เยือนเกาะโอกินาว่า สัมผัส 3 มรดกโลก

เยือนเกาะโอกินาว่า สัมผัส 3 มรดกโลก
นิตยสาร GM

สนับสนุนเนื้อหา

ว่ากันว่าเกาะโอกินาว่าเป็นเกาะสวรรค์ที่คนญี่ปุ่นเองฝันว่าต้องไปเยือนให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต ในขณะที่คนต่างชาติอย่างเราก็สนใจอยากจะสัมผัสบรรยากาศหมู่เกาะทางใต้ของญี่ปุ่นบ้างเหมือนกัน เพราะความสวยงามของหาดทราย ทะเลสีคราม และปะการังที่สมบูรณ์

เกาะโอกินาว่าเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะริวกิว เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรริวกิวที่ยิ่งใหญ่ จึงเป็นเกาะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งภาษา-วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตความเป็นอยู่แตกต่างจากดินแดนส่วนอื่นของญี่ปุ่น โดยเฉพาะความแตกต่างยิ่งมากขึ้นเมื่อกองทัพเรือสหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพในช่วงสงครามโลก และยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ กว่า 1 ใน 3 ของเกาะจึงเป็นพื้นที่ของกองทัพสหรัฐฯ เมื่อไปถึง เราจะได้สูดโอโซนบริสุทธิ์บนเกาะที่อุณหภูมิประมาณ 10-25 องศาเซลเซียส เรียกว่าเป็นอากาศสบายๆ แบบที่หน้าหนาวก็ไม่หนาวจัดเกินไป เมื่อมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ของที่นี่ สิ่งที่นึกถึงเป็นอันดับรองลงมาจากการดำน้ำดูปะการังสวยๆ แล้ว คงต้องเป็นมรดกโลกที่มีอยู่ถึง 3 แห่งบนเกาะเดียว

แห่งแรกที่ได้รับการกล่าวขาน คือ ‘ปราสาทชูริ' อดีตพระราชวังของอาณาจักรริวกิวที่เคยรุ่งโรจน์ เคยถูกทำลายลงหลายครั้งจากสงครามโอกินาวา และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ ภายในมีบัลลังก์ของผู้ครองแผ่นดิน ส่วนบริเวณโดยรอบปราสาทมีสิ่งของล้ำค่า เช่น ‘ประตูหินที่ศาลเจ้าโซะโนะฮยัน' อูทากิ ในอดีตศาลเจ้าแห่งนี้ กษัตริย์จะทรงสวดภาวนาเพื่อขอความปลอดภัยในการเดินทาง ในส่วนของประตูหินได้สะท้อนให้เห็นถึงความชำนาญในการแกะสลักหินปูนของช่างในสมัยอาณาจักรริวกิว จนได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมประจำชาติ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่ให้เราได้ไปเยือนเป็นแห่งที่ 2 แยกออกจากปราสาทชูริ

มรดกโลกแห่งที่ 3 คือ ‘อุทยานหลวงชิกินะเอ็น' เป็นสถานที่พักผ่อนของเหล่าวงศานุวงศ์ และเป็นสถานที่ต้อนรับทูตานุทูตจากจีนด้วยโครงร่างรูปวงกลมของอุทยานที่มีความคล้ายคลึงกับสวนแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่แต่ตัวตำหนักมุงด้วยกระเบื้องสีแดงด้วยศิลปะเอกลักษณ์แบบริวกิวแท้ ส่วนสระน้ำและสะพานข้ามไปสู่เกาะเล็กๆ กลางน้ำสวยงามด้วยศิลปะแบบจีน อุทยานแห่งนี้นับเป็นแบบอย่างของการจัดสวนแบบริวกิวที่หาได้ยากยิ่งและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

สถานที่ต่อมาคือ ‘โอกินาว่า เวิลด์' แหล่งแสดงวัฒนธรรมดั้งเดิมของหมู่เกาะริวกิว ถ้ำธารมรกตเกียวคุเซ็นโด ถ้ำใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีหินยอกหินย้อยสุดอลังการที่สวยขึ้นด้วยการจัดแสงไฟตระการตาให้ยิ่งน่าดูขึ้นไปอีก และปิดท้ายที่หมู่บ้านจำลองของชาวริวกิว ที่จะได้ชมวิถีพื้นบ้านและงานฝีมืออันละเอียดอ่อนของชาวริวกิว และเมื่อมาถึงโอกินาว่าแล้วที่พลาดไม่ได้คือต้องไป ‘ชูราอูมิ อะควาเรียม' ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เลี้ยงปลาทะเลขนาดใหญ่ไว้มากมาย ทั้งฉลามวาฬยักษ์ และปลากระเบนยักษ์ รวมทั้งชมโชว์ปลาโลมาแสนน่ารักด้วย

เที่ยวกันจนเหนื่อยและท้องเริ่มร้อง ก็ไม่ผิดหวังกับอาหารของที่นี่เลย ไม่ว่าจะเป็น เทปันยากิหมู,เนื้อวัวชั้นดี หรือซีฟู้ดสดจากทะเลที่จะมีเชฟลีลาดีมาปรุงให้ถึงบนโต๊ะ แต่อาหารที่ต้องลองคือหมูสามชั้น นำมาผัดกับมะระขี้นกของขึ้นชื่อของโอกินาว่า ติดอกติดใจกันไป 

ระยะเวลา 5 วัน 4 คืน อาจไม่เพียงพอสำหรับการชมสถานที่ท่องเที่ยวของโอกินาว่า เพราะความน่าสนใจของเกาะแห่งนี้มีมากมาย และอาจจะหลงมนต์เสน่ห์ของที่นี่จนไม่อยากกลับก็เป็นได้

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)


ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว