Red Diamond Cafe คาเฟเปิดใหม่สุดฮิปร้านเดียวในประเทศที่มีเสิร์ฟกาแฟจากเครื่องสตีมพั๊งค์!

Red Diamond Cafe คาเฟเปิดใหม่สุดฮิปร้านเดียวในประเทศที่มีเสิร์ฟกาแฟจากเครื่องสตีมพั๊งค์!

คาเฟ่ไกลใจกลางเมืองที่เป็นอีกหนึ่งจุดที่คนรักกาแฟและเหล่า Cafe Hopper ต้องไปกันในนาทีนี้ Red Diamond เป็นคาเฟ่ของบริษัทจัดจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องทำกาแฟรายใหญ่ Intercof Corperation ที่ได้มาเปิดร้านคาเฟ่สุดฮิปอย่างเต็มตัวบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถึงจะอยู่ไกลแต่คุ้มการเดินทางเพราะที่นี่ซ่อนความพิเศษในมิติของการดื่มกาแฟที่หาดื่มที่ไหนยากในกรุงเทพฯ พร้อมคลาสสอนเรื่องกาแฟอย่างจริงจังที่ได้การรับรองจากสถาบันระดับโลก



Red Diamond ตัวร้านเท่ ๆ ที่ซ่อนความเก๋าไว้ภายใต้ตัวโกดังสีสนิม ภายในเป็นลุคดิบ ๆ เท่ ๆ ที่เปิดประตูเข้ามาก็จะพบกับห้องคั่วกาแฟ และเคาน์เตอร์คอนกรีตอยู่ด้านบน ซึ่งใช้ไฟสลัวสีส้มเพิ่มความดิบเท่ให้ความสว่างและเครื่องทำกาแฟที่น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนกับเป็นของทดลองที่ไม่มีที่ไหนคอยเซอร์ไพรส์เหล่าคอกาแฟกัน



ใครที่อยากพูดคุยเรื่องกาแฟกับบาริสต้าก็จับจองที่นั่งกัน ก่อนจะเลือกกาแฟตัวที่อยากลอง แน่นอนว่าพระเอกของร้านตอนนี้ต้องเป็นกาแฟจากเครื่อง Steampunk ที่มีเสิร์ฟทั้งร้อนและเย็นให้จิบกัน (เริ่มต้นที่ 150 บาท) ซึ่งยังไม่มีร้านไหนในกรุงเทพฯ


การเสิร์ฟกาแฟด้วยเครื่องนี้ ความพิเศษของ Steampunk เป็นเหมือนเครื่องชงกาแฟที่รวมเอาสไตล์การชงของเครื่อง French Press และ Syphon ไว้ โดยสามารถใส่กระดาษกรอง (filter Paper) เพิ่มได้


ซึ่งรสสัมผัสของกาแฟที่ได้นั้น ให้ความรู้สึกเต็มปากเต็มคำ ครีมมี่และหนักแน่นกว่ากาแฟดริปที่เราเคยจิบกัน พร้อมกับน้ำมันจากเมล็ดกาแฟเล็กน้อยเข้ามาด้วย แถมเครื่องนี้มีเสถียรและแน่นอน เพราะสามารถตั้งค่าปัจจัยและการทำงานของตัวเครื่องได้ตั้งแต่ การวนของน้ำ (Agitation) อุณหภูมิ เวลาได้


“เมื่อเราทำกาแฟสตีมพังค์แบบใส่น้ำแข็ง เราจะเปลี่ยนอัตราส่วนของน้ำต่อกาแฟให้เข้มขึ้น เมื่อนำมาผสมกับน้ำแข็งจึงจะได้น้ำกาแฟที่มีบอดี้เท่า ๆ กับที่ดื่มแบบร้อน แต่ให้ความเบากว่าและสดชื่นกว่า” คุณ Nicholas Haw บาริสต้าประจำร้านอธิบายให้เราฟัง “ถ้าคุณจะทำกาแฟที่ใส่น้ำแข็งหรือแบบเย็น ก็ต้องเข้าใจการครีเอทโปรไฟล์ของกาแฟในแต่ละอุณหภูมิที่เราจะเสิร์ฟด้วย”


ส่วนกาแฟดริปของที่นี่ มีเสิร์ฟทั้งแบบร้อนและเย็น (เริ่มต้นที่ 120 บาท) ที่ใช้เครื่อง Trinity ONE ในการชง ซึ่งกาแฟแต่ละแก้ว เราสามารถเลือกได้ทั้ง จากเมล็ดกาแฟเกรดสเปเชียลตี้ที่หมุนเวียนเข้ามาเป็นประจำ หรือจะลองเมล็ดกาแฟที่ได้เกณฑ์คะแนนสูง อาทิ COE หรือ Cup of Excellence (เพิ่ม 100 บาท) ซึ่งเป็นเมล็ดกาแฟผ่านการประเมินที 85-90 คะแนน และ Ninety Plus (เพิ่ม 150-200 บาท) ซึ่งเป็นเมล็ดกาแฟที่ได้คะแนนตั้งแต่ 90 ขึ้นไป มาเพิ่มความพิเศษของกาแฟเราได้


ถึงแม้เครื่องกาแฟ Steampunk และกาแฟดริปเย็นจากเครื่อง Trinity ONE จะน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ แต่เอสเปรสโซ่ของที่นี่ก็ไม่ธรรมดา (เริ่มต้นที่ 120 บาท/แก้ว) เมื่อทำขึ้นจากมือของบาริสต้า Nicholas ที่เราสามารถบอกสไตล์กาแฟที่เราชอบได้ อาทิ เปรี้ยวเล็กน้อย ให้รสสัมผัสคล้ายผลไม้เมืองร้อน คั่วเข้ม หรือมีความหอมมัน จากนั้นบาริสต้าจะเบลนด์กาแฟขึ้นใหม่สำหรับเสิร์ฟเราโดยเฉพาะ ผ่านเจ้าเครื่อง Mavam นี้ ส่วนใครที่หนีอากาศร้อนมา จะสั่งลาเต้เย็น หรืออเมริกาโน่เย็น (135 บาท) มาดื่มดับร้อนก็ไม่ว่ากัน


“การดื่มกาแฟนั้นไม่มีผิดหรือถูก เพราะการดื่มกาแฟในแต่ละประเทศนั้นก็ล้วนแต่แตกต่างกันไป เมื่อคุณไปเวียดนาม เขาก็เสิร์ฟแบบใส่กะทิให้คุณดื่มด้วยซ้ำซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ” คุณ Nicholas ตอบเราเมื่อถามถึงความคิดเห็น ที่นักชิมกาแฟหลายคนมักเชื่อว่าการดื่มกาแฟกับน้ำแข็งเป็นเรื่องผิด พร้อมกล่าวเสริมว่า“ยิ่งในบ้านเรา ถ้าคุณไม่ดื่มกาแฟแบบใส่น้ำแข็งเลยละก็ ผมว่าคุณออกจะแปลกนะเพราะอากาศมันร้อนมาก คุณลองสังเกตประเทศอื่นดูแล้วคุณจะเข้าใจว่ากาแฟไม่ได้เป็นเครื่องดื่มประจำชาติไหน กาแฟเป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่มีอยู่ในทุกประเทศ”


สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เรื่องกาแฟอย่างจริงจัง Intercof Corperation และ Red Diamond นั้น ได้รับการรับรองจากหลายสถาบัน ไม่ว่าจะเป็น SCAA (Specialty Coffee Association of America) SCAE (Specialty Coffee Association of Europe) และ CQI (Coffee Quality Institute) ในการเปิดสอนความรู้แบบเต็มรู้แบบด้านกาแฟที่นี่ด้วย ตั้งแต่ทักษะการเป็นบาริสต้า ความรู้ด้านการชง ความรู้ของเมล็ดกาแฟดิบ (Green Coffee) ความรู้ด้านการคั่ว ไปจนถึงด้านการชิมและประสาทการรับรู้รส

อ่านบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจของบาริสต้า Nicholas Haw ได้ที่นี่ http://th.ipick.com/article/945/

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว