รอย แคร์โรลล์ : อดีตนายด่านแมนฯ ยูไนเต็ดกับภาพสะท้อนชีวิตนักฟุตบอลที่จมไม่ลง

รอย แคร์โรลล์ : อดีตนายด่านแมนฯ ยูไนเต็ดกับภาพสะท้อนชีวิตนักฟุตบอลที่จมไม่ลง
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เปโดร เมนเดส นักเตะของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยิงไกลจากระยะครึ่งสนามในเกมที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2005 ... บอลข้ามหัวผู้รักษาประตูไปอย่างหมดจดและกระเด้งข้ามเส้นปากประตูไปเรียบร้อย

ผู้ตัดสินตามเหตุการณ์ไม่ทันและปฎิเสธประตูนั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด รอย แคร์โรลล์ ผู้รักษาประตูของปีศาจแดงในเกมนั้นกลายเป็นภาพจำของแฟนฟุตบอลในความเฟอะฟะและห่วยเกินกว่าจะเฝ้าเสาให้กับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก และโชคร้ายที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คิดไม่ต่างกัน หลังจากนั้นไม่นานเขาเลือกจะซื้อประตูแชมป์ยุโรปอย่าง เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ มาร่วมทีมเพื่อเป็นมือ 1 แทนทันที

ส่วนคนที่ตกไปเป็นมือ 2 และกระเด็นไปถึงมือ 3 ล่ะเป็นเช่นไร? นี่คือเรื่องราวของ รอย แคร์โรลล์ ที่เคยผ่านประสบการณ์ขึ้นสวรรค์ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด และตกกระแทกพื้นดินแบบไม่คาดคิด ... ในวันที่เขาถูกลืมและโดนความกดดันหลอกหลอน อะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น

ฝันใหญ่ที่แมนฯ ยูไนเต็ด...

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องตามหาตัวแทนของ ปีเตอร์ ชไมเคิล นายทวารที่ดีที่สุดในโลกที่เลือกลาทีมไปหลังจากคว้า 3 แชมป์ในปี 1999 นั่นคือเรื่องที่น่าปวดหัวที่สุดของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 


Photo : www.independent.ie

มาร์ค บอสนิช เข้ามาแล้วผ่านไป, ทิม ฮาเวิร์ด เข้ามาและทำได้ดีในช่วงหนึ่งแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยืนระยะได้ และ ฟาเบียน บาร์กเตซ นายทวารแชมป์โลกก็มีสไตล์ที่ไม่เหมาะกับระบบของทีม ในที่สุดหวยก็ออกไปที่นายทวารที่ เฟอร์กี้ ไม่ได้คิดจะซื้อมาเป็นมือ 1 อย่าง รอย แคร์โรลล์ อดีตมือ 1 ของทีมลีกรองอย่าง วีแกน ราคาของเขาเพียงแค่ 2.5 ล้านปอนด์ 

แม้จะต้องทำหน้าที่แทนนายด่านแชมป์โลก แถมยังมาแบบไม่ได้มีใครคาดหวัง แต่เขาก็ยึดตำแหน่งเป็นตัวหลักได้ในช่วงปี 2004-05 ที่ได้ลงสนามถึง 34 เกม 


Photo : talksport.com

"นั่นมันก็เป็นวิถีของชีวิต คุณแค่ต้องมั่นใจในตัวเอง ถ้าคุณไม่สามารถทำได้ก็แทบจบกันเลยสำหรับการเป็นผู้รักษาประตู" แคร์โรลล์ เล่าถึงตัวเองในวันที่เป็นนายทวารมือ 1 ของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก นั่นทำให้เขาคิดว่านี่คือจุดเปลี่ยนและมันจะทำให้ตัวของเขาเจอกับอาชีพที่มหัศจรรย์ แม้ไม่เท่าแต่ก็ขอให้ได้เดินตามรอยของ ชไมเคิล ก็ยังดี เพียงแต่ว่าเขายืนระยะได้ไม่ทันไร เขาก็ได้รู้จัก "ราคาที่นักเตะของแมนฯ ยูไนเต็ดต้องจ่าย" มันไม่ใช่เงินทองหรืออะไรก็ตามแต่ แต่มันคือสภาพจิตใจที่ต้องรับมือกับความคาดหวังที่สูงเสียดฟ้า เมื่อพลาด คุณจบเห่ แม้มันจะเป็นการพลาดครั้งเดียวเท่านั้น

หลังจากที่ แคร์โรลล์ พลาดในเกมกับ สเปอร์ส มันทำให้เขาเสียเชิงมวย ความมั่นใจในตัวเองเริ่มลดลง และมันก่อให้เกิดความผิดพลาดอื่นๆ ตามมา เขามีโอกาสได้ลงเล่นในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่พบกับ มิลาน และความกดดันเล่นงานเขา ภาพที่ปล่อยบอลข้ามหัวยังไม่สามารถสลัดหายไปไหนได้ ... จากนั้นเขาก็พลาดอีกครั้ง คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ยิงมาจากระยะไกลแคร์โรลล์ พยายามจะคว้าบอลให้อยู่แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น บอลหลุดมือและตกใส่เท้าของ เอร์นัน เครสโป และ ยูไนเต็ด ก็เสียประตู


Photo : chroniclelive.co.uk

"มันยากมากที่ผู้รักษาประตูจะลืมความผิดพลาดของตัวเองและกลับมาได้ทันที ผมพลาดหนึ่งครั้งในเกมกับ มิลาน และจากนั้นผมก็เริ่มพลาดเรื่อยๆในช่วง 10-15 เกม จากนั้นมันดึงผมออกจากตัวตนทันที เจ้านายเริ่มเอา ทิม (ฮาเวิร์ด) กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ซึ่งมันทำให้ผมคิดเสมอว่า "กูจบแล้ว กูจบแล้วจริงๆ" และผมก็ไม่ได้โอกาสมาลบล้างความผิดนั้นอีกเลย"

จะเรียกคราวซวยก็ไม่ผิดนัก ยูไนเต็ด ตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกเพราะประตูนั้นที่ แคร์โรลล์ พลาด และในเกมลีกยูไนเต็ด ก็หาทางกลับฝั่งไม่เจอ ทีมจบในอันดับ 3 และร้างราแชมป์มาถึง 2 ปีติดต่อกัน ... เมื่อฤดูกาลจบลง แคร์โรลล์ หมดสัญญากับทีมพอดี และที่แห่งนี้กำลังต้องการทวงความยิ่งใหญ่การเก็บนายทวารที่ใช้การไม่ได้อย่างเขาไม่สามารถยกระดับทีมได้ ดังนั้น แคร์โรลล์ จึงถูกปล่อยออกจากทีม และถูกแทนที่โดย ฟาน เดอ ซาร์

"มีแรงกดดันเสมอที่ทีมนี้ เราต้องการแชมป์พรีเมียร์ลีกทุกปี แต่เราพลาดมา 2 ครั้งแล้ว "เมื่อคุณมาอยู่ที่นี่คุณย่อมอยากจะเป็นตัวเลือกแรกเสมอ คุณต้องการลงเล่นแน่นอนอยู่แล้ว หากไม่เกิดเรื่องผิดพลาดอะไรในตัวของคุณเอง  แคร์โรลล์ กล่าว ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานเขาจะถูกปล่อยออกจากทีมกลายเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์"

เวสต์แฮมเหรอ ... ก็ใช้ได้

การมีดีกรีอดีตมือ 1 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ติดตัวมาทำให้ แคร์โรลล์ ยังพอขายได้ เขาถูกเวสต์แฮมเซ็นสัญญาไปร่วมทีม เขาได้ค่าเหนื่อยที่น้อยลงนิดหน่อย จาก 35,000 ปอนด์ ที่ แมนฯยูฯ เหลือ 25,000 ปอนด์ที่ เวสต์แฮม    


Photo : West Ham United

หากมองในแง่ของตัวเลขแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่โตนัก หากเขาโชว์ผลงานได้ดีก็มีโอกาสที่จะได้สัญญาฉบับใหม่ในเร็ววัน แต่สำหรับ แคร์โรลล์ มันไม่ใช่ ใจของเขามันหมดไปแล้ว อีกทั้งภาระค่าใช้จ่ายที่เคยมีมันยังเท่าเดิมแต่รายได้ลดลง มันทำให้เขาจิตตกและเริ่มเปลี่ยนไป เขาพยายามหาเงินเพิ่มในส่วนอื่นๆ และเลือกที่จะเล่นพนัน ...

"เดอะ ซัน" สำนักข่าวจอมแฉและถนัดเรื่องอื้อฉาวในเกาะอังกฤษเปิดเผยว่า แคร์โรลล์ หมดสภาพอดีตโกลมือ 1 เขาดื่มเหล้าอย่างหนักหลังจากเสียพนันกับเพื่อนรวมถึงในคาสิโนออนไลน์ เขาเล่นหนักจนแทบหมดตัว เงินที่ได้มาแทบไม่เหลือต้องติดหนี้เพื่อนร่วมทีมเวสต์แฮมถึง 30,000 ปอนด์ (ราว 2 ล้านบาท) และเมื่อยิ่งทำยิ่งติดลบเขาก็หมดสภาพทันที เริ่มหันมาดื่มหนักดื่มดุ และลุกลามไปจนถึงการทะเลาะกับ เคอร์รี แคร์โรลล์ ภรรยาของเขาแทบทุกวัน ... เรื่องนี้สร้างความเหนื่อยหน่ายใจให้กับเพื่อนร่วมทีม แต่กุนซืออย่าง อลัน พาร์ดิว ก็ให้ความเชื่อใจเป็นครั้งสุดท้ายด้วยการให้โอกาสเขากลับตัวอีกสักครั้ง

"เราพร้อมจะช่วย แคร์โรลล์ เขากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง" พาร์ดิว กล่าวทั้งที่ไม่รู้เลยว่า แคร์โรลล์ ถลำลึกจนเกินช่วยแบบปากเปล่าได้


Photo : fermanaghherald.com

การใช้ชีวิตที่ขาดสติของเขายังไม่หยุด เขาลืมไปเลยว่าตัวเองเป็นนักฟุตบอล รู้ตัวอีกทีก็ไม่สนใจซ้อมปล่อยตัวเองหนวดเครารุงรัง ขอบตาลึกโบ๋จากการไม่ได้พักผ่อน นอกจากนี้ เดอะ ซันยังเผยอีกว่าการติดพนันยังทวีคูณ เขาเคยพนันปากเปล่ากับเพื่อนจนเสียเงินไปอีก 50,000 ปอนด์  

ไม่ต้องสืบเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชีวิตค้าแข้งของเขาตกต่ำลงทุกวันๆ ไม่มีสโมสรใดที่เขายืนระยะได้ แคร์โรลล์ โดนเวสต์แฮมปล่อยตัวเพราะเหนื่อยใจจะให้โอกาส ก่อนที่เขาจะไปเล่นให้กับ เรนเจอร์ส และ ดาร์บี้ แต่ก็อยู่ได้เพียงที่ละพักๆ เท่านั้น พฤติกรรมของเขาไม่เคยทำให้ต้นสังกัดเชื่อใจได้ว่าควรจะต้องได้เงินเดือนเพิ่มและขยายสัญญาเลย รู้ตัวอีกทีเขาก็ย้ายไปไกลถึงลีก เดนมาร์ก กับทีมเล็กอย่าง โอเดนเซ่ แล้ว

ยิ่งล่มจมยิ่งเห็นภาพ

"เช้าวันหนึ่งในอพาร์ทเมนต์ที่โอเดนเซ่ ผมตื่นขึ้นมาและหันไปมองกองขยะรอบๆ ไม่รู้อะไรดลใจแต่มันทำให้ผมคิดกับตัวเองว่า "นี่กูทำอะไรอยู่ สภาพนี้อีกไม่นานคงได้ตายแบบไม่มีญาติที่นี่แน่นอน" แคร์โรลล์ เล่าถึงวันระลึกชาติ


Photo : champions-speakers.co.uk

ก่อนจะเข้านอนในคืนนั้น แคร์โรลล์ เริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไปเมื่อภรรยาของพาลูกๆ ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเพราะทนกับพฤติกรรมไม่เอาอ่าวและไม่เป็นหัวหน้าครอบครัวไม่ไหว เขาดื่มเหล้าทุกวัน จนแม้แต่ลูกก็ยังไม่ให้เขาอุ้มเลยด้วยซ้ำ

"การดื่มมันเริ่มจากตอนที่ผมมีเวลาว่างเยอะเกินไป ตอนนั้นตัวผมมีอาการบาดเจ็บห่างสนามไปถึง 14 เดือน" เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเจอปัญหาใหญ่ 

"รู้ตัวอีกที 3-4 เดือนหลังจากนั้นผมไม่สามารถเล่นกับลูกๆ ของผมได้ ผมมัวแต่คิดเห็นแก่ตัวจะเอาเวลาไปกินเหล้า ผมจำเป็นต้องทำเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมไม่โศกเศร้า มันยากที่จะยอมรับตัวเองว่าโง่ในช่วงเวลานั้น แต่ถ้าผมมองย้อนกลับไปผมก็ต้องยอมรับว่าผมมันโง่จริงๆ ไม่มีใครทำชีวิตของผมพังนอกจากตัวของผมเอง" 

หากไม่ตกต่ำและใกล้ความตายจริงๆ ก็ยากที่มนุษย์เราจะดวงตาเห็นธรรม มันเหมือนกับการไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา แคร์โรลล์ เริ่มสำรวจตัวเองว่าชีวิตของเขามันบัดซบขนาดไหน และจะทำอะไรกับมันได้บ้างหลังจากนี้ เขาไม่กล้าหวังว่าจะกลับไปเล่นให้ทีมระดับสูงเหมือนที่เคยเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกแล้ว ตอนนี้เขาขอแค่ได้เล่นฟุตบอลเหมือนนักฟุตบอลอาชีพทั่วไปและเหนือสิ่งอื่นใด คือการทำตัวให้เหมาะกับการเป็นหัวหน้าครอบครัวขึ้นมาบ้าง ... แค่นั้นจริงๆ ที่เขาหวัง


Photo : www.linfieldfc.com

"การเมาทำให้ชีวิตของผมไม่สนใครเลย สิ่งต่างๆ กำลังทวีความรุนแรงขึ้น ที่ผมกังวลมีอย่างเดียวคือถ้าผมยังเละเทะต่อไปแบบนี้ ภรรยากับลูกๆ คงจะย้ายออกไปและไม่มีวันกลับมาอีก มันคงจบแล้วสำหรับคำว่าครอบครัว" เมื่อว่าเช่นนั้น แคร์โรลล์ เริ่มปรับตัวกลับมาขยันฝึกซ้อมใหม่ และได้โอกาสสำคัญจากทีมเล็กๆ ในลีกเล็กๆ อย่าง OFI เครเต ในลีกกรีซ เรื่องรายรับไม่ต้องพูดถึง มันน่าจะหายไปเยอะมากหลายเท่าจากตอนที่เขาอยู่แมนฯ ยูไนเต็ด แต่สิ่งที่มันยิ่งใหญ่และสำคัญคือโอกาสครั้งนี้มันคือโอกาสที่จะทำให้เขากลับมาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่รู้ผิดชอบชั่วดี

"เอเย่นต์ของผมโทรมาบอกว่า เห้ยรอย ทีมจากกรีซติดต่อมา ตอนได้ข้อเสนอผมบอกว่าผมจะไปกรีซแน่นอน แต่ขอกลับไปหาภรรยาผมก่อนผมจะบอกเธอว่าตอนนี้ผมเป็นคนใหม่ ผมเลิกดื่มเหล้าแล้ว ไม่แตะมันมา 3 เดือนเห็นจะได้" 

เลิกเหล้า เลิกจน เริ่มต้น...วันนี้เลย

รอย แคร์โรลล์ ทดสอบฝีเท้ากับทีม เครเต ได้ 7 วัน ก็ได้รับสัญญา หลังจากนั้นเขาลงเล่นเป็นตัวจริงของทีมทันที 16 จาก 18 เกม พาทีมที่เคยอันดับไม่ดีจ่อตกชั้น ให้กลายเป็นทีมที่มีสถิติเสียประตูน้อยลงชัดเจน แคร์โรลล์ เก็บคลีนชีทได้ถึง 8 นัด และ เคเตร แพ้เพียง 5 เกมเท่านั้นที่เขาลงสนาม ทีมรอดตกชั้นและหลังจากนั้นวิญญาณ รอย แคร์โรลล์ คนเดิมก็กลับมา 


Photo : Olympiacos.org

มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อพอสมควรที่จากตกต่ำถึงขีดสุด แคร์โรลล์ ต้องมาเล่นให้กับทีมหนีตายในลีกกรีซ กลับกลายเป็นว่าหลังจากจบฤดูกาลที่เซฟแหลกทีมดังที่สุดในประเทศกรีซอย่าง โอลิมเปียกอส ซื้อตัวเขาไปร่วมทีมทันทีด้วยค่าตัว 100,000 ปอนด์ นี่อาจจะเป็นค่าตัวที่จิ๊บจ๊อย แต่สำหรับ แคร์โรลล์ นี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีทีมใดสักทีมยอมจ่ายเงินก้อนเพื่อให้ได้เข้ามาร่วมทัพ ... "ค่าตัว" ครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่บอกว่าหากเขาเห็นค่าตัวเองชีวิตของเขาก็พร้อมจะ "มีค่า" สำหรับคนอื่นๆ เหมือนกัน 


Photo : www.dailymail.co.uk

เขาอยู่กับ โอลิมเปียกอส 3 ปี และพาทีมได้แชมป์ลีก 1 สมัยและแชมป์บอลถ้วยอีก 1 สมัย ... นี่คือแชมป์แรกในรอบ 10 ปี หลังจากที่เขาย้ายออกมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้เขายังกลับมาติดทีมชาติไอร์แลนด์เหนือครั้งแรกในรอบ 6 ปี ในทีมชุดลุยฟุตบอลยูโร 2016 ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นั้น ไอร์แลนด์เหนือ ไปไกลถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเลยทีเดียว 

นอกจากเรื่องในสนามแล้ว แคร์โรลล์ ยังเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียใหม่ เขากลับมาเป็นคนดีของภรรยาและลูกๆ ชีวิตครอบครัวกลับมามีความสุขอีกครั้งและเขาเชื่อว่าสิ่งเลวร้ายที่เคยผ่านมาของเขาจะกลายเป็นสิ่งมีค่าต่อสังคม หากเขาแบ่งปันประสบการณ์เหล่านั้นและบอกกับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ ว่าชีวิตของพวกเขาจะเป็นอย่างไรหากเลือกหันหลังให้กับฟุตบอล และมีลมหายใจไปวันๆ เพื่อประชดชีวิต


Photo : www.independent.ie

"ผมกลับมาเป็นชายผู้แข็งแกร่งแล้ว และผมต้องการช่วยเหลือคนอื่นที่กำลังเจอกับช่วงเวลาที่มืดมิดให้ผ่านมันไปได้" แคร์โรลล์ ยังคงเล่นฟุตบอลอยู่กับทีม ลินฟิลด์ ทีมดังในลีกบ้านเกิดและพร้อมกันนี้เขายังกลายเป็นนักพูดเพื่อให้กำลังใจกับเหล่านักเตะดาวรุ่งในประเทศอีกด้วย

"ตอนอายุ 27 ผมเป็นคนติดเหล้า ผมไม่พูดกับใครเลยสักคนเดียว ดังนั้นผมคิดว่าทั้งดาวรุ่งและนักเตะชื่อดังทั้งหลายหากเจอกับเรื่องพวกนี้คุณจงพูดมันออกมาเสีย เล่าให้ใครได้ฟังบ้าง และถ้าหากพวกเขาตั้งใจจริงเชื่อเถอะว่าผู้จัดการทีมและโค้ชจะต้องให้โอกาสที่สองกับพวกเขาแน่ๆ" แคร์โรลล์ กล่าวอย่างช่ำชองเพราะเขาเคยได้โอกาสจาก พาร์ดิว ตอนที่อยู่กับ เวสต์แฮม มาแล้วแต่เขาเลือกที่จะไม่พูดกับใคร และไม่สนที่จะปรับตัวแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น


Photo : www.thetimes.co.uk

"ผมเปิดสายโทรศัพท์ของผมไว้ตลอด 24 ชั่วโมง หากใครมีปัญหาโทรมาหาผมได้ตลอดเวลา เพราะผมผ่านเรื่องบัดซบนั้นมาแล้ว ถึงตอนนี้่ผมเลิกดื่มมา 8 ปี ถ้าพวกคุณเปิดใจให้กับผม มั่นใจได้เลยว่าผมสามารถช่วยคุณได้" แคร์โรลล์ กล่าวทิ้งท้าย

แค่ปรับเปลี่ยนแนวคิดและทำความเข้าใจว่าชีวิตคนเราทำพลาดกันได้ และที่สำคัญไม่มีมนุษย์คนไหนที่สามารถรักษาเกียรติยศชื่อเสียงไม่ให้เสื่อถอยไปได้ตลอดชีวิต แคร์โรลล์ แค่เข้าใจว่าชีวิตค้าแข้งที่ตกต่ำจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงทีมในลีกก็แค่ธรรมชาติของชีวิตนักฟุตบอลที่มีขึ้นย่อมมีลง เรื่องมันก็แค่นั้นเพราะเมื่อย้อนกลับมามองตัวเองแล้วยังมีเรื่องอื่นให้ต้องทุ่มเทอีกมากโดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องการเขาในฐานะผู้นำอยู่เสมอ ต่อให้เขาจะกลายเป็นผู้รักษาประตูที่ห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม

 

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!