเป็นรายการแยกขยะที่ละเอียดมากพอสมควร แต่เมืองคามิคัตสึได้จัดระบบให้โรงแยกขยะเป็นมิตรต่อประชาชนที่เข้ามาใช้งานด้วยตัวช่วยต่างๆ เช่นป้ายอธิบายขยะแต่ละประเภท การแจกใบปลิวไว้เป็นโพยให้ประชาชนดูตามบ้าน การมีอุปกรณ์เช่นแม่เหล็กสำหรับช่วยแยกกระป๋องเหล็กอัลลูมิเนียม และที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่โรงแยกขยะที่คอยช่วยพาแยกขยะอย่างเป็นกันเอง

ด้วยอัธยาศัยของเจ้าหน้าที่ประจำโรงแยกขยะ ทำให้โรงแยกขยะของเมืองคามิคัตสึประสบความสำเร็จในการสร้างความคุ้นเคยให้กับประชาชน และเพราะเมืองคามิคัตสึเองก็เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุเดินทางมาแยกขยะและเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้สูงอายุด้วยกันอีกด้วย ทำให้โรงแยกขยะของเมืองคามิคัตสึสามารถก้าวเข้ามาเป็นศูนย์กลางของชุมชนเมืองและเป็นศูนย์กลางของการขับเคลื่อนเมืองสู่สังคม Zero Waste ไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย

เมือง Zero Waste อื่นในญี่ปุ่น

3241239_m

นอกจากเมืองคามิคัตสึแล้ว ญี่ปุ่นยังมีอีก 3 เมืองที่ประกาศตัวเองเป็นเมือง Zero Waste ได้แก่เมืองโอกิ (大木町) จังหวัดฟุกุโอกะ เมืองมินามาตะ (水俣市) จังหวัดคุมาโมโตะ และเมืองอิคารุงะ (斑鳩町) จังหวัดนารา ซึ่งต่างมีเมืองคามิคัตสึเป็นโมเดลต้นแบบในการสร้างเมือง Zero Waste ของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่คามิคัตสึเป็นเมืองขนาดเล็กซึ่งมีโครงสร้างการจัดการต่างจากเมืองใหญ่ ประกอบกับไลฟ์สไตล์ชนบทที่เอื้อต่อการลดการใช้สินค้าใช้แล้วทิ้ง ทำให้โมเดลของเมืองคามิคัตสึยังต้องถูกปรับอีกมากกว่าจะนำมาใช้กับเมืองใหญ่ได้ ถึงอย่างนั้น เมืองคามิคัตสึก็ยังเป็นเมืองหนึ่งที่น่าจับตามองในฐานะเมืองแรกของญี่ปุ่นที่สร้างเมือง Zero Waste ได้สำเร็จ

ใครที่สนใจเรื่องเมือง Zero Waste ของเมืองคามิคัตสึเพิ่มเติมสามารถเข้าชมเว็บไซต์ของ Zero Waste Academy องค์กรไม่แสวงผลกำไรของเมืองคามิคัตสึเพื่อทำความรู้จักเพิ่มเติมได้

Official Website: Zero Waste Academy (มีภาษาอังกฤษ)