ฤดูกาลใหม่เพิ่งเริ่มต้น

ฤดูกาลใหม่เพิ่งเริ่มต้น
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 เริ่มประเดิมซีซั่นมาตั้งแต่กลางเดือน สิงหาคม เป็นต้นมา หลายทีมทำผลงานได้ตามเป้า หลายทีมมีเซอร์ไพรส์ให้เห็น เช่นกันที่บางทีมทำได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง

เต็ง 1 เชลซี ผลงานเลิศหรูสะแมนแตน เก็บชัย 4 นัดรวด ทะยานรั้งจ่าฝูงพร้อมกับฟอร์มอันร้อนแรงของเครื่องจักรถล่มประตู ดีเอโก้ คอสต้า รวมถึงจอมแอสซิสต์อย่าง เชส ฟาเบรกาส

เรียกได้ว่ารีบติดเทอร์โบเร่งเครื่องตั้งแต่ต้น ขโยกหนีคู่แข่งแย่งแชมป์ไปแล้วหนึ่งช่วงตัว ไม่ว่าจะเป็น แมนฯ ซิตี้, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล รวมถึง "ปีศาจแดง" แห่งเขาเหลียงซาน ผู้ครอบครองยุทธภพลูกหนังมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ

เป็นที่ทราบกันดีว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้บัญชาของ หลุยส์ ฟาน กัล เริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างย่ำแย่แม่ไม่ปลื้ม เก็บได้เพียงแค่ 2 แต้มจาก 3 นัดแรก ทั้งๆ ที่เจอคู่แข่งที่เรียกว่าอ่อนชั้นกว่าแทบทั้งสิ้น

แน่ นอนว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ย่อมตามมาเป็นเงาตามตัว ทั้งๆ ที่ทุ่มงบมหาศาลไปกับขุนแข้งระดับเวิลด์คลาส แต่ผลงานสุดโลว์คลาสภายใต้แผน 3-5-2 หรือ 3-4-1-2 ที่ผิดธรรมชาติ "อสูรแดง"

ต้องขอขอบคุณปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ที่ผุดเข้ามาเว้นวรรคความห่วยของ แมนฯ ยูฯ ได้ถูกช่วงถูกเวลา พอให้ หลุยส์ ฟาน กัล ได้ไปนั่งทบทวนบางสิ่งบางอย่างจนกระจ่างแก่ใจ กระทั่งได้เห็นระบบ 4-4-2 ที่คุ้นเคยกลับคืนมาในเกมถล่ม ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 4-0

สาวก "ปีศาจแดง" รวมถึงตัวผมเองต่างเฝ้าคอยเกมการแข่งขันแมตช์นี้อย่างใจจดจ่อ รอได้ยลฝีเท้าเพชรฆาตตัวใหม่ ราดาเมล ฟัลเกา พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหลังพักเบรกทีมชาติ

ทุกอย่างเหมือนดูใหม่หมด ฟาน กัล ได้ผู้เล่นตัวหลักกลับมาจากอาการบาดเจ็บ เติมเต็มด้วยผู้เล่นหน้าใหม่ มี ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสา ส่ง จอนนี่ อีแวนส์ กับ ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ จับคู่ยืนเซ็นเตอร์ แบ็กขวาได้ ราฟาเอล หายเจ็บกลับมาประจำการ ฝั่งซ้ายเป็น มาร์กอส โรโฮ ลงเปิดซิงพรีเมียร์ลีกนัดแรก

แดนกลางเป็นที่น่าสนใจ ฟาน กัล จัดรูปกระบวนเป็นเหลี่ยมเพชร หรือระบบไดมอนด์ โดยส่ง ดาลี่ย์ บลินด์ แข้งใหม่ถอดด้ามยืนมิดฟิลด์ตัวรับโดดๆ ขนาบข้างด้วย อังเคล ดิ มาเรีย (ซ้าย) และ อันเดร์ เอร์เรร่า (ขวา) มี ฆวน มาต้า ยืนอยู่หลังหัวหอกคู่ เวย์น รูนี่ย์ และ ฟาน เพอร์ซี่

แค่ แผนการเล่นก็สะดุดตาแล้วในแว๊บแรก ยิ่งได้เห็นวิธีการเล่น วิธีการเคลื่อนที่ของผู้เล่นยามเดินเกมรุกยิ่งสะดุดตาโดนใจวัยรุ่นเบิ้ลไป อีกเท่าตัว โดยเฉพาะ ดิ มาเรีย จี๊ดจ๊าดริมเส้นฝั่งซ้ายได้อย่างสุดติ่งกระดิ่งแมว

ดิ มาเรีย กับผองเพื่อนในแผงมิดฟิลด์คือปัจจัยหลักนำไปสู่ชัยชนะในเกมนี้ และจากฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นทั้งยิงทั้งจ่าย ไม่แปลกที่ตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ จะตกอยู่ในมือจอมเลื้อยทีมชาติอาร์เจนติน่า

ไม่ต่างกันสำหรับ อันเดร์ เอร์เรร่า ที่ได้เบิกสกอร์แรกให้กับต้นสังกัดใหม่พร้อมๆ กับ ดิ มาเรีย ก็ร่ายฟอร์มได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้กัน ความขยันทุ่มเท และความเข้าใจต่อเกม คือคุณสมบัติหลักๆ ของอดีตแข้ง บิลเบา

ดาลี่ย์ บลินด์ เป็นอีกหนึ่งแข้งที่น่าจะได้รับคำชมกับบทบาทที่คอยปิดทองหลังพระ ช่วยงานแนวรับได้อย่างดี แม้อาจจะดูบอบบางไปเล็กน้อยกับฟุตบอล อังกฤษ แต่เทียบผลงานโดยรวมถือว่าสอบผ่านสำหรับเกมประเดิมสนาม

ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ ปลดล็อคนำทีมคว้าชัยนัดทางการเกมแรกในฐานะกัปตันทีม พร้อมซัด 1 ตุงประกาศศักดาขึ้นเป็นดาวซัลโวลำดับ 3 ของ พรีเมียร์ลีก เทียบเท่า เธียร์รี่ อองรี ที่ 175 ประตู เป็นรองเพียงแค่ อลัน เชียเรอร์ (260 ประตู) และ แอนดี้ โคล (188 ประตู)

ส่วนที่น่าติติงเห็นจะเป็นแนวรับ (เช่นเดิม) มีช็อตหลุดๆ เอ๋อๆ ให้เห็นเป็นระยะๆ นี่ถ้าหากเจอคู่แข่งระดับ เชลซี หรือเจอกองหน้าโป้งเดียวจอดอย่าง ดีเอโก้ คอสต้า โดนทะลวงไม่เหลือซากแน่

บางส่วนในแนวรับก็ยังต้องแก้ไขปรับปรุงกันต่อไป แต่เชื่อว่า "เร้ด อาร์มี่" ทั้งผอง อยากเห็นการต่อบอลสวยๆ เกมรุกรวดเร็วดุดัน แนวๆ นี้ไปตลอด เพราะเชื่อว่าเกมรุกที่ดีที่สุดจะเป็นเกราะคุ้มกันแนวรับได้อย่างดี

น่าเสียดายที่ ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าตัวใหม่ยังไม่สามารถเบิกสกอร์ในนัดเปิดตัวได้สำเร็จ แต่สิ่งสำคัญคือ 3 แต้ม กับชัยชนะแบบถล่มทลาย ดูดีมีสไตล์ ส่งสัญญาณเตือนเหตุร้ายไปทั่วเกาะอังกฤษ พร้อมประกาศท้ารบถึงบรรดา 19 ทีมใน พรีเมียร์ลีก

เพราะนับจากนี้ ฤดูกาลใหม่ที่แท้จริงของ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นขึ้นแล้ว อย่างเป็นทางการ

เรื่องโดย -จ่าตุ๊-