กาลครั้งหนึ่ง ถึง"ทะเล" ... จากสิมิลันยันเกาะตาชัย แล้วไปฟินปิดท้ายที่อ่าวพังงา [ Feat. Love Andaman ]

กาลครั้งหนึ่ง ถึง"ทะเล" ... จากสิมิลันยันเกาะตาชัย แล้วไปฟินปิดท้ายที่อ่าวพังงา [ Feat. Love Andaman ]

Ohhh ... Sea calling !! แล้วก็เช็คอินพร้อมโพสรูปริมชายหาดดด

เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะคุ้นๆ กับโพสต์แบบนี้ทางหน้า Feed ของโลกโซเชี่ยลมาบ้างงง (ชื่อกระทู้มึงไง) 555 จริงๆ อาจจะต้องตั้งกองสอบสวนขึ้นมาสักนิด แล้วระดมความคิดว่าใครเป็นฝ่ายเรียกหาใคร ทะเลเรียกหาเรา .... หรือจริงๆ แล้ว ....

" เ ร า ... แ ค่ อ ย า ก ไ ป ท ะ เ ล "

แต่ ณ.จุดนี้ จะเราไหนไม่รู้ รู้แต่กูนี่แหละอยากไปทะเล! ฮ่าๆ  จึงได้ส่งเทียบเชิญไปถึงท่านพอ-แม่ และคุณน้องสาว ด้วยเหตุผลที่ว่า เราสี่คนไม่เคยได้เที่ยวพร้อมกันมาหลายปีแล้ว และในช่วงเวลานี้ เวลาว่างของเราสี่คนหมุนตรงมาหยุดที่จุดๆเดี่ยวกัน ... รออะไรล่ะ ไปทะเลดิ!!!!

by สองเท้า – เกาโลก

Fanpage   : https://www.facebook.com/scratchdaworld 

DSC_3352 (2)

ว่าแต่ คำว่า " ทะเล " นี่แม่งกว้างมากก ทั้งหาดยากหรือหาดง่าย คงต้องมาคิดทบทวนกันต่อว่าจะอ่าวไทย หรือ อันดามัน ตะวันออกหรือภาคใต้ ... จนในที่สุดก็ได้คำตอบที่ฝั่ง " อันดามัน "  แต่โจทย์ก็ยังไม่ถูกปิดตายซะที เพราะต้องมาหารือกันต่อว่าเราอยากไปที่ไหน..... และในที่สุดหวยทะเลสามตัวท้าย  ก็เลยไปออกที่

" สิมิลัน - ตาชัย - พังงา "

ป่ะะะ !!!

__________________________________________

Day 1 :  ตามระเบียบ ... " พัก " 

เราสี่คน แปดตา ได้เดินทางมาถึงสนามบินดอนเมืองกันก่อนเวลาพอสมควร โดยเป้าหมายของเราคือการทะยานไปฐานที่มั่นที่เขาหลัก จังหวัดพังงา แต่เนื่องด้วยที่พังงาไม่มีสนามบิน จึงต้องไปลงที่ภูเก็ตก่อนน แล้วค่อยต่อไปรถไป

โดยทริปนี้พวกเราทั้งสี่คนบินไปกับ Airasia ไฟลท์  FD 3091 จากดอนเมือง ไปถึงภูเก็ต ล้อเครื่องบินเตรียมหมุนในเวลา 11.20 ก่อนเที่ยง และจะไปถึงภูเก็ตราวๆ 12.40 ... เอาล่ะ ตอนนี้หิวกันทั้งครอบครัว ได้เวลารองท้อง!

ก่อนอื่น ถ่ายภาพคู่กับพี่ชายแปปป .... ถถถถถ

DSC_2639

หลังจากวุ่นวายเลือกร้านอยู่นาน ก็มาจบที่ " ไก่ทอดบอนชอนนน! " ... คือเซอไพร้มากกก ไม่คิดว่าดอนเมืองจะมีบอนชอนนน จัดหนักกกพุงกางงเลย 555 นี่คือสภาพชาวคณะก่อนขึ้นเครื่องงง

DSC_2656

เมื่อได้เวลา เจ้านกปีกเสริมใยเหล็กหางแดง ก็จะสำแดงวิชาบินพาเราทะยานสู่จังหวัดภูเก็ตกันตามเวลาพอดิบพอดี

DSC_2662

ก่อนมาได้ทำการสั่งของกินเล่นมากินกัน นี่คือ Yamanashi Mochi ซึ่งว่ากันว่าเป็นสูตรต้นตำรับจากแดนปลาดิบ คือหน้าตามันดูน่ากินมากกก ตอนนั้นผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ารสชาติเป็นยังไง เพราะนี่คือสูตรดั้งเดิมจริงๆ และหากินยาก ราคาประมาณ 90 บาท มีขายบนเครื่องถึงสิ้นเดือน 4 เท่านั้นน ... รีบสิครัชช

ก่อนนนอื่น! เค้าไม่ได้กินแบบในรูปนะ 555 ตานี่ภูมิปัญญาชาวบ้านน วุ้นโมจิมาในถ้วย ก็เลยเททั้งน้ำหวานกับผงถั่วหอมลงไปในนนั้น ซึ่งจริงๆ ต้องเททั้งหมดใส่ในกระดาษคล้ายๆใบตองสีเนื้อที่เค้ามีมาให้จ้ะ ฮ่าๆ ลาววแท้

ส่วนรสชาตินั้นน .. อร่อยยกลมกล่อม เจ้าวุ้นนั้นเนื้อละมุน แถมชอบบดิ้นนนด้วย ตักยากเล็กน้อย แต่ตักกแล้ววอยากจะกินไม่ใช่น้อยๆ ละ ... และนี่คือวิธีการกินที่ถูกต้องง 555 >> http://bit.ly/1ZrYVSK

DSC_2663

กำลังเคลิ้มๆ เสียงตามสายก็ดังขึ้นมากลางอากาศว่า จะถึงงงแล้ววว !! ช่วงเวลาที่กำลังจะหลับบ แล้วต้องตื่นนี่เป็นอารมณ์ที่เมาขี้ตาสุดๆ  แต่นี่คือเรื่องดี เพราะเรื่องราวดีๆ กำลังจะเริ่มต้นน

ก่อนมานั้น ผมไม่ได้คิดมาเลยว่าจะไปยังไง รู้แค่ยังไงก็ต้องมีทางไป .. พอรับกระเป๋าเสร็จก็เดินเป็นทัวร์ลูกเจี้ยบมาตรงทางออก ผ่านหน่วยขายตรง ที่วิ่งตรงเข้ามาพอดี ..

" ไปไหนครับพี่ "

" จะไปที่เขาหลักครับ โรง Beyond resort เขาหลัก "  ผมชี้แจงเป้าหมายให้หน่วยขายตรงทราบ

" พอดีเลยย มีฝรั่งอีกสองคน เดี๋ยวพี่ไปหารค่ารถกับเค้านะ กลุ่มละ 1000 บาทเหมาไป เค้าก็ไปเขาหลักเหมือนกัน " หน่วยขายตรงตอบกลับมา ผมก็งงเล็กน้อย เพิ่งค่อยเจอระบบ หารเป็นกลุ่มมก็ครั้ง'นี้ ปกติจะมีแต่หารเป็นหัวๆ 555

ก็เลยเป็นอันตกลงปลงใจกันไปอย่างง่ายดายย ด้วยรถตู้คันนี้ " เลทสะโก พังงา!!

DSC_2672

ผ่านไปชั่วโมงนิดๆ หลักจากส่งผู้โดยสารกลุ่มที่หนึ่งเสร็จ พี่รถตู้ผู้มาดนิ่ง ก็ซิ่งพาเรามาถึงที่หมายจนได้ ..

" Beyond resort เขาหลัก "

ชีวิตในการเดินทางทั้ง 4 วัน 3 คืนผมได้ฝากไว้ที่นี่ โดยในวันแรกเรามาถึงกันบ่ายสองเช็คอินพอดี จริงๆ นี่คือสาเหตุที่ผมเลือกไฟลท์นี้ เพราะลองคำนวณเวลาแล้ว มันจะมาถึงทันเชคอิน

กิจกรรมวันนี้หลังจากมาถึงลอบบี้ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากคำว่า " พักก " ...

DSC_2687

แต่ก่อนจะพักก ชาวคณะขอกินนนก่อนนนนน กับ welcome fruit จากทางโรงแรมมม ชุ่มมมฉ่ำกันไป

DSC_2689

บรรยากาศที่ Beyond resort เขาหลักนั้นสวย สงบ และน่าอยู่มากก เห็นทางพนักงานบอกว่า ส่วนมากลูกค้าที่นี่ไม่ได้มาแค่วันสองวัน แต่มาพักกันทีเป็นสัปดาห์เลยย คือไม่ใช่แค่มาเที่ยว แต่ฝรั่งเค้ามาใช้ชีวิตกันที่นี่

นี่เป็นบริเวณสระว่ายน้ำติดหาดครับ ชิลลม้ากกกก

DSC_2713

เอาของไปเก็บที่ห้องพักกันก่อนน พอเข้ามาถึงก็อึ้งในความกว้างของห้องนอน Type Palm villa เอิ่มมม เอาเต้นมากางได้เลยนะ 555 ด้านในคือห้องแต่งตัวกับห้องอาบน้ำครับ แบ่งโซนกัน

DSC_2723

DSC_2730

มาถึงทะเล จะอยู่แต่ในห้องนอนก็กระไร ผมจึงชวนทุกคนออกไปเดินเล่นรับรม ชมทะเล เซไปกับแสงอ่อนยามเย็น และแน่นอนว่านานๆจะมากันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ งานถ่ายรูปหมู เอ้ยย รูปหมู่ก็ต้องมาา จัดปาย

DSC_2775

บรรยากาศดีเว่ออออ ... เราทั้งสี่คนทิ้งตัวลงบนที่นอนสีเขียวพร้อมกัน คุยกันไม่นาน ทุกคนก็เข้าสู่โหมดสงบสุข

" โซเชี่ยลลลไทม์จ้ะ! " ... แหม่ 55

DSC_2778

ข้อดีของที่พักฝั่งนี้คือ เราจะได้ชมพระอาทิตย์ตกด้วย เพราะมันจะตกฝั่งทะเลอันดามันพอดี .. ไม่ว่าผมจะเดินทางไปไหนก็ตาม น้อยครั้งมาก ที่จะพลาดช่วงเวลาสำคัญประจำวันแบบนี้

และที่มันพิเศษกว่าครั้งไหนๆ คือ " เรา " ได้มาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา หากเวลาหยุดลงได้ ก็คงจะดี .. ต่อจากนี้ก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเมื่อไหร่ เราจะได้มาไกลๆ ด้วยกันแบบนี้อีก

จริงๆ แล้วความสุขบางทีมันไม่ได้อยู่ไกลเลย ... " ข้างๆ " เรานี่เอง

DSC_2839

หลังจากส่งพระอาทิตย์เข้ามุ้ง ก็ได้เวลามุ่งไปหาของกิน ... วันนี้ทางโรงแรมมีบุฟเฟ่อาหารไทยย ทั้งของคาวของหวานดีงามพระรามสามมาก อร่อยหมดเลย ชอบผัดไท ถุงทอง ทอดมัน แล้วก็ปอเปี๊ยะะะ >< พุงงงแตกกกก

พอหนังท้องตึง ก็คิดถึงเตียงยิ่งกว่าอะไร .... หลับบบบบบบสิครัช!

DSC_2840

_______________________________________________

Day 2  : สิมิลัน .. ในที่สุดเวลาของเราก็เท่ากัน

ผมเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม เกี่ยวกับความงดงามของเกาะสิมิลันมานานนมาก แต่ยังไม่มีโอกาสไปเสียที ปีแล้วปีเล่าได้แต่ไปแบบเฉียดๆ จนในที่สุดวันนี้ก็มาถึง !

เดย์ทริปสิมิลัน ที่ผมได้ไปกับทาง Love Andaman  โดยเรานัดกันที่ลอบบี้โรงแรมในตอน 7 โมงเช้าา .. ซึ่งอะไรก็ไม่สำคัญเท่าเรามีเวลากินอาหารเช้าที่โรงแรม (คือฟรีไง555)  ไม่ได้งกเล้ยยยยยยย ><

จริงๆ เค้าเปิด 6 ครึ่ง แต่เราไปถึงตอน 6.15 ขอกินกันก่อนน จะได้ไปทันเวลานัดในตอน 7 โมงง

DSC_2916

นี่คือหนึ่งในสามจานนที่ผมกิน ทริปนี้ นอกจากเที่ยวหนักแล้ว ยังกินหนักกกมากกกก !

DSC_2923

บรรยากาศสบายๆ ยามเช้าที่โรงแรม ก่อนจะไปขึ้นรถตู้ ที่มาตรงเวลาซะจนเราเกือบสาย เพราะกลับไปเอาของที่ห้องกันก่อนนน ><

DSC_2928

จากนั้นไม่นานรถตู้ก็มาจอดที่ท่าเรืออ ที่จะพาเราไปที่หมู่เกาะสิมิลันกัน ตรงนี้จะมีแต่ของ Love Andaman ครับ มีทั้งไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น เรียกว่านานาชาติมากกก  พอมาถึงขั้นแรก ต้องมาทำการเชคอินที่เคาน์เตอร์กันก่อนนน ยังไงถ้าใครจะมาควรจองมาก่อนนะ ล่วงหน้าหน่อยก็ดี

ใครสนใจลองดูโปรแกรมได้จากเวบของ Love Andaman ตามลิ้งด้านล่างได้เลยครับ จะเป้นทัวร์ทั้งวัน มีข้าวเช้าข้าวกลางวัน ของวัน น้ำ ผลไม้ครบ เรียกว่าห้ามเอาตังค์ไปนะ ไม่จำเปน 555

http://loveandaman.com/tour-packages.htm

DSC_2950

พอเชคชื่อเสร็จแล้ว ก็จะได้ Wristband มาคนละอัน เป็นสีๆ ครับ หากพบเห็นใครเข้าข่ายมี Wristband เหมือนกับคุณ คนผู้นั้นจะลงเรือลำเดียวกับคุณ และจะมีไกด์ผู้น่ารักคนเดียวกันคอยดูแล

DSC_2968

ทาง Love Andaman มีอาหารเช้าบริการเช่นกัน พวกคอนเฟลค ข้าวต้ม ปาท่องโก๋ แบบโก้ๆ แต่เนื่องจากพวกเราพุงแตกกันมาตั้งแต่เมื่อคืน ต่อเนื่องมายังเช้านี้ จึงไม่สามารถเอาอะไรยัดลงไปได้อีก ก็นั่งรอเวลากันไป

DSC_2947

DSC_2956

พอถึงเวลา ไกด์ผู้นำกลุ่ม จะเดินเสาะแสวงหาสมาชิกทุกคน ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด เค้าจะหาท่านจนเจอ ! 555  จากนั้นก็จะไปฟังบรีฟคร่าวๆ กันว่าเราจะทำอะไร มีโปรแกรมอะไรกันบ้างคร่าวๆ .. ผมเป็นคนเดียวที่นั่งหาวววว เพราะนอนนนดึกกกกมากกก ง่วงงงโคตร จุดนี้

DSC_2973

แต่ความง่วงก็มักจะถูกความตื่นเต้นมาบรรเทาลงได้เสมอ เรียกว่าของแพ้ทางกัน ... เพราะเมื่อได้เวลาเดินลงเรือ ผมนี่ตาแข็งขึ้นมาทันใด ยิ่งก่อนมา มีแต่คนเตือนว่าระวังพายุเข้าบ้าง ฝนตกบ้าง คือออก็ลดความคาดหวังลงมานิดหน่อย

แต่พอมาเจอฟ้าใสปิ๊งๆ อากาศนิ้งๆ เนียนๆ แบบนี้ คือออฟินนข่าาาาา ถึงมันจะร้อน และคงหนีสารรังสีเมลานิลไม่รอดก็เถอะ .. กรูยอมมมม!!  ลงเรืออออออแล้ววววว เย้!

DSC_2978

ก่อนนอื่นนลองมารู้จักหมู่เกาะสิมิลันกันหน่อย

"อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน" หมู่เกาะกลางทะเลอันดามันที่เป็นเลิศในด้านความงดงามของปะการังใต้ท้องทะเลรวมไปถึงชายหาดและทะเลอันสวยงาม ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 .. ก่อนผมจะเกิดเสียอีกกกก

คำว่า "สิมิลัน" เป็นภาษายาวีหรือมลายู แปลว่า เก้าหรือหมู่เกาะเก้า ทั้งนี้ หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็กๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก ( เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู มีที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อยู่ที่เกาะเมี่ยงเพราะเป็นเกาะที่มีน้ำจืด หมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงามทั้งบนบกและใต้ น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลายชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก เช่น กระเบนราหู ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาไหลมอนเร่ ปลาการ์ตูน

หากใครคิดจะไปเที่ยวที่ "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน" ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดครับ ( Cr.ข้อมูล : http://travel.kapook.com/view668.html )

และโดยโปรแกรมแล้ว สำหรับเดย์ทริป ทาง Love Andaman จะพาเราไปที่ไฮไลท์ๆ ของหมู่เกาะสิมิลัน ทั้งดำน้ำ ตามจุดต่างๆสองจุด ตามความเหมาะสมของช่วงเวลานั้นๆ กับการไปทัวร์สองเกาะหลัก นั่นคือ เกาะเมี่ยงหรือเกาะสี่ กับ เกาะสิมิลัน ซึ่งมีแลนด์มาร์คของหมู่เกาะสิมิลันยืนแสตนบายด์รอทุกคนอยู่ นั่นคือ " หินเรือใบ " นั่นเอง

ที่ผมวงสี่เหลี่ยมเอาไว้นั่นแหละครับ คือสองเกาะที่เราจะไปกัน... ลุยยยยยยย!!!

similanmap

ชาวคณะพร้อมมม แต่ไม่ค่อยมีใครเล่นกับผมเลยยย อายกล้องกันทั้งนั้นน 555 โดยไกด์คนไทยของเราวันนี้ชื่อ .... ลืมมมม รูป .... ลืมถ่าย แต่พี่อยู่ในใจผมเสมอนะ ดูแลดีมาก ><

DSC_2991

และนอกจากไกด์คนไทยแล้วว ยังมีไกด์ฝรั่งด้วย น่ารักมากกกเช่นกัน ดูจากท่าอธิบายท่านี้ก็คงไม่ต้องบอกว่านางอารมณ์ดีแค่ไหน 55

DSC_3000

จะว่าไปทำไมใครๆ ถึงชอบไปทะเล ... มันก็มีแค่ ทะเล หาดหราย แสงแดด และเนินเขากับต้นไม้ จริงๆ  นอกจากความสวยงามตามท้องเรื่องที่ทะเลส่งต่อมาถึงผู้มาเยือนแล้ว ยังแฝงไปด้วยพลังงานบางอย่าง บางทีอาจจะเริ่มจากน้อยนิด แต่ติดใจไปสักพัก เราก็จะรู้สึกรักทะเลไปโดยไม่รู้ตัว ... เอะอะก็ โอ้ววซี คอลลิ่ง แล้วก็ชิ่งไปหาทะเลด้วยเหตุผลต่างๆนาาๆ ....

บางคนหนีรักไปพักใจ
บางคนไปพักผ่อนให้ผ่อนคลายกับสายลมและน้ำทะเล
บางคนอาจจะเซไปโดยไม่มีเหตุผล แค่รู้สึกว่าทะเลมันรักษาเค้าได้
บางคนชอบในกลิ่นและโอโซนของทะเล
บางคนอาจจะแค่อยากกินอาหารทะเล
บางคนก็บอกว่าทะเลสร้างแรงบันดาลใจ
บางคนบอกหมดไฟไร้แบทก็เลยใฝ่หาทะเล
บางคนบอกทะเลมีพลังให้เราได้คิดในสิ่งที่อยากคิด.. นั่นสินะ...
บางคนบอกทะเลคือความโรแมนติคของคู่รัก ดั่งคำกล่าวที่ว่า " ทะเลสายลมและ " สองเรา "

DSC_3010

บางคนบอกพอได้มองออกไปแล้วมันไม่มีจุดสิ้นสุด .. ฉุดให้คิดถึงความอิสระของชีวิต
บางคนคิดว่าการได้ไปทะเลคือความสนุกของการอยู่ร่วมกัน
บางคนบอกมันส์ชิพพหายยย
บางคนชอบเพราะทะเลหนึ่งที่ แต่หากต่างเวลา ความรู้สึกก็ต่างกัน
บางคนชอบฟังเสียงคลื่น ดื่มด่ำกับดวงอาทิตย์และพระจันทร์
บางคนชอบดูบิกินี่ หรือไม่ก็หลีซิกแพค

ยังมีเหตุผลมากมาย กับนิยามความรักของมนุษย์ที่มีต่อทะเล ..... สำหรับผม ผมแค่รู้สึกดี เวลาที่มีทะเลก็แค่นั้น แต่ในความหมายของ " แค่นั้น " มันกลับแฝงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ คล้ายๆกับเราชอบใครสักคนโดยที่ไม่รู้สาเหตุ ... ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะบางทีเราก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลให้กับชีวิตมากนัก ปล่อยให้หัวใจได้ทำหน้าที่ของมันให้มากขึ้นก็ดีเหมือนกัน

DSC_3012

การนั่งเรือครั้งนี้ ผมนั่งอยู่ท้ายเรืออ .. ในช่วงที่แดดอันระอุ ลงตรงใบหน้าและลำคอพอดี  คงไม่ต้องพรรณาถึงรังสีแห่งความเกรียมที่กำลังจะเข้ามาเยี่ยมเยียนผม ที่เกรียน เอ้ย เกรียมอยู่แล้ว ให้เกรียมขึ้นไปอีกก

นั่งคอหัก หัวปักกับข้างหลัง โอนเอนไปตามกระแสคลื่นน สูดกลิ่นสดชื่นของทะเลไปตามทาง อยู่ดีๆ เรือแม่งโครงเครงขึ้นมา !!!

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าทุกคนกำลังยืนอยู่ขอบเรือบ้าง ข้างหน้าบ้าง จนกัปตันและไกด์ต้องบอกให้นั่งลง ด้วยความที่เราก็ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เลยออกไปเดินดูด้านหน้าว่ามีอะไรกัน ทันใดนั้นนน ก็ เห้ยยยยย !!!!

" ปลาโลมากระโดด !!!! "

น่ารัก ดีงามมาก ! คือจริงๆ ก็เคยเห็นมาบ้างแล้ว แต่ไอการมาเห็นบนความเป้นธรรมชาติท่ามกลางท้องทะเลอันกว้างใหญ่นั้น เป็นอะไรที่ฟินมาก และ ไม่ได้กระโดดครั้งเดียว กระโดดอยู่หลายครั้ง ซ้ายที ขวาที แล้วก็มาโผล่ข้างหลัง ผมจับภาพไม่ทันจริงๆ นี่คือภาพที่ดีที่สุดที่ผมมี

แต่ภาพที่ตราตรึงใจ มันอยู่ในความทรงจำของผมไปเรียบร้อยโรงเรียนโลมาน้อยแล้ว ^^

DSC_3018

แค่เพียงไม่กี่นาที ปลาโลมาก็ลอยจากไป .. แต่นางโลมาทั้งสองได้ทิ้งร่องรอยแห่งความสุข และนอกจากจะปลุกผมแล้ว มันยังปลุกรอยยิ้มรวมไปถึงความสดชื่นของทุกคนบนเรืออีกด้วย

ผ่านไปไม่นานเราก็มาถึงก็แรกที่แวะ

" เกาะเมียง " หรือเกาะที่สี่แห่งหมู่เกาะอันดามัน

เกาะเมียงเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่รองจากสิมิลัน และยังเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เพราะมีแหล่งน้ำจืด ชายหาดที่เกาะนี้จะมีสีขาวละเนียนมากก  น้ำทะเลก็ใสมากเช่นกัน  ที่นี่มีแนวชายหาดท่องเที่ยวที่สำคัญอยู่ 2 หาด คือ หาดหน้า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ และหาดเล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก โดยมีหาดหน้าเป็นเหมือนประตูสู่ เกาะสี่ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งบ้านพัก ลานกางเต้นทื ร้านอาหาร ห้องน้ำ รวมไปถึงศูนย์นิทรรศการ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมค้างคืนบนเกาะสี่มากกว่าที่อื่น ..

และสัมผัสแรกของผมที่นี่  จากที่เคยได้ยินคำกล่าวว่า... ทะเลไทยไม่แพ้ที่ใดในโลก ... คงไม่น่าจะเกินจริง

DSC_3027

เสียงคลื่นน ... คือเสียงเพลงที่ไม่มีทำนอง ไม่มีคำร้อง ฟังแม่งก็ไม่รู้เรื่อง ... รู้อยู่อย่างเดียวว่า

" นี่คือเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกสงบ " ...  และยังเป็นเสียงที่มาพร้อมกับกลิ่นของความสดดชื่น  " กลิ่นทะเล "

DSC_3036

นอกจากความสงบ .. ความสดชื่นแล้ว สิ่งหนึ่งที่อบอวลไปทั่วก็คือ " ความสุขข "

ทั้งไทย จีน ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น อาบัง เราต่างมาใช้เวลาดีๆ ด้วยกันบนหาดทรายสีขาวบริสุทธ์กับน้ำทะเลสีฟ้าใสสุดๆ สเน่ห์ของทะเลมันง่ายที่จะรับรู้ แต่ยากอยู่ที่จะเข้าใจ ... อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ หลายๆคนถึงได้ชอบทะเล

DSC_3040

อะไรเอ่ย ไม่เข้าพวก ?

ชุดดมึงงไงง! 5555

พอดีเพิ่งลงเกาะแรกกก ก็ไม่เข้าใจว่าใส่ขายาวมาทำไมเหมือนกัน อารมณ์อยากมีรูปเก๋ๆ สักสามสี่รูป เพราะไม่นานก็ต้องถอด เหลือกางเกงขาสั้นอยู่ดี ><

DSC_3053

คุณพ่อเดินนเป็นพะอกถ่ายเอ็มวี พร้อมกับสไลด์มือถือเข้าสู่โซเชี่ยลโหมด ... คุณแม่ก็นั่งพักชิลกับหาดทรายและท้องทะเล ... คุณน้องก็ถ่ายรูปไปเรื่อยซ้ายทีขวาที  ส่วนผมก็ทำทุกอย่างที่ทั้งสามคนทำพร้อมๆกัน 555

DSC_3069

DSC_3071

ผมเข้าใจเธอดี .... การท่องโลกคนเดียว มันก็ต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุด และดีที่สุด โดยเฉพาะการบันทึกความทรงจำ

DSC_3080

แต่ก็ดี ที่ครั้งนี้ ผมไม่ได้เดินทางคนเดียว แต่มากับคนพิเศษอีกสามคน ^^

DSC_3099

DSC_3122

DSC_3107

DSC_3127

ไกด์ให้เวลาเราพอประมาณ เรียกว่าอิ่มกำลังดี กับที่นี่ จากนั้นเราก็จะไปดำน้ำกัน ในจุดดำน้ำที่ไม่ไกลนัก แค่อ้อมไปแปปปเดียวก็ถึง .. ภาพนี้คือช่วงที่เรือกำลังแล่นออกจากเกาะเมี่ยงครับ

ใสมั้ยยย ? ^^

DSC_3139

ไม่กี่นาที เรือก็มาปล่อยสมอ พร้อมกับบิ้วให้ทุกคนไปดำน้ำ ...  และทุกคนลงไปกันหมดดด เหลือก็แต่บ้านนี้!! 55 ไม่มีใครลงเลย น้องสาวว่ายน้ำไม่เป็น คุณแม่ก็เช่นกัน พ่อก็ไม่ลง ส่วนผมจะไปลงจุดดำน้ำที่สองแทน เพราะไม่ได้เอาผ้าเช็ดตัวมา ไม่อยากเปียกก่อนไปกินข้าวว

DSC_3154

คือก็ตลกดี ลงไปทั้งลำ เหลือครอบครัวหรรษาของเรากันสี่คนน  ฮ่าๆ

DSC_3163

การดำน้ำแต่ละจุดจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที จริงๆ ถ้าลงได้ก็ควรลง โดยเฉพาะคนที่มีอาการเมาเรือ เพราะเรือมันจะโครงเครงตลอด ... พอได้เวลาเรือกก็มุ่งหน้าสู่ A must ของหมู่เกาะสิมิลันทันที  ที่ ..

" เกาะสิมิลัน  หรือเกาะแปด"

เกาะนี้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการเดินทางสู่หมู่เกาะสิมิลัน เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีหาดทรายขาวละเอียดใต้ทะเล มีปะการังหลายชนิด เป็นเกาะที่สามารถดำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้นด้านเหนือของเกาะมีหินขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้าย รองเท้าบู๊ต ถัดมาเป็นหินเรือใบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะสิมิลันด้วย

เกาะแปดเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่ครบ ทุกรสชาติตั้งแต่การเที่ยวชายหาด ดำน้ำดูปะการัง เส้นทางเดินศึกษธรรมชาติ และจุดชมวิวที่สวยงาม ชายหาด ของเกาะแปดมีทั้งหมด 2 หาด แนวชายหาดที่โดดเด่นอยู่ทางทิศตะวันตก หนึ่งหาด และชายหาดด้านทิศตะวันออกอีก 1หาด ชายหาดทั้งสองด้านนี้ถูกเชื่อมด้วยด้วยเส้นทางเดินป่าระยะทางประมาณ 2.5 ก.ม.ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางศึกษาธรรมชาติใช้เวลาเดินทาง 1.30-2 ชั่วโมง บนเกาะแปดเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ลานกางเต้นท์ ร้ายอาหาร ที่อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว  ( Cr.ข้อมูลจาก http://www.paiduaykan.com

จุดท่องเที่ยวสำคัญของเกาะสิมิลีนหรือเกาะแปดนี้คือ " อ่าวเกือก "  ซึ่งเป็นจุดที่เราจะมาฟินและกินไปพร้อมกันๆ .. โดยอ่าวเกือกเป็นอ่าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะแปด มีลักษณะที่โค้งลึกเข้าไปในตัวเกาะคล้ายกับเกือกม้่าฮี้ๆ ขนาบด้วยปลายแหลมที่ยื่นลงไปในทะเล

ทางด้านขวาของอ่าวนี้เป็นเนินเขาที่มีก้อนหินขนาดใหญ่(ที่เห็นในภาพ)  ด้านบนสุดมีหินรูปร่างแปลกตาละม้ายคล้ายกับใบเรือ จึงเรียกว่า หินเรือใบ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล และยังเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักหมู่เกาะสิมิลันอีกด้วย ชายหาดของอ่าวเกือกยังเป็นหาดทรายที่นักท่องเที่ยวนิยมในการเล่นน้ำอาบแดด เพราะหาดทรายมีเม็ดทรายที่ละเอียด สีขาวสะอาดฟรุ้งฟริ้ง น้ำทะเลก็ใสจนมองเห็นพื้นทราย ระดับน้ำไม่ลึกเหมาะกับการเล่นน้ำหรือดำน้ำมากก

เอาล่ะ ถึงงงท่าเรือออแล้วววว!!!  ฮ่ายยยย สิมิลัน!

DSC_3167

เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาเที่ยง... ก็ได้เวลากินนน!

โดยอาหารของทาง Love andaman ในวันนี้ มีหลายเมนู ทั้งสปาเกตตี้ ไก่ทอด ผัดวุ้นเส้น และต้มมจืดด ส่วนตัวผมทานผัดวุ้นเส้น กับไก่ทอดราดดข้าวว แล้วพบว่า .. อร่อยยยมากกกก โดยเฉพาะไก่ทอด ราดน้ำจิ้มแม่ประะนอมนิดนึง ฟินมากก เบิ้ลไปสองจานใหญ่ๆ ขนาดถ่ายรูป ยังไปโฟกัสที่ไก่ 5555

DSC_3179

ก่อนทานข้าว ทางพี่ไกด์แจ้งว่าใครจะขึ้นไปจุดชมวิว ให้มาเจอกันที่ทานข้าวในตอนบ่ายโมง ซึ่งพวกเราก็ทานข้าวเสร้จตอนนั้นพอดี ... ตอนนี้ก็ได้เวลาขึ้นไปเซย์ไฮกับหินเรือใบซะที  เราจะเดินตรงเข้าไปตามต้นไม้นั่นแหละครับ

DSC_3182

ทางเดินขึ้นช่วงแรกจะเป็นทางเดินลัดเลาะขึ้นไป มีเชือกให้จับ แต่ก็ต้องระมัดระวังพอสมควร พอไปถึงจุดนึงที่เป็นบันไดที่ต้องลอดช่องหินเพื่อจะขึ้นไปตรงเนินหินด้านบน ... ผมและพ่อรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยนัก เลยให้ทางคุณพ่อและคุณแม่รออยู่ข้างล่างจะดีกว่าา ส่วนน้องสาวก็กลัวไปด้วย เลยมีผมขึ้นไปคนเดียว

และเมือขึ้นไปตามทางเรื่อยๆ ก็มั่นใจว่าคิดถูกแล้ว ที่ให้พวกท่านรอข้างล่าง จริงๆ มันก็ไม่ได้อันตรายมาก แต่สำหรับใครที่ข้อไม่ค่อยดีหรือปีนป่ายไม่ไหวจะดูเสี่ยงไปนิดนึง เพราะมันเป็นเนินหินที่หากล้มแล้ว คุณจะกลิ้งตกไปได้ง่ายๆ  และอีกเรื่องคือร้อนนทรีนนนมากก 555

DSC_3186

DSC_3193

ถึงแล้ววว  จากจุดชมวิวบนนี้ จะเห็นอ่าวเกือกทั้งอ่าว สวยงามตามท้องเรื่องสุดๆ ! ชอบบบบบบมากก หาดทรายสีขาวเนียน กับส่วนโค้งส่วนเว้าาาของมัน และสีสันอันสดใสของน้ำทะเลอันดามัน ..  ขอเฮดังๆซักสามที!

DSC_3208

DSC_3214

DSC_3215

นอกจากผมจะยืนฟินอยู่พักใหญ่ๆแล้ว .. กลับมีอาเจ๊จากไหหลำที่ยืนอยู่ตรงนั้นนานกว่าผมอีกกก ท่าทางเจ๊เค้าคงกำลังซึมซับกับบรรยากาศอย่างเต็มที่ .... แต่พอหันไปดูข้างหลังง

อ่ออ เจ๊เค้าถ่ายรูปอยู่ 5555 หลายแอค และยืนท่าเดิมนานมากก >< ดีใจที่ชาวต่างชาติชอบบ้านเราซะขนาดนี้ จริงๆ จากที่ผมสัมผัสเกาะสิมิลันในวันนี้ ก็เจอคนจีนเยอะนะ แต่รู้สึกว่า เจอแต่ดีๆ ทุกคนน่ารักมาก ตลก และสร้างสีสันที่ปนความวุ่นวายแบบฮาๆ ได้พอสมควร

ผมว่าก็ฮาดีนะ 555 แต่ก็นั่นแหละ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเจอคนแบบไหน ดีก็แยะ ไม่ดีก็มี หรือบางทีก็อยู่ที่เรามองง แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือทุกวันนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวของบ้านเรา อยู่ได้เพราะพวกเค้านี่แหละ เป้นสัดส่วนใหญ่ๆเลย

DSC_3228

DSC_3227

ชมอาเจ๊เพลิน .. ได้เวลามาเดินชมวิวจากด้านบนกันต่อออ สวยยทุกองศาาจริงๆ

DSC_3229

DSC_3230

DSC_3237

ฟินจนได้ที่ ก็ได้เวลาเคลื่อนที่ลงมาาละ เดี๋ยวจะไปดำน้ำเป็นจุดสุดท้ายก่อนเดินทางกลับเข้าฝั่งกัน  และก่อนจากก ขอแชะภาพบรรยากาศหน้าหาดและหินเรือใบครั้งสุดท้ายซักหน่อยย  ไปแล้วววน้าาา ไว้เจอกันใหม่ ^^

DSC_3238

DSC_3254

DSC_3257

ถึงคิวของผมบ้างงง ได้เวลาดำน้ำ ! คือจุดที่ผมลงปะการังอาจจะไม่พีค แต่ปลาพีคมากกก  ปลาเยอะ และสีสันคัลลเล่อฟูลสุดๆ  ถือว่าเป้นการปิดฉากเดย์ทริปที่หมู่เกาะสิมิลัน ได้อย่างสวยงามมม

DSC_3262

ไอการเล่นน้ำ ดำน้ำนี่ พอขึ้นมามันกระหาย มันหิวอย่าบอกกกใครร ... ตอนนี้ผมหิวโซมากกก ระหว่างนั่งเรือกลับเข้าฝั่งก็หลับๆ ตื่นๆ เช่นเคย หัวโขกกเหมือนเดิม ทุกคนนั่งกันที่เดิมเหมือนตอนขามา สิ่งที่ต่างไปคือจากความสดชื่น กลายเป้นความอ่อนล้าาา .. หลับกันทั้งเรืออ พูดเลย 5555 (มึงด้วย)

พอมาถึง ในทัวร์จะบริการรถไปส่งที่โรงแรมอยู่แล้ว ประมาณว่ามาคันไหนก็ไปกับคนนั้น แต่ก่อนจะไป ผมก็ไม่ลืมที่จะกินไอศครีมที่เค้าแจกกตอนออกมาจากเรือ อร่อยยยย

ออกมาจำได้ว่า ภุเก็ตเลี้ยวซ้าย เขาหลักเลี้ยวขวา ผมก็เลี้ยวไปและก็ได้เจอกับพี่คนเดิม เพื่อนร่วมรถกลุ่มเดิม มีคนไทย 3 คน ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ

และด้วยความที่คณะผมขึ้นเป็นกลุ่มแรกตอนขามา ขากลับจึงต้องลงเป็นกลุ่มสุดท้ายตามตรรกะเรื่องระยะทาง พอลงมาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง อาบน้ำเสร็จปั้ป ตรงดิ่งไปหาไรกินทันที วันนี้เราเลือกกิน บุฟเฟ่ปิ้งย่างของทางโรงแรม หม้อเหมือนบาบีก้อน แต่มีน้ำจิ้มถึงสี่อย่าง ที่เด็ดคือน้ำจิ้มมะขาม ดีงามมมาก เนื้อหมักงา เนื้อหมักซอสพริกไทยดำก็สุด เป็นอีกมื้อที่กินเยอะโคตร ... จุดนี้นอกจากจะดำแล้ว ยังอ้วนอีกตะหากก ฮ่าๆ

DSC_3268

DSC_3273

DSC_3274

อิ่มแล้วก็นั่งทำงานได้ไม่นานน .... สลบบบบจ้าาาาา ><

DSC_3286

____________________________________________

Day 3  :  ตาชัย ... ใสปิ๊งง!

ภาพตอนเช้าของเมื่อวาน ได้ถูกรีรันขึ้นอีกครั้ง เราทำทุกอย่างตามขั้นตอนเดิมกันอย่างบังเอิญและน่าตลกก ตื่นเหมือนเดิม ไปทานข้าวที่เดิม นัดเวลาเดิม และเกือบจะสายเหมือนเดิม ....

แต่ที่ไม่เหมือนเมื่อวาน .. คือวันนี้คุณพ่อคุณแม่ขอพัก! 555 แกบอกกนั่งเรือนานๆแล้ววเพลียย จึงขอตัวไปหวีดดดกันสองคน เหลือผมกับน้องสาวเป็นผู้อยู่รอดในวันนี้ โดยเรามีโปรแกรมจะไปตะลุยเกาะติดๆกันอีกวัน เป้าหมายในวันนี้คือ.

" เกาะตาชัย "

ในการติดเกาะวันที่สอง เรายังใช้บริการทัวร์กับทาง Love Andaman เช่นเคย เมื่อถึงเวลารถก็มาตามนัด โก!

DSC_3293

และเราก็ไม่ได้ไปไหนไกล หลังจากภาพเมื่อเช้าที่โรงแรมถูกรีรันแล้ว  ตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน ผมและน้องลงรถที่เดิม เข้าแถวเชคอิน จากนั้นก็รอพี่ไกด์มาตามไปบรีฟ และเตรียมลงเรือออ  นี่ครับโฉมหน้าไกด์ของผมวันนี้ที่จะพาเราไปเกาะตาชัย

DSC_3308

หลังจากฟังเจ๊ยิ้มกว้างแล้ว มาฟังผมบรีฟต่อก่อนจะไปชมเกาะตาชัยกันนบ้าง

ทำไมต้องชื่อ " เกาะตาชัย "  ?

เกาะตาชัย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และอยู่ไม่ไกลจากหมู่เกาะสุรินทร์มากนัก ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย เลยทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า เกาะตาชัย 
จริงๆ คนท้องถิ่นในอดีตจะ เรียกที่นี่ว่า “เกาะบัว” เพราะแหล่งน้ำจืดที่อยู่บนเกาะนี้มีดอกบัวขึ้นอยู่ และด้วยความที่อยู่ห่างไกลจากฝั่ง แต่เดิมหากเดินทางด้วยเรือประมงก็คงต้องใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ในอดีตจึงไม่มีชาวบ้านสนใจขึ้นไปบุกรุกจับจองพื้นที่ ทำให้เกาะตาชัยกลายเป็นเกาะที่มีความงามตามธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ถือได้ว่าเป็นเกาะบริวารแห่งใหม่และอยู่ในความดูและรับผิดชอบของของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ปี 2556 โดยเกาะตาชัย ลุงชัย หรือปู่ชัยนี้ เปิดให้ท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตค 56 ... ไม่กี่ปีนี่เองง
ตามแผนที่จะเห็นได้ว่า เราจะขึ้นเรือกันที่ท่าเรือทัพละมุ และเกาะตาชัยจะอยู่ไกลออกไปจากสิมิลันดังรูปครับ

E12891003-5

ได้เวลาแล้ว ก็เดินไปเข้าแถวตอนเรียงหนึ่ง เรียงหน้ากันลงเรือ วันนี้ผมยังเจอคนไทยสามคนเมื่อวานเหมือนเดิม เราลงเรือลำเดียวกันอีกครั้ง นอกจากนั้นคือสหประชาชาติจีนทั้งสิ้น 555 แต่น่ารักทุกคนครับ ที่ผมเจออ มีเสียงดังไปตามสไตล์ แต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ชิลลๆ

DSC_3314

โดยแผนการในวันนี้คือ ตอนไปถึงเค้าจะไปดำน้ำกันสองจุด รวมๆ หนึ่งชั่วโมง แต่หากใครไม่ดำน้ำ เค้าจะไปปล่อยให้รอที่เกาะตาชัยกันก่อน ซึ่งนี่คือดีมาก เพราะคนที่ไม่ดำจะได้ไม่แก่วอยู่ในเรืออ ... แต่เมื่อน้องสาวผมเปลี่ยนใจไม่ดำน้ำ ผมเลยต้องไปอยู่บนเกาะเป็นเพื่อนนางไปด้วย 55  จะว่าไปก็ดีเหมือนกันน ได้ฟินกันเกาะไปนานๆ เอาให้สุด!

เอ้า ... ออกเรือได้ (มึงไม่ใช่กัปตัน!)

DSC_3322

วันนี้ผมหลับเกือบตลอดทาง คงเพราะเพลียสะสม นอนน้อยตั้งแต่เมื่อคืนก่อน จนไปถึงเมื่อคืน  แต่ก็มาตื่นตอนจะถึงเมื่อเด็กชายสายจีนคนนึงอ้วกกกพุ่งอยู่ข้างงงๆ 555

จากฝั่ง ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เราก็มาถึงที่หมายยยย ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ เกาะตาชัยยย

DSC_3333

เกาะตาชัยเป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวนวลบริสุทธ์ ทอดตัวขนานไปกับน้ำทะเลทีมีความใสระดับห้าดาว ยาวประมาณ 700 เมตร ... ที่นี่คนไม่เยอะเหมือนสิมิลัน หรืออาจจะเท่าๆกัน แต่ด้วยหาดทรายที่กว้าง ทำให้มีพื้นที่สร้างความสุขกันได้มากขึ้น

DSC_3334

สัมผัสแรก ระหว่างหัวแม่โป้งฝ่าเท้า กับหาดทรายสีขาว มันนฟินมากกก คืออาจะจะไม่ได้นุ่มบางเบา เหยียบแล้วลอยได้อะไรอย่างนั้น แต่มันเป็นความรู้สึกที่บริสุทธ์ของเม็ดทรายกับน้ำทะเล...

DSC_3340

ได้ยินเค้าเปรียบเปรยกันว่าเม็ดทรายที่เกาะตาชัยขาว นุ่มและละเอียดราวกับคอฟฟี่เมท .. วันนี้ผมได้มาสามารถด้วยสองมือ สองเท้า ขอยืนยันอีกเสียงว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ เนื้อทรายนุ่ม และละเอียดมากกก หากเปรียบที่นี่กับผู้หญิงสักคนก็คงไม่ต่างจากสาวหมวยหน้าใส ที่มีความบริสุทธ์สดใสดุจเม็ดทราย ...

โดยเม็ดทรายอันนุ่มละเอียดบนเกาะตาชัยนี้เกิดจากสาหร่ายใบมะกรูดและซากปะการังครับ  สาหร่ายใบมะกรูดเป็นสาหร่ายที่มีอยู่มากบริเวณเกาะตาชัย เมื่อสาหร่ายถูกน้ำทะเลพัดเข้ามาที่ชายหาด แสงแดดก็จะแผดเผาคลอโรฟิลด์ไปจนหมด เหลือแต่หินปูนที่เป็นส่วนประกอบ ทั้งซากสาหร่ายและซากปะการังเมื่อถูกน้ำซัดมากๆ ก็จะสลายตัวกลายเป็นทรายละเอียดอย่างที่เห็น  ( Cr.ข้อมูล www.paiduaykan.com )

DSC_3468

ผมกับน้องเราเดินเล่นชิลๆ กันไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปบ้าง นั่งพักบ้างง  ... มาที่นี่ แค่ได้มาเดินเล่นบนหาดทรายชิลไปกับสายลม และน้ำทะเลก็ฟินนนาเล่แล้ว

เรามีเวลากันพอสมควรร กว่าจะถึงเวลาทานข้าว ในตอนเที่ยง ทั้งนี้หลังทานข้าวผมมีนัดกับทางไกด์ว่าเราจะไปดู " ปูไก่ " ด้วยกัน .... รู้มั้ย ทำไมถึงชื่อปูไก่ ? เดี๋ยวจะพาไปหาคำตอบ

ตอนนี้ขอเดินรอบๆ หาดกันเพลินๆ ก่อนน

DSC_3343

DSC_3349

ใครมาเกาะตาชัยยอย่าลืมมาเล่นชิงช้าาากันนะ ผมว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของที่นี่  และข้อดีคือไม่ได้มีแค่ชิงช้าเดียว แต่มีหลายอัน ให้ทุกคนได้แบ่งปันกันใช้  .. มาทะเลทั้งก็ต้องรั่วให้เต็มที่ ฟินกันให้ฉ่ำปอด!

DSC_3372

DSC_3379

หนีห่าววมาา ไอหนู! ^^

DSC_3384

บรรยากาศของทะเล ... ไม่เคยเกเรต่อความสุข

บางคนทุกข์จึงมาทะเล บางคนสุขจนเฮ ทะเลจึงสำคัญ .. ต่างคน ต่างมุมมองง แต่ทุกคนก็มองในมุมเดียวกัน คือทะเลนั้นมักจะดึงดูดพวกเค้าตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์แบบไหน ทั้งติสแตก แหกคอก หลอกตัวเอง ร้องเพลงคนเดียว หรือเปลี่ยวชิพหายย

DSC_3386

ผมชอบภาพเด็ก กับหาดทราย .. เพราะมันสื่อความหมายในเชิงบวก นี่คือการโคจรมาพบกันของความบริสุทธ์ สิ่งหนึ่งมีชีวิต และอีกสิ่งไม่มีชิวิต

DSC_3393

หรือจะเป็นภาพคู่รักกับท้องทะเลก็ดูเกร๋เสมอ ... ฝรั่งสองคนนี้น่ารักมาก เซลฟี่กันตลอด ใส่สีส้มเหมือนกัน หวานจนมดขึ้น เดี๋ยวจุ๊บ เดี๋ยวจุ๊บ โว้วววว ! 5555

DSC_3396

สำหรับคนไทยเรา ทะเลอาจจะเป็นเรื่องใกล้ตัว จะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ... แต่สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้มีโอกาสง่ายๆ กับทะเลใสๆ แบบนี้ เค้าจะใช้ทุกนาทีของเค้าอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับตอนที่เราไปเที่ยวต่างประเทศก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นหากเห็นนักท่องเที่ยวที่ดูเยอะ หรือวุ่นวาย ก็อาจจะต้องใช้ความเข้าใจว่านี่อาจจะเป้นโอกาสเดียวของเค้า ที่จะได้มาทะเลสวยๆบ้านเราก็เป็นได้ ... ขอให้โลกสงบสุข (มึงปิดได้ห้วนและงงมาก5555)

DSC_3415

ครอบครัวกับทะเล ก็มักจะเป็นภาพที่ดูอบอุ่นเสมอเช่นกัน

DSC_3424

" สดชื่นนนจังงง " ^^

DSC_3418

DSC_3441

DSC_3443

เอาล่ะ ได้เวลากินนข้าวเที่ยงแล้ว สำหรับที่เกาะตาชัยนั้น จะไม่มีให้ตักกบุฟเฟ่แบบที่สิมิลัน เพราะไม่มีพื้นที่ครับ ทาง Love Andaman จะมีกล่องอาหารมาให้เราคนละหนึ่งกล่อง แต่มีอาหารสองอย่าง คือออิ่มมอะ เอาง่ายๆ

มีทั้งสปาเกตตี้ ข้าวผัดทะเล ส่วนผมเลือกข้าวผัดกระเพราทะเล แล้วก็เครื่องเคียงเป็นทอดมันกับไก่เทอริยากิ ของหวานเป็นบราวนี้ รวมไปถึงน้ำเปล่า น้ำอัดลมไม่อั้น ! อร่อยยยยเหมือนเดิมมม

DSC_3457

อ่า นี่ก็สาวจีนวัยกระเตาะสมาชิคเรือลำเดียวกับผม .. นางหลับบได้ฟินมากก 55 น่ารักกก

DSC_3473

อิ่มท้องแล้วก็มาเดินย่อยริมทะเล .. ปล่อยหัวใจ ไปกับสายลมมม  ไม่ต้องคิดอะไรให้วุ่นวาย อยู่กับปัจจุบันเพื่อให้ความสุขวิ่งตามคุณได้ทัน ในวันดีๆ ริมทะเล

DSC_3515

DSC_3524

" บ่ายโมงตรง ... "

ผมและน้องพากันเดินไปที่ทานอาหาร เพราะเรามีนัดกับไกด์ว่าจะไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อไปดูปูไก่ด้วยกัน ซึ่งปูไก่นี่ ถือเป็นหนึ่งในพะเอกของเกาะตาชัยเลยย หากเป็นที่อื่น เจ้าปูไก่จะออกหากินในตอนกลางคืน แต่ที่เกาะตาชัย เราจะสามารถพบได้ในตอนกลางวันด้วย

พอมาถึง ก้มีการรวมตัวของคนไทยสองกรุ้ป กับสองไกด์ผู้น่ารัก พี่ไกด์คนขวานี่ไม่รู้จะฮาไปไหน 55 คือเหมือนเป็นทีมงาน คนนึงคอยพูดถึงสาระ อีกคนสอดแทรกความตลกม้กจ้กกันอย่างเข้าขา พาให้ขากรรไกรของลูกทัวร์ได้บริหารและคึกคักพอสมควร

พี่ไกด์จะรวมตัวกันอธิบายถึงระบบนิเวศน์ของที่เกาะตาชัยกันพอหอมปากหอมคอ

DSC_3543

DSC_3544

หลังจากจบภาคทฤษฎีแล้ว ก็ได้เวลาไปสู่ภาคปฏิบัติ ทางไกด์จะนำเดินเข้าสู่ทางป่าแบบไม่โหด สบายๆ ใกล้ๆชายหาดด  ระหว่างทางก้จะอธิบายไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ก็เจอหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่สำคัญอีกอย่างของเกาะตาชัย ..

" หอยมรกต "

หอยชนิดนี้พบได้ที่ เดียวบนเกาะตาชัย โดยจะพบบริเวณแหล่งน้ำบนเกาะ เมื่อมองในความมืดหอยมรกตจะเรืองแสงสีเขียวเหมือนสีมรกต และชื่อของหอยมรกตก็เป็นชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนฯ ที่พระราชทานให้แก่หอยสปีชี่ส์นี้นั่นเอง ... ผมเห็นหลายตัวเหมือนกัน มันมักจะหลบอยู่ตามใบไม้ตามต้นต่างๆ

DSC_3554

ส่วนเจ้าตัวนี้คือหนึ่งในตัวประกอบหาได้ทั่วไปในโลกมนุษย์ " เดอะแย้! "

DSC_3565

ว่าแต่ไหนปูไก่ พะเอกของเราล่ะ ?

เดินไปจนทั่วก็ไม่พบ ส่องแล้วส่องอีก คือเจอบ้างตามโพรงไม้ ที่ได้เห็นเพียงกล้ามโตๆ ของมัน ... ไม่นานนักน้องผมรู้สึกหน้ามืด เราเลยหยุดเดินกันก่อน ปล่อยให้ชาวคณะเดินนำไป พออาการน้องผมดีขึ้นเราจึงเดินกันต่อ และสิ่งรอจะเจอ ก็เผลอตัวออกมาจนได้ นี่แหละครับ

" เจ้าปูไก่ "  ที่มีแค่ผมกับน้องที่ได้เจอ คงเป็นเพราะตอนแรกคนเยอะมันเลยหลบบบ พอเงียบๆ มันจึงโชว์ตัวอยู่บนแคทวอล์คจากธรรมชาติให้เห็นแบบเต็มๆ สองตาถึงสองตัว!

โดยเจ้าปูไก่นี้เป็นปูน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ ได้ชื่อว่าปูไก่เพราะส่งเสียงร้องคล้ายไก่ แต่เสียดายที่ผมไม่ได้ยินมันร้อง ไกด์บอกว่าตอนกลางคืนกับตอนเช้าๆมันจะร้อง ... หน้าตามันให้อารมณ์ดุดัน แต่น่าเอ็นดูแฮะ 555

DSC_3566

DSC_3567

จากทางเดินศึกษาธรรมชาติ เมื่อเดินมาจนสุด จะมาโผล่ที่อีกฝั่ง เกือบสุดทางของชายหาดด และพอมองย้อนกลับไปก็จะเห็นวิวแบบนี้ จุดที่เราลงเรือ ก็ที่เห็นเรือจอดอยู่ลิบๆ นั่นแหละครับ .... ใสปิ้งๆ เลยมั้ยล่า

DSC_3577

DSC_3584

สถานีปลายทางของหาดตาชัย ไปต่อไม่ได้แว้ววว

DSC_3585

จากนั้นก็ได้เวลาเดินกลับไปขึ้นเรือ เพื่อรอเวลากลับเข้าฝั่ง ...งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา

DSC_3594

DSC_3613

ระหว่างทางกลับไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น หรือใจหาย มีแต่ความสุขที่มันเต้นอยู่ข้างใน ... กลับไปถึงที่พักเราก็ไปทานข้าวกันชิลๆ จากนั้นก็เข้านอน ... เพื่อเตรียมความพร้อมกับวันสุดท้ายของทริป ซึ่งพวกเรามีนัดกับอ่าวพังงา และหมูสะเต๊ะ!!

DSC_3614

__________________________________________

Day 4 :  วันสุดท้ายกับพังงา .. ตาปู ... หมูเต๊ะ และ ซันเซท

ก่อนหน้านี้ผมได้หารถแทกซี่เหมาวันไว้เรียบร้อย ซึ่งหากผมมาเอง วิธีนี้คงเป้นวิธีสุดท้ายที่จะทำ แต่คราวนี้มากับครอบครัว ความสะดวกสบายจึงสำคัญ

เราตกลงราคากับแทกซี่เหมาวันอยู่ที่ 3,500 บาท ซึ่งพี่แทกจะพาเราไปเที่ยวตามต้องการ ก่อนจะทะยานไปส่งเราขึ้นเครื่องที่สนามบินภูเก็ตในตอนหนึ่งทุ่ม เรียกว่าทั้งวัน โดยโปรแกรมวันนี้ที่่แพลนจะไปกันก็ไม่เยอะมาก แค่อ่าวพังงา เกาะปันหยี กินหมูสะเต๊ะพังงาอันเลื่องชื่อ สะพานสารสิน แล้วปิดฉากด้วยการไปสนามบิน

วันนี้ไม่ต้องตื่นกันเช้ามาก แต่ก็ยังเช้าอยู่ดี 55 เรานัดกับคนขับตอน 9 โมงเช้า แต่ก็ไหลกันไปจน 9.20 กว่าจะได้ออก จากเขาหลักจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าจะถึงตัวเมืองพังงา โดยพี่แทกจะพาเราไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ เพื่อที่จะไป อ่าวพังงา หรือเขาตาปู สามารถขึ้นได้หลายท่าครับ พวกผมมาขึ้นที่ ท่าเรือนี้ครับ ลำละ 1,500 บาท สำหรับการไป เขาตาปู - เขาพิงกัน - ถ้ำลอด - เกาะปันหยี  จริงๆ ราคามีหลายราคาครับ ที่ท่าเรืออื่นอาจจะถูกกวว่านี้ เช่นที่ ท่าเรือบ้านท่าด่าน อำเภอเมืองพังงา หรือท่าเรือสุระกุล อำเภอตะกั่วทุ่งอาจจะได้ราคาประมาณ 1000 - 1200 บาทต่อลำ

DSC_3635

แต่ท่าเรือที่นี่บรรยากาศดีเหมือนกัน ... วันนี้ทุกคนค่อนข้างสดชื่นน โดยเฉพาะท่านพ่อและท่านแม่ที่ได้พักผ่อนกันอย่างเต็มสตรีมม เนื่องจากเมื่อวานท่านไม่ได้ไปกับผม ซึ่งก็อยากจะบอกเหมือนกันว่าพลาดแล้วววว

DSC_3625

DSC_3628

เอาล่ะ ได้เวลาลงเรือแล้ว ... บอกตรงๆ ว่าตื่นเต้นเหมือนกัน คือได้ยินชื่อเขาตาปูมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นภาพที่นี่มาตั้งแต่เล็กๆ แต่ก็ไม่เคยได้เจอเสียที มันจะเหมือนในจินตนาการณ์ที่คิดไว้สักแค่ไหนนะ

DSC_3643

เรือมอเต้อลำนี้ พาเราแล่นผ่านแม่น้ำ และต้นไม้ไปเรื่อบยๆ ตามทางที่ทอดยาวออกไป ไม่นานนักก็ได้เห็น เขาหมาจู ซึ่งเป็นเขาหินปูน และว่ากันว่ามีลักษณะเหมือนสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล

DSC_3654

ระหว่างทางงดงามกว่าที่ผมคิดไว้มาก เคยมีคนเปรยที่นี่ไว้ว่าเป็นกุ้ยหลินแห่งประเทศไทย ( อีกที่ก็เขาสก ) และเมื่อผมได้มาเห็น ก็รู้สึกว่ามันคล้ายกับฮาลองเบ ที่เวียดนามพอสมควร ส่วนกุ้ยหลินนั้นยังไม่เคยไป จึงไม่สามารถตอบได้

นี่คือแผนที่ของบริเวณอ่าวพังงาครับ จะเห็นว่ามีหลายเกาะน่าสนใจ แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลา เราจึงต้องเลือกเพียงบางแห่ง ..

sfsf

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงามีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในเขตท้องที่ของ อำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกั่วทุ่ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 250,000 ไร่   อุทยานฯ แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งทะเลแห่งที่สองของประเทศ มีความงดงามของทิวทัศน์ชายฝั่ง และทิวทัศน์เหนือผิวน้ำ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าชายเลน และยังเป็นแหล่ง ขยายพันธุ์สัตว์น้ำมากมาย ซึ่งอุทยานฯแห่งนี้จะอยู่ในเวิ้งอ่าวพังงาที่เต็มไปด้วยเกาะหินปูน สวยงามด้วยรูปลักษณ์ของเขาต่างๆ อุทยานฯ แห่งนี้ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2524 โดยช่วงเวลาเหมาะสำหรับท่องเที่ยว คือ เดือน ธันวาคม ถึง เมษายน  ( Cr.ข้อมูล : http://place.thai-tour.com )

DSC_3661

ขอบคุณพลังแห่งธรรมชาติที่สร้างความสวยงามแบบนี้ไว้ที่ประเทศไทย ผมเชื่อว่าใครที่ไม่เคยมา คงคิดว่าพังงานั้นธรรมดา .. แต่เชื่อผมเถอะ มันสวยกว่าที่คุณคิดไว้แน่!

DSC_3664

DSC_3669

เรือแล่นผ่านตามแม่น้ำแคบๆ มาจนกระทั่งโผล่ออกมาที่อ่าวใหญ่ และไม่ไกลจากระยะมองเห็น ผมก็ได้เห็น " เกาะปันหยี " ที่มีมัสยิดยอดโดมสีทองตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นคู่กับภูเขาหินปูนอย่างสวยงาม  แต่ตอนนี้เรายังไม่แวะ โดยเราจะไปที่เขาตาปูกันก่อน

DSC_3703

DSC_3714

จริงๆ แถวๆนี้จะมี ถ้ำลอด ให้เรือไปรอดกันด้วย แต่โชคไม่ดีที่เป็นช่วงน้ำขึ้นเล็กน้อย เรือผมเลยรอดไม่ได้ จึงตรงดิ่งไปยังเขาตาปูเลย จากรูปหากเลี้ยวซ้ายจไปบริเวณถ้ำลอดดด

DSC_3744

แต่เราจะตรงไป หากมองให้ดีๆ ทางด้านซ้ายของหน้าเรือจะเห้นภูเขาเล็กๆ อยู่สองลูกติดๆ กัน .. นั่นแหละครับ ที่อยู่อาศัยของเขาตาปู ... ป่ะ ไปกันเล้ยย !

DSC_3754

เรือจะมาจอดที่ท่าเรือข้าง ซึ่งจะมีด่านเก็บเงินค่าเข้าคนละ 60 บาท ... ตรงบริเวณทางขึ้นเรือนั้น วิวงามมาก ผมนึกภาพออกเลยว่าในช่วงพระอาทิตย์ตกมันต้องสวยงามสุดๆ

DSC_3767

DSC_3762

DSC_3777

ชักภาพกับท่านแม่สักรูป

DSC_3779

DSC_3785

เมื่อฟินกับวิวบริเวณที่เรือจอด ก็ได้เวลาข้ามไปอีกฝั่ง เพื่อไปยังเขาตาปู โดยเราจะต้องเดินขึ้นบันไดนี้ไปตามทางง คนเยอะมากก ทำให้เดินลำบากพอสมควร เพราะทางแคบ เหมือนถนนเลนเดียว ต้องหยุดรอกันไปตลอดทาง

DSC_3787

ป๊ะกันแล้ววว !!  เวลคั่มมทู ....

" เขาตาปู "  ผมไม่ได้เขียนผิด และมันไม่ใช่ตะปู แต่เป็นตาาาปู ><

เขาตะปู ลักษณะเป็นแท่งหินโดดเด่นปักอยู่ในทะเลบริเวณปากอ่าวพังงาใกล้ๆ กับเขาพิงกัน ซึ่งเมื่อมองจากระยะไกลแล้ว จะเห็นมีลักษณะคล้ายกับตะปูขนาดยักษ์ถูกตอกลึกลงไปในน้ำ อย่างไรก็ตาม เขาตะปูเป็นภูเขาที่มีอันตรายห้ามเข้าใกล้เนื่องจากส่วนที่จมอยู่ใต้ทะเลได้ ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ เป็นเวลานานนับล้านปี จึงสึกกร่อนและมีขนาดเล็กกว่าส่วนบน มากมายหลายเท่า จนมีความกลัวกันว่าอาจล้มลงมาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ ทางราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ห้ามนักท่องเที่ยวล่องเรือเข้าไปดูใกล้ๆ โดยเด็ดขาด เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายครับ ( Cr.ข้อมูล : http://place.thai-tour.com )

สวยครับ แต่มันเล็กกว่าที่คิดไว้นิดนึง ... อย่างไรก็ตาม มันก็สวยงามอย่างที่หวังง  จะมีจุดถ่ายรูปเขาตาปูชัดๆ ประมาณ 2-3 จุดด้วยกัน จุดชัดสุดคือตรงป้ายย  ตามผมมา!

DSC_3794

เดินผ่านช่องเขาสุดแอ๊บบแตรกก

DSC_3796

ใช้เวลาแปปเดียวก็มาถึงอีกฝั่ง อารมณ์เหมือนเดินขึ้น BTS จากฝั่งซ้าย มาฝั่งขวาา ที่มีร้านขายของที่ระลึกเรียงรายกันมากมายหลายแขนง ส่วนมากหากเราเป็นคนไทย จะไม่มีใครสนใจครับ 55 บรรดาพ่อค้า แม่ค้าพุ่งเป้าไปหาชาวต่างชาติอย่างเดียว

DSC_3799

จากจุดด้านบน ทุกคนกำหลังหันพร้อมกัน แล้วจะพบกับบ เขาตะปูในระยะที่ดีที่สุด ยืนเท่ห์ๆอยู่หลังงป้ายย  ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวที่นี่แอคท่าถ่ายรูปกันเมามันส์ อารมณ์เหมือนตอนที่ผมเห็นคนถ่ายรูปกับหอเอนปีซ่าเลย 55 อาจจะไม่แอดว้านเท่า ... แต่ก็ไม่เบานะเนี่ยยยย บ้างก็เอามือรอง บ้างก็เอามายัน อาม่าคนจีนคนนึงแกรำไทเก้กแล้วสัมผัสกับเขาตาปูอย่างงเก๋าา ! น่ารักมากกภาพที่เห็น ><

DSC_3804

DSC_3802

และเกรียนไทยอย่างเรา จะน้อยหน้าได้ยังไง เอาหัวพุ่งชนนนแม่มมเบยยยย

DSC_3813

มาดูแผงลอยยกันชัดๆ อีกสักครั้ง

DSC_3817

จากนั้นเดินตรงเข้าไปหลังแผงลอยฝั่งขวาก็จะได้พบกับบอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่นี่ ...

" เขาพิงกัน " .. เธอพิงชั้น ชั้นพิงเธออ แต่ไม่มีเธอ ก็เพ้อต่อไป! ;p

เขาพิงกัน เป็นภูเขาที่มีลักษณะพิเศษแปลกตากแตกต่างจากภูเขาอื่นใดทั้งสิ้น โดยมีลักษณะเป็นภูเขาสองลูกที่แนบชิดติดกัน เป็นแนวเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขา ผู้คนที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมเขาพิงกันต่างพากันสันนิษฐานว่าในอดีตกาล คาดว่าน่าจะเป็นภูเขาลูกเดียวกันแต่ได้ถูกฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ หรือสายฟ้าฟาดปั้งๆ อย่างปราณีตจนแยก ภูเขาดังกล่าวออกเป็นสองลูก และที่มันแนบชิดติดกันหรือพิงกันนั้น อาจจะเกิดจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ภูเขาดังกล่าวเกิดรอยร้าวหรือปริแยกเป็นสองส่วน ดูแล้วมีลักษณะคล้ายถูกของมีคมตัดเป็นเส้นตรงจากยอดเขาสู่ตีนเขา แต่ยังไม่ได้ถูกแยกออกจากกัน ... รักกันมากกสินะ! >< 555

ท่านแม่ดูจะชอบใจเขานี้มาก นางรีบไปยืนอยู่ตรงจุดถ่ายรูปทันทีเมื่อเห็นป้ายยยย >< อะ จัดไปค้าบ

DSC_3822

DSC_3825

ภูมิทัศน์ตรงนี้สวยงามและแปลกตาทีเดียว  ยังกับอยู่ประเทศจีนนน เพราะส่วนมากภูเขาที่จีนจะมีลักษณะคล้ายๆแบบนี้ ใครมาเคยมา แล้วมีเวลา แนะนำครับ

DSC_3838

อิ่มหนำกับวิวและแดดที่แผดเผาจนได้ที่ ก็ได้เวลาขึ้นเรือลี้ไปในจุดหมายสุดท้ายของอ่าวพังงาา ..

" เกาะปันหยี "

เกาะปันหยีหรือบ้านกลางน้ำ ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ชื่อนี้มีที่มาเนื่องจาก “โต๊ะบาบู”ผู้นำชาวอินโดนีเซียอพยพมาเมื่อ 200 ปีก่อน เมื่อมาเจอเกาะปันหยีได้ขึ้นไปปักธงให้พรรคพวกที่อพยพมาด้วยกันรู้ว่าเป็นสถานที่เหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือน คำว่า “ปันหยี” แปลว่า “ธง” มีลักษณะเป็นหมู่บ้านที่ตั้งเรียงราย อยู่บนทะเลมีที่ดินนิดเดียวซึ่งเอาไว้เป็นที่สร้างมัสยิดและกุโบว์ ชาวเกาะส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และสร้างหมู่บ้านแทบทั้งหมดด้านหน้าของหน้าผาหินปูนเหนือน้ำทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้าน ตลอดจนมีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารมากมายบนเกาะ ( Cr.ข้อมูล : http://www.paiduaykan.com )

เรือของเรากำลังมุ่งตรงไปที่นั่น ... น้องฟ้าตอนนี้ดูเหมือนนางงอลเล็กน้อยยย มาคุเลยยยย

DSC_3847

แต่อีกฝั่งก็ดันใสปิ๊งง .. หรือน้องฟ้าคนนี้เค้ามีสองบุคลิกษณ์กันนะ!

เรือแล่นผ่านบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำ ดูแล้วลงตัวมาก ทั้งท้องฟ้า บ้านเรือน  ผืนน้ำ และขุนเขา พอทุกอย่างมารวมพลังฟิวชั่นกัน ความสวยงามมันเลยมีมากกว่าที่เป็น

DSC_3859

DSC_3862

แล้วก็ผ่านมัสยิดในระยะประชิด ... เพราะสิ่งแรกที่เราจะทำกันตอนนี้คือ ... กินนน !! แล้วเดี๋ยวค่อยเดินวกกลับมาเที่ยวจากบนฝั่งง

DSC_3869

และร้านที่เราจะฝากท้องกันมื้อเที่ยงนี้คือร้านอาหารปันหยีวิลลเลจ .. ซึ่งไม่ได้ดูรีวิว ไม่ได้หาข้อมูลมา คนที่มีข้อมูลคนเดียวคือคนขับเรือที่พาเรามาที่นี่หลังจากท่านพ่อได้เสนอว่า เราน่าจะกินข้าวเที่ยงกันเลย  ดูทรงแล้ว น่านั่ง อาหารก็น่าจะโอน่าา

DSC_3877

DSC_3890

ในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอคอย ก็มาถึงและพร้อมเสริฟ ... ไอเราก็ว่าทำไมนานนนจิง ที่แท้ พี่เค้ารอแบบทำเสร็จทุกอย่าง แล้วจัดมารอบเดียวววว 555

ที่ผมสั่งก็มี แกงส้มปลาทะเลเก๋า รสชาติเข้มข้นถึงใจมากกก ใครสายโหดน่าจะชอบบบบ ผมก็ชอบเช่นกัน จานถัดมาคือไข่เจียวปู นี่ก็อร่อยแต่ปูน้อยไปนิดด ถัดมาอีกเป็นยำทะเลที่รสชาติน้ำยำนั้นดีงาม แต่แห้งไปหน่อย

มาต่อกันที่ฝั่งขวา .... เนื่องจากที่บ้านไม่มีใครกินหอยนางรมสดๆกัน ผมจึงจัดมากินคนเดียว 3 ตัวววว อร่อยยยอ่า อันนี้ชอบบ หากมีหอมเจียวด้วยจะเพอเฟคค  และจานสุดท้าย ปลาสามรสสก็ไม่เลวเช่นกัน ทั้งหมดนี้มีค่าเสียหายอยู่ที่ 1,700 บาท ถือว่าไม่แพงและก็ไม่ถูกก แต่ที่แน่ๆ ถูกพวกเราฟาดเรียบ ! 555

DSC_3891

เมื่ออิ่มท้องก็ไปเดินย่อยกันที่หมู่บ้านในเกาะปันหยี ... จากร้านอาหารจะมีทางออกไปที่ทางเชื่อมได้ พอเข้ามาแล้ว เราจะได้เห็นภาพวิถีชีวิตของคนที่นี่ ทุกคน nice มากก ป้าบางคนก็ดูน่าสงสาร ช่วงที่ผมไปคนไม่ค่อยมี คุณแม่เลยช่วยอุดหนุนไปหลายราย

DSC_3921

บริเวณสองข้างทางจะมีแผงลอยเรียงรายกันไปตลอดทางเดิน  ส่วนมากก็จะขายพวกผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอย ผ้าบาติก สร้อย กำไล แหวนที่ทำมากจากหอยมุก และยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีก เช่น น้ำพริกกุ้งเสียบหรือกะปิ ... หากจะถามว่าจุดหมายของเราอยู่ที่ไหน ?

จุดสำคัญของเกาะปันหยีนอกจากวิถีชิวิตชาวบ้าน และบ้านเรือนบนเกาะแล้ว ยังมีอีกสองแห่งที่ต้องไป นั่นคือสนามฟุตซอลลอยน้ำที่โด่งดังไปทั่วโลก กับมัสยิดที่เราเห้นเมื่อครู่

ระหว่างเดินอยู่ ผมก็สงสัยยว่าท่านพ่อกับท่านแม่ไปไหน ... ที่แท้ก็ฟินกับบรรดาของฝากกันอยู่นี่เองง 55 ส่วนน้องสาวตัวดีก็เดินจ้ำไปข้างหน้านุ่นนแล้ววว การเดินบนเกาะปันหยี ตะว่าไปก็ชิลดีเหมือนกัน รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง เช่นเดียวกับชีวิตของคนที่นี่

DSC_3930

DSC_3935

DSC_3937

เราเดินถามทางกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงมัสยัดดดยอดสีทองอันโดดเด่น .. บัดนี้เรามาอยู่ข้างใต้ของมันแล้วว!

DSC_3943

จากมัสยิด เราเดินกันมาต่อ ถามทางมาเรื่อยๆ ว่า สนามฟุตบอลอยู่ที่ไหน ... ทุกคนตอบได้หมด เพราะไม่มีใครไม่รู้จักก ... ใกล้ถึงงละ

DSC_3948

จะโอลแทรฟฟอร์ด แอนฟิลด์ หรือซานติอาโกเบอร์นาบิล ก็ไม่มีที่ไหนแนวเหมือนที่นี่ ....

" สนามฟุตบอลลอยน้ำ ณ.เกาะปันหยี " ... อะเมซซิ่งพังงามากกก คือน่าจะเป็นหนึ่งในสนามบอลที่วิวสวยแบบไม่ธรรมดา เรียกว่าระดับตำราฮวงจุ้ยเนื่องจากมีทะเลและภูเขาล้อมรอบเสียด้วย

และพอผมลงไปเดินเล่นดู ก็พบว่ารากฐานมันมั่นคงกว่าที่เห็น แต่มีสิ่งเดียวที่คิดภาพยังไม่ออกคือตอนที่เตะออก หรือยิงออกนี่แหละ ... ใครเก็บ คือเห็นใจคนที่ต้องไปเก็บมากก 55  ถือซะว่าออกกำลังกายไปในตัวละกัน

แต่ที่นี่นอกจากความงดงามแล้ว มันยังแฝงด้วยเรื่องราวบางอย่าง ...

" สนามฟุตบอลแห่งเกาะปันหยีนี้สร้างขึ้นจากด้วยไอเดียจากชาวประมงบนเกาะ เพราะไม่มีพื้นที่บนบกมากพอที่จะทำเป็นสนามฟุตบอลได้ หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องรอเล่นฟุตบอลบนหาดทรายในยามน้ำลด ซึ่งในหนึ่งเดือนจะมีโอกาสนั้นแค่ครั้งเดียวในช่วงเดือนแรมที่น้ำทะเลลดลงมาก ๆ เท่านั้น แต่หลังจากที่มีสนามแห่งนี้ มันก็กลายเป็นสนามฟุตบอลขวัญใจเด็ก ๆ และชาวบ้านไปเสียแล้ว ....

ทุก ๆ วันหลังโรงเรียนเลิก เด็ก ๆ ชาวเกาะปันหยีจะพากันมาเล่นบอลที่พวกเขาชื่นชอบ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ทอดลงมาเป็นประกายที่ผิวน้ำ

หนุ่มน้อยฮัสซารี วัย 12 ปี หนึ่งในสมาชิกขาประจำของสนามฟุตบอลแห่งนี้บอกว่า "ทุก ๆ วันหลังตกปลา คนในหมู่บ้านก็มักจะมารวมตัวกันที่สนามบอล ผมเองก็คิดว่าเรามีสนามฟุตบอลที่สวยที่สุดในโลกเลยครับ"
( Cr.ข้อมูล : http://travel.kapook.com/view42397.html )

ทั้งนี้สื่ออังกฤษหลายแห่งยังได้ยกย่องว่าสนามฟุตบอลแห่งนี้ ถือเป็นสนามที่มีความงดงามของทัศนียภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย! เห้ยย ดังไปไกลมาก แถมเป็นประเทศที่คลั่งไคล้ฟุตบอลอย่างอังกฤษอีก .. ภูมิใจแทนคนที่นี่จริงๆ  หากมีโอกาสก็อยากจะลงไปฟาดแข้งสักครั้งงง

DSC_3955

DSC_3962

ตรงจุดนี้ ยังเป้นท่าเรือของชาวบ้านในเกาะปันหยีอีกด้วย

DSC_3959

ได้เวลาเดินกลับ ...ผู้คนหลายคนที่ผมเดินผ่านมา ยังคงอยู่กันที่เดิม สโลไลฟ์ของจริง

DSC_3966

เราไปเจอพี่คนขับเรือ แล้วก็ล่องเรือกลับทางที่เรามาาาา ... ลาก่อนนอ่าวพังงา

การจากลาเป็นเรื่องธรรมดา หากเทียบกับว่าอย่างน้อยๆ ครั้งหนึ่งเราได้รู้จักกัน

DSC_3982

จากอ่าวพังงามาไม่ไกล ก้มาถึงจุดหมายถัดไป ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ ... คุณพ่อผมรอคอยย !!

" หมูสะเต๊ะพังงา คุณทิพย์ "  สืบเนื่องมาจากท่านพ่อชอบทานหมูเต๊ะเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อได้ยินว่าที่พังงามีหมูสะเต๊ะที่ห้ามพลาดอยู่ อ่าวพังงานี่ความสำคัญลดลงเลย! 555 ( จริงๆ แกเคยมาอ่าวพังงาแล้ว ครั้งนี้เลยชิลๆ )

คือเจ้านี้ดังมากก กับสูตรต้นตำรับความอร่อยยาวนานถึง 35 ปี จริงๆ ก็ยังอิ่มซีฟู้ดกันอยู่เลย แต่เวลาเราไม่ได้มีมากอะไร และเรื่องกินมันก็เรื่องใหญ่นะ เพราะเราจะมากินหมูเต๊ะกันจริงจังมากก! ><

ร้านสะเต๊ะพังงา คุณทิพย์ เปิดขายตั้งแต่เวลา 11.00-17.30 น. ทุกวัน ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม ระหว่างโรงเรียนสตรีพังงา กับ โรงเรียนดีบุก โทร.0-7641-1322

DSC_3984

บรรยากาศภายในร้านกว้างขวางเหมือนกับว่าขายทั้ง ข้าวแกง ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ก๊วยเตี๋ยว .... แต่แท้ที่จริงแล้ว เค้าขายแค่หมูสะเต๊ะ เครื่องในสะเต๊ะ ไก่สะเต๊ะ และกุ้งสะเต๊ะเป็นหลักแค่นั้น!

DSC_3987

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ได้เวลาบรรเลงเพลงสะเต๊ะ จัดกันหนักมาก แม้ยังอิ่มอยู่ โดยสนนราคาอยู่ที่ หมูและไก่ไม้ละ 6 บาท ส่วนกุ่งสะเต๊ะไม้ละ 12 บาทท เรามาเริ่มมมที่หมูสะเต๊ะก่อนน

DSC_3990

เนื้อหมูหอมมอร่อยย ไม่นุ่มและไม่แข็งกลางๆ แต่ก็พอดี ส่วนน้ำจิ้มนี่เคี่ยวละเอียดรวกลมกล่อม หอมเครื่องเทศ แต่ส่วนตัวผมจะชอบให้มันไม่ละเอียดหน่อย คือให้มีความรู้สึกกโดนถั่วบ้างไรบ้าง แล้วแต่คนชอบครับ โดยรวมคืออร่อยยยยย กินไม่ยั้งง!

DSC_3997

มาต่อที่กุ้งสะเต๊ะ นี่ก็อร่อยยย แต่หากตัวใหญ่กว่านี้ เนื้อแน่นๆ กว่านี้จะฟินมากกก  พออหมดทั้งหมูทั้งกุ้งงง พุงนี่กางงงสุดๆ ผมจัดไปคนเดียว เกือบ 20 ไม้ !! บ้าไปแล้ววววว ><

DSC_4001

โปรแกรมวันนี้ค่อนข้างหลวม หลังอิ่มหนำสำราญพุง กับหมูสะเต๊ะ ก็ถึงเวลาไปส่งพระอาทิตย์กลับบ้าน ก่อนที่จะส่งตัวเองกลับบ้านหลังจากนั้น โดยที่ที่เราจะไปกันที่สุดท้ายของทริปคือ ...

" สะพานสารสิน "

สะพานสารสิน เป็นสะพานที่อยู่ระหว่างพังงาและภูเก็ต เป็นสะพานแรกที่มีการสร้างเพื่อข้ามจากจังหวัดพังงาไปภูเก็ต เชื่อมต่อระหว่างบ้านท่าฉัตรไชยและบ้านท่านุ่นของจังหวัดพังงา  มีความยาวทั้งหมด 660 เมตร แต่ในปัจจุบัน สะพานสารสิน ไม่ได้ให้รถข้ามแล้วแต่กลายเป็นจุดชมวิวแทน โดยมีสะพานสารสิน 2 ซึ่งเป็นสะพานที่ให้รถยนตร์วิ่งอยู่ข้างเคียงดังที่เห็นใรภาพ

คุณพ่อที่ยังคงอิ่มกับอาหารทั้งสองมื้อ ขอตัวรออยู่บนรถ มีผม คุณแม่และน้องสาวลงไปชมวิวที่นี่กัน ซึ่งจุดชมวิวก็อยู่ข้างหน้านู้นนเองงง ไปกันเลยย

DSC_4035

วิวข้างๆ ก็สวยไม่เบา .. พร้อมกับสุนัขเหงาๆอีกหนึ่งตัว

DSC_4027

เรามากัน " ถูกที่ " และ " ถูกเวลามาก " ... ที่นี่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามไม่ธรรมดา แถมมันยังไม่ไกลจากสนามบินภูเก็ต และในตอนนี้มันก็อยู่ในนาทีที่สวยงามที่สุดช่วงนึงของมัน

DSC_4037

จริงๆ สะพานสารสินแห่งนี้มันมีตำนานนด้วยนะ ... หลายๆคนอาจจะเคยได้ยิน แต่ก็คงมีหลายๆคนยังคงไม่รู้จักกับ ..

" ตำนานรักสะพานสารสิน "

สะพานสารสิน เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเป็นสถานที่ที่เป็นตำนานความรักของหนุ่มสาวสองคนที่ไม่สมหวัง คือ โกดำ (ดำ แซ่ตัน) กับ กิ๊ว (กาญจนา แซ่หงอ) ที่มีความแตกต่างกันทางฐานะหรือรักต่างชนชั้นนั่นเอง ด้วยโกดำเป็นเพียงคนขับรถสองแถวรับจ้างและรับจ้างกรีดยาง ขณะที่กิ๊วมีฐานะที่ดีกว่า และเป็นนักศึกษาวิทยาลัยครู โดยที่ผู้ใหญ่ทางบ้านของกิ๊วได้กีดกั้นทั้งสองคบหากัน ในที่สุดทั้งคู่จึงตัดสินใจกระโดดน้ำตายที่กลางสะพานสารสิน ด้วยการใช้ผ้าขาวม้ามัดตัวทั้งสองไว้ด้วยกัน เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516 ซึ่งเรื่องราวของทั้งคู่โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่ว และมีการสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ คือ สะพานรักสารสิน ในปี พ.ศ. 2530 นำแสดงโดย รอน บรรจงสร้าง และจินตรา สุขพัฒน์ และ สะพานรักสารสิน ในปี พ.ศ. 2541 นำแสดงโดย นันทวัฒน์ อาศิรพจนกุล และคทรีน่า กลอส ซึ่งเป็นละครโทรทัศน์ ออกอากาศทางช่อง 3 .... ใครเกิดทันบ้างงงง

ไม่ว่าตำนานจะเป็นยังไง แต่ในปัจจุบัน วันนี้ตอนนี้ พวกเราก็ได้มาอยู่ที่นี่ ...ขออิ่มเอมกับช่วงนาทีสุดท้ายของทริปให้มากที่สุด

DSC_4049

DSC_4060

วิวตรงนี้ ตอนนี้ ... ฟินมากกก

DSC_4061

DSC_4067

DSC_4081

แสงสุดท้ายกำลังจะจากไป พร้อมๆ กับการเดินทางของพวกเราในทริปนี้ ... ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะได้มากันพร้อมหน้าพร้อมตาอีก รู้แต่ตอนนี้มีความสุขมาก ที่อย่างน้อยการเดินทางก็มีเหล่าคนสำคัญอยู่ข้างๆ

ขอเก็บความทรงจำเหล่านี้ตลอดไป .... " ครอบครัวของงฉัน "

จากนั้นพี่คนขับก็พาเราไปส่งสนามบิน โดยขากลับเราก็นั่งไปกับทาง Air Asia เหมือนเดิม ... ถึงแม้จะหมดเวลาสนุก แต่ความสุขจะไม่จางไป

ขอบคุณทุกคนที่รับชมครับ! ^^

DSC_4091

by สองเท้า – เกาโลก

Fanpage   : https://www.facebook.com/scratchdaworld 

Instagram : https://www.instagram.com/scratch_da_world/

Youtube    : https://www.youtube.com/channel/UCza3CAqJyecM2AGjxiV_pSQ

Line@       : http://line.me/ti/p/%40oye2005h หรือ ID : @scratchdaworld ( ต้องพิมพ์ @ ข้างหน้าด้วยครับ )

_______________________________________________

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว