จัดทัพสิงโต

จัดทัพสิงโต
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากล้มเหลวในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลมาไม่ทันหายบอบช้ำ อังกฤษที่ยังคุมทีมโดยรอย ฮ็อดจ์สัน ก็ต้องเริ่มภารกิจใหม่อีกครั้ง ด้วยการลงเตะรอบคัดเลือกฟุตบอลยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส เป็นนัดแรกในวันจันทร์นี้

ปู่รอยเรียก 22 นักเตะ มาร่วมทีมชุดนี้ ซึ่งชิมลางด้วยการลงเตะอุ่นเครื่องกับนอร์เวย์ในบ้านไปแล้ว และลงเอยด้วยการเฉือนชนะไป 1-0 แบบไม่น่าประทับใจเหมือนเคย และโดนวิจารณ์ไปพอท้วมๆ พร้อมกับคำถามที่ว่าสิงโตคำรามจะต้องปรับแก้ตรงจุดไหนเพื่อให้ผลงานออกมาดีกว่าที่เป็นอยู่

หนังสือพิมพ์ "เดอะเทเลกราฟ" ได้ขอทรรศนะจาก 4 นักข่าว และคอลัมนิสต์ว่าอังกฤษควรจะส่งใครลงเป็น 11 ตัวจริง และเล่นด้วยระบบไหนจากนักเตะเท่าที่มีให้เลือกใช้ในโผชุดนี้ และนี่คือความเห็นของพวกเขา

พอล เฮย์เวิร์ด

(หัวหน้าฝ่ายข่าวกีฬาของเดอะเทเลกราฟ)

4-3-1-2

เฮย์เวิร์ด มองว่า 11 ตัวจริงที่ฮอดจ์สันส่งลงไปวอร์มแข้งกับนอร์เวย์คือชุดที่ดีที่สุดแล้ว และควรจะส่งชุดนี้ดวลฝีเกือกกับสวิตเซอร์แลนด์ด้วย เพียงแต่ให้ปรับเปลี่ยนระบบการเล่นเล็กน้อย โดยขยับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง มายืนเป็นเพลย์เมกเกอร์อิสระ ที่ยืนอยู่หลังคู่กองหน้าอย่าง เวย์น รูนี่ย์ และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ แทน เพื่อจะให้ดาวรุ่งของลิเวอร์พูลโชว์ศักยภาพในเรื่องการจ่ายบอลและการเติมเกมรุกได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าจับไปเล่นริมเส้นก็จะเสียของ

จริงๆ เขาอยากเห็น แดนนี่ เวลเบ็ค ลงเล่นในแนวรุกด้วย แต่ยังไงซะทีมก็คงต้องการกัปตันทีมอย่างรูนี่ย์อยู่นำทัพในเกมเยือนที่ไม่ง่ายนัดนี้ด้วย ส่วนเวลเบ็คอาจจะถูกเก็บไว้เป็นตัวทีเด็ดในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายแทน ขณะที่แผงหลังและกลางนั้น อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน จะต้องคอยช่วย จอห์น สโตนส์ ในการหยุดการรุกริมเส้นทางของคู่ต่อสู้ด้วย เช่นเดียวกับ แจ๊ค วิลเชียร์ ที่ต้องแบ่งเบาภาระของ เลห์ตัน เบนส์ ที่อีกฝั่ง โดยเกมนี้ คาลั่ม แชมเบอร์ส ควรจะเป็นตัวสำรองในแนวรับคนแรกหากทีมต้องปรับเปลี่ยน ส่วน ฟิล จากีลก้า นั้นฟอร์มตกเกินกว่าที่จะถูกใช้งาน

อลัน สมิธ

(อดีตศูนย์หน้าของอาร์เซนอลและทีมชาติอังกฤษ ซึ่งผันตัวมาเป็นเกจิและคอลัมนิสต์)

4-1-2-1-2

สมิธอยากเห็นแผงมิดฟิลด์ของทีมเล่นในรูปแบบไดมอนด์ หรือรูปข้าวหลามตัดแนวนอน นั่นคือมีมิดฟิลด์ที่ยืนห้อยต่ำหนึ่งคน มีมิดฟิลด์ที่ยืนสูงอยู่หลังคู่กองหน้าหนึ่งคน ส่วนอีกสองคนจะยืนถ่างออกไประหว่างกลาง โดยตรงยอดของข้ามหลามตัดควรจะเป็นสเตอร์ลิ่ง เพราะเขาจะโชว์ฟอร์มได้เต็มที่ จากการแจกจ่ายบอลได้ดีทั้งสองเท้า

เจมส์ มิลเนอร์ จะมีบทบาทในการช่วยเป็นกันชนให้กับแนวรับทางฝั่งขวา ซึ่งซึ่ง จอห์น สโตนส์ ต้องรับมือกับ เซอร์ดาน ชาคิรี่ ส่วนจอร์แดน เฮนเดอร์สัน จะเป็นแกนหลักตรงกลางสนาม โดย แจ๊ค วิลเชียร์ จะยืนถ่างออกมาทางซ้าย

เวย์น รูนี่ย์ ควรจะมีตำแหน่งในทีมในเกมใหญ่ๆ แบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อสวมปลอกแขนกัปตันทีม เขาน่าจะเล่นได้ดีขึ้นกว่าในเกมกับนอร์เวย์

เจเรมี่ วิลสัน

(นักข่าวสายฟุตบอลในประเทศ, ฟุตบอลยุโรป และฟุตบอลนานาชาติ)

4-3-3


วิลสันชี้ว่าปัจจัยสำคัญในเกมนี้คือการสร้างสมดุลให้กับแผงมิดฟิลด์และผงกองหน้า การส่ง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เวย์น รูนี่ย์ และ แดนนี่ เวลเบ็ค ยืนแถวสองอยู่หลัง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้ในฟุตบอลโลก ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ แต่ก็เสี่ยงจะทำให้เกมแดนกลางของอังกฤษเป็นรอง ถ้ามีมิดฟิลด์ที่ยืนต่ำอยู่แค่ 2 คน

เจมส์ มิลเนอร์ น่าจะลงมาเพิ่มความแข็งแกร่งในแดนกลางให้มากขึ้นได้ และนั่นหมายความว่าต้องดร็อปกองหน้าออกไปหนึ่งคน ความขยันของเวลเบ็คในการทำเกมรุกฝั่งซ้ายน่าจะมีส่วนสำคัญต่อเกมนี้ ส่วน สเตอร์ลิ่ง ถือเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในทีมอังกฤษตอนนี้อยู่แล้ว จึงเหลือแค่ว่าจะเลือกใครยืนเป็นศูนย์หน้าระหว่างรูนี่ย์กับสเตอร์ริดจ์ และรูนี่ย์ยังคงทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอให้กับทีมชาติ ทำให้สเตอร์ริดจ์คงเป็นคนที่ต้องหลุดไปเป็นตัวสำรอง

เจสัน เบิร์ต

(นักข่าวอาวุโสสายพรีเมียร์ลีกและทีมชาติอังกฤษ)

4-3-1-2


เบิร์ตแนะว่าอังกฤษต้องกล้าตัดสินใจดร็อป เวย์น รูนี่ย์ ไปเป็นตัวสำรอง เพราะถึงแม้จะเป็นถึงกัปตันทีม แต่เมื่อไม่มีเขาลงเล่น สิงโตคำรามดูจะมีความสมดุลมากกว่า และทำเกมรุกกันได้เร็วขึ้น โดยแนวรุกที่ประกอบด้วย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนียล สเตอร์ริดจ์ และ แดนนี่ เวลเบ็ค ดูจะเล่นกันได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

แน่นอนว่ารูนี่ย์คือนักเตะที่ดีที่สุดของอังกฤษและเป็นดาวยิงที่อันตรายที่สุด แต่คำถามคือฟอร์มของเขาตอนนี้ดีพอจะได้รับการการันตีตำแหน่งตัวจริงหรือเปล่า เขาดูจะประสานงานร่วมกับ สเตอร์ริดจ์ ได้ไม่ดีพอ และ เวลเบ็ค ก็เล่นร่วมกับ สเตอร์ลิ่ง ได้ดีกว่าเขาด้วย

ส่วนแนวรับนั้น ฟิล โจนส์ ยังมีจุดอ่อนในตำแหน่งแบ็กขวา ส่วน ฟิล จากีลก้า กับ เลห์ตัน เบนส์ ก็ยังโชว์ฟอร์มกับทีมชาติได้ไม่ดีพอ แต่พวกเขายังควรจะได้ลงเล่นในเกมนี้ต่อไป เนื่องจากตัวเลือกอื่นๆ นั้นยังอ่อนประสบการณ์กินกว่าจะเสี่ยงในเกมที่ยากที่สุดในรอบคัดเลือกเกมนี้

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!