"ลีกคริกเกตอินเดีย" แข่งแค่ 3 เดือนต่อปี แต่ไฉนมูลค่าสูงกว่า "เรอัล มาดริด" ทีมฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก?

"ลีกคริกเกตอินเดีย" แข่งแค่ 3 เดือนต่อปี แต่ไฉนมูลค่าสูงกว่า "เรอัล มาดริด" ทีมฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก?
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

สำหรับการแข่งขันกีฬาอาชีพ ทุกคนคงทราบกันดีว่า ยิ่งเป็นกีฬามหาชนที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก มูลค่าของลีกก็จะยิ่งสูงเป็นทวีคูณ... พรีเมียร์ลีก, ลาลีกา, NBA เหล่านี้คือบทพิสูจน์ที่ดีซึ่งทุกคนน่าจะเห็นพ้องต้องกัน

แต่สำหรับกีฬาคริกเกต กีฬาที่ดูจะได้รับความนิยมเฉพาะในกลุ่มชาติที่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ กลับมีเรื่องหนึ่งที่น่าประหลาดใจ เมื่อ IPL หรือ อินเดียน พรีเมียร์ลีก ลีกคริกเกตอาชีพของพวกเขากลับได้รับการประเมินมูลค่าจาก Duff & Phelps บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจจากสหรัฐอเมริกาสูงถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยสูงถึง 1.9 แสนล้านบาท... นี่คือตัวเลขซึ่งสูงกว่า เรอัล มาดริด สโมสรฟุตบอลชั้นนำของ ลาลีกา สเปน ที่ ฟอร์บส์ ประเมินให้มีมูลค่าเป็นทีมฟุตบอลอันดับ 1 ของโลกที่ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทย 1.3 แสนล้านบาทเสียอีก

 

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ลีกคริกเกตของอินเดีย ที่มีระยะเวลาแข่งขันเพียง 3 เดือนตลอดฤดูกาล ซึ่งถือว่าสั้นกว่าหลายลีกกีฬาดัง จึงมีมูลค่ามหาศาลถึงเพียงนี้กัน?

ฐานผู้ชมมหาศาล

สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เกี่ยวกับวงการกีฬาไม่ว่าชนิดใดๆ ก็คือ “แฟนๆ นั้นเปรียบเสมือนพระเจ้า” เพราะหากไม่มีพวกเขา ก็เท่ากับไม่มีผู้ชมหรือคนที่ให้ความสนใจ และอะไรๆ ก็ดูจะติดขัดไปเสียหมด

 1

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ประชากรของประเทศต่างๆ คงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาใช้พิจารณาเป็นอย่างแรก ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือว่าหายห่วง เพราะ อินเดีย คือประเทศที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยสถิติในปี 2018 ระบุว่า ดินแดนแห่งชมพูทวีปมีประชากรมากถึงราว 1.35 พันล้านคน... มีแค่ประเทศเดียวเท่านั้นที่มีประชากรมากกว่าพวกเขานั่นคือ สาธารณรัฐประชาชนจีน

แม้จะได้เปรียบที่จำนวนประชากร แต่หากชาวบ้านไม่มีใจให้ก็เท่านั้น ... เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาอันใดสำหรับอินเดีย เพราะ BARC India หรือ สภาวิจัยผู้ชมโทรทัศน์ของอินเดียได้เปิดเผยผลการสำรวจที่น่าสนใจ เพราะคนอินเดียนั้นถือได้ว่าบ้ากีฬาเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีผู้ชมกีฬาในปี 2018 มากถึง 766 ล้านคน ... คิดเป็นตัวเลขง่ายๆ ก็กว่าครึ่งประเทศ และหากลงลึกไปในตัวกีฬาก็จะพบว่า มีผู้ชมคริกเก็ตในอินเดียมากถึง 93% ของกลุ่มผู้ชมกีฬาทั้งหมด

สาเหตุที่ทำให้กีฬาคริกเกตเป็นที่นิยมในอินเดียนั้นก็เนื่องจาก พวกเขาได้รับการถ่ายทอดศาสตร์แห่งกีฬานี้จากเจ้าอาณานิคมอย่าง อังกฤษ ตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ในฐานะเครื่องมือเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเจ้าอาณานิคมกับอาณานิคม รวมถึงการขัดเกลาทางสังคม ทว่าเวลาผ่านไป สิ่งดังกล่าวได้กระตุ้นให้ชาวอินเดียเกิดแนวคิดชาตินิยม สู่การเรียกร้องตนเป็นประเทศเอกราชในปี 1947 ซึ่งเรื่องนี้ได้สะท้อนผ่านข้อเขียนของ อรชุน อัปปาดูรัย ในหนังสือ Modernity at Large Cultural Dimensions of Globalization ที่ว่า

 2

“ดูเหมือนคริกเกตน่าจะเป็นรูปแบบทางวัฒนธรรม ที่ต่อต้านการมีส่วนร่วมของชาวพื้นเมือง แต่ในความเป็นจริงนั้น ชาวพื้นเมืองกลับมีส่วนร่วมกับกีฬานี้อย่างเต็มที่ จนทำลายความเป็นมรดกของระบอบอาณานิคมไป”

“ในขณะที่อินเดียละทิ้งสิ่งต่างๆ จากยุคอาณานิคมไป กีฬาคริกเกตกลับสามารถปรับตัวจนกลายเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ในที่สุด”

แหล่งสร้างฐานนิยมคนดัง

จากความนิยมของกีฬาคริกเกตในอินเดียที่หากมองแบบหยาบๆ คงกล่าวได้ว่า “ดูกันครึ่งประเทศ” และ “พูดถึงกันทั้งประเทศ” นี้เอง ทำให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะภาครัฐ, เอกชน, รวมถึงประชาสังคมเห็นตรงกันว่า นี่คือสิ่งที่จะช่วยเพิ่มฐานความนิยมให้กับตนเองได้อย่างไม่ต้องสงสัย

 3

ด้วยเหตุดังกล่าว เมื่อ BCCI หรือคณะกรรมการควบคุมกีฬาคริกเกตของอินเดีย ตัดสินใจสร้างลีกการแข่งขันกีฬาคริกเกตอาชีพขึ้นมาในปี 2008 ก็ทำให้เหล่าคนดังจากทุกวงการของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น มูเกช อัมบานี นักธุรกิจที่ ฟอร์บส์ ยกให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศอินเดีย หรือแม้แต่ ชาห์ รุค ข่าน ดาราที่ถูกขนานนามให้เป็น “ราชาแห่งบอลลีวูด” ต่างพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันด้วยการเป็นเจ้าของทีมทันที

เรื่องดังกล่าว อัซมาต ราซูล และ เจนนิเฟอร์ พรอฟฟิต ได้ทำการศึกษาในบทความชื่อ Bollywood and the Indian Premier League (IPL) : the political economy of Bollywood’s new blockbuster เมื่อปี 2011 และพบว่า การมีส่วนร่วมในกีฬาคริกเกต คือหนทางที่นอกจากจะทำให้พวกเขารักษาความนิยมในหมู่ชนชาวอินเดียได้แล้ว ยังถือเป็นแต้มต่อสำคัญที่ทำให้ก้าวย่างต่อไปของพวกเขาไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจหรือการเมืองดำเนินไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับบริบทอื่นๆ ในโลกกีฬา ก็คงคล้ายกับการที่มหาเศรษฐีชาวจีนเข้ามาลงทุนกับทีมฟุตบอลใน ไชนีส ซูเปอร์ลีก หรือ CSL เพื่อที่พวกเขาจะได้อยู่ในสายตาของ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดี ตลอดพรรคคอมมิวนิสต์จีน และช่วยให้การร่วมงานกับรัฐบาลจีนในฐานะคู่สัญญาเป็นไปอย่างราบรื่น

รูปแบบโดนใจสู่ความนิยมสูงสุด

ในตอนที่ อินเดียน พรีเมียร์ลีก ลีกคริกเกตอาชีพของอินเดียถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2008 ลลิต โมดี ประธานลีกคนแรกได้เปิดเผยถึงเป้าหมายในการก่อตั้ง IPL ไว้ว่า

“อินเดียน พรีเมียร์ลีก ถูกดีไซน์ขึ้นเพื่อดึงดูดแฟนกีฬารุ่นใหม่จากทั่วประเทศให้มาเป็นแฟนกีฬาคริกเกต”

 4

และสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อสร้างให้ IPL เป็นลีกกีฬาของคนรุ่นใหม่นั้น หากนิยามแบบสั้นๆ ก็คือ “อเมริกันเกมส์โมเดล” ... นั่นคือการนำระบบแฟรนไชส์มาใช้ โดยทีมที่ต้องการจะลงแข่งในลีกนี้ จะต้องจ่ายค่าแฟรนไชส์แรกเข้าเป็นจำนวนเงิน 300 ล้านรูปี หรือราว 135 ล้านบาท ให้กับทาง BCCI โดยแบ่งจ่ายเป็น 10 งวด 10 ปี งวดละ 30 ล้านรูปี หรือราว 13.5 ล้านบาท และหลังจากนั้นจะต้องนำส่วนแบ่งรายได้ 20% ส่ง BCCI ตั้งแต่ปีที่ 11 ในการทำทีมไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเลิกทำทีม ซึ่งแน่นอน เศรษฐี เซเลบริตี้ในสังคมอินเดีย พร้อมจ่าย

และแม้การนำระบบอเมริกันเกมส์ใช้ จะหมายรวมถึงการนำระบบเพดานค่าเหนื่อยมาใช้ด้วย โดยแต่ละทีมจะสามารถใช้งบประมาณสำหรับค่าเหนื่อยผู้เล่นระหว่าง 18-25 คน ได้เพียงไม่เกิน 800 ล้านรูปี หรือราว 360 ล้านบาท ทว่ารูปแบบการแข่งขันนั้น พวกเขากลับเลือกที่จะนำระบบการแข่งแบบลีกมาใช้ และที่น่าสนใจคือ พวกเขาเลือกที่จะรับทีมลงแข่งเพียง 8 ทีมเท่านั้น สาเหตุหนึ่งก็คือเพื่อที่จะทำให้การแข่งขันนั้นเข้มข้น มีคุณภาพมากที่สุด และอีกสาเหตุหนึ่งคือ ฝ่ายจัดการแข่งขันสามารถที่จะจัดโปรแกรมในช่วงบ่ายแก่ๆ ถึงดึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาทอง หรือ ไพรม์ไทม์ ที่ประชากรของอินเดียทั่วประเทศสามารถชมการแข่งทั้งในสนามและบนโทรทัศน์ได้ ... ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้การแข่งขัน IPL ตลอดทั้งฤดูกาลจึงกินเวลาแค่ราว 3 เดือนเท่านั้น ซึ่งพวกเขาก็เลือกจัดสล็อตโปรแกรมให้แข่งขันในช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม อันเป็นช่วงฤดูร้อนของอินเดีย ที่เหมาะกับการเล่นกีฬากลางแจ้งอย่างคริกเกตนั่นเอง

 5

ไม่เพียงเท่านั้น รูปแบบการแข่งขันที่พวกเขาเลือกใช้ใน IPL ก็ถือเป็นอีกสิ่งสำคัญ พวกเขาตัดสินใจเลือกระบบการแข่งขันแบบ Twenty20 (T20) ซึ่งเป็นรูปแบบการแข่งขันที่ใช้เวลาสั้นที่สุด เพียงแค่ไม่เกิน 3 ชั่วโมงก็สามารถรู้ผลผู้แพ้ชนะ ต่างจากแบบ One Day International อย่างเช่นการแข่งขันทีมชาติ ซึ่งกินเวลาราว 6-7 ชั่วโมงต่อเกม หรือ Test ที่ต้องใช้เวลาถึง 4-5 วันกว่าจะรู้ผล ... รูปเกมที่กระชับ ทำให้การแข่งขันสนุกยิ่งขึ้น และดีต่อการถ่ายทอดสดด้วยเช่นกัน

ทุกตัวเลขพิสูจน์แล้ว

เหตุผลต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นอาจฟังดูไร้ความหมายหากว่าไม่มีสถิติที่ใช้อ้างอิงได้พิสูจน์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว IPL มีให้กับทุกคนได้หายสงสัย

 6

เริ่มด้วยจำนวนผู้ชมในสนาม สถิติจากปี 2014 ระบุว่า ตลอดช่วงเวลา 3 เดือนของการแข่งขัน IPL มียอดผู้ชมเฉลี่ยอยู่ที่ 31,750 คนต่อเกม ถือเป็นลีกกีฬาอาชีพที่มีจำนวนผู้ชมเฉลี่ยสูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก มากกว่าลีกกีฬาดังๆ อย่าง เมเจอร์ลีก เบสบอล หรือ MLB กับ ลาลีกา ลีกสูงสุดฟุตบอลสเปนเสียอีก

และอย่างที่เราได้กล่าวไปตอนต้นว่า ฐานแฟนคลับกีฬาคริกเกตในอินเดียนั้นมีสูงมาก ด้วยเหตุนี้ ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดจึงมีราคาแพงชนิดที่หลายคนอาจไม่เชื่อ เพราะเมื่อปี 2017 Star India ได้จ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด 5 ปี ตั้งแต่ฤดูกาล 2018-2022 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 78,000 ล้านบาท ไม่เพียงเท่านั้น Facebook เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง ยังซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่งบนอินเตอร์เน็ตอีกเป็นจำนวนเงินถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 18,000 ล้านบาท... แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ สล็อตโฆษณาสินค้าระหว่างการแข่งขันของ IPL ขายหมดถึง 90% ตั้งแต่ก่อนที่จะเปิดฤดูกาลแล้ว

 7

จำนวนผู้ชม รวมถึงลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด และค่าโฆษณา ทำให้ IPL ส่งผลบวกกับเศรษฐกิจของประเทศอินเดียอย่างมหาศาล โดย KPMG หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลกเปิดเผยว่า ในปี 2015 การแข่งขัน IPL ที่กินเวลาเพียง 3 เดือน สามารถสร้าง GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศได้สูงถึง 182 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5.6 พันล้านบาทเลยทีเดียว

ด้วยความนิยมของกีฬาคริกเกตที่ถือว่าเป็นอันดับ 1 ของชาติอยู่แล้ว ผสมรวมกับแนวคิดการจัดการแข่งขันแบบอเมริกันเกมส์ ที่มีระบบแฟรนไชส์ มีเพดานค่าเหนื่อยที่ช่วยให้การแข่งขันของทีมต่างๆ สูสียิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีรูปแบบและโปรแกรมการแข่งขันที่สั้นกระชับ ลงสนามในฤดูกาลที่เหมาะกับการเล่นกีฬานี้ แถมยังได้ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ในการถ่ายทอดสด … สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ IPL หรือ อินเดียน พรีเมียร์ลีก ลีกคริกเกตอาชีพของประเทศอินเดียจึงได้รับความนิยมจากชาวอินเดียอย่างล้นหลาม และทำให้มูลค่าของลีกนั้นพุ่งทะยานสูงลิบลิ่วเช่นที่เราเห็นนี้นั่นเอง

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!