แค่รู้แพ้-รู้ชนะ-รู้อภัย..ไม่พอ

เลาะสนาม

ปีนี้ช่วงปิดเทอมก็เหมือนเช่นเคยปฏิบัติมาทุกปี สำนักพัฒนากีฬาและนันทนาการ จัดโครงการกีฬาเพื่อเด็กๆ ภายใต้ชื่อโครงการร้อนนี้เพื่อลูกรัก ซึ่งเป็นโครงการเก่าแก่ตั้งแต่หน่วยงานแห่งนี้ยังเป็นกรมพลศึกษาอยู่เดิม

ปีนี้พ่อแม่ผู้ปกครองต่างให้ความสนใจ ส่งบุตรหลานเข้าร่วมฝึกตามโครงการ แม้ว่าอากาศจะร้อนเร็วกว่าทุกปี แต่ยังมีเด็กๆแห่กันไปร่วมอย่างคึกคัก ปีที่ผ่านมาบรรดาหนูๆที่ไม่สู้แดดต่างเข้าเรียนกีฬาที่อยู่ในร่ม ในช่วงเดียวกันกลุ่มกีฬากลางแจ้งก็คึกคักไม่ต่างกัน

โค้ชหรั่งชาญวิทย์ ผลชีวิน หนึ่งในทีมงานที่รับผิดชอบโครงการนี้ วางแนวทางปลูกฝังด้านการกีฬาให้กับเด็กๆค่อนข้างจะละเอียดยิบ โดยเผยว่า จากการที่ตนเองเป็นทั้งวิทยากรของสำนักพัฒนากีฬาและนันทนาการ และของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เดินสายสอนฟุตบอลไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับเยาวชนทุกระดับอายุ ทั่วประเทศ

ผมสังเกตว่าเยาวชนไทยส่วนใหญ่ ให้ความสนใจด้านกีฬามากขึ้น โดยเฉพาะฟุตบอล ที่ลงทุนต่ำ บอลใบเดียวเล่นได้เป็นสิบๆคนขึ้นไป และเด็กๆส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับการฝึกพื้นฐานกีฬาที่ตนเองชอบอย่างจริงจัง เพราะหลายชนิดกีฬามีตัวอย่างให้เห็นว่า จากเด็กยากจนคนหนึ่ง เมื่อประสบความสำเร็จในการแข่งขันแล้ว จะสามารถพลิกชีวิตความเป็นอยู่ได้ชัดเจน ทำให้ทุกคนมีความใฝ่ฝันที่จะเดินตามรอยนักกีฬารุ่นพี่ๆ

ทำให้โครงการร้อนนี้เพื่อลูกรัก ที่สอนพื้นฐานกีฬาที่ถูกต้อง ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ แต่ปีนี้คณะทำงานได้วางนโยบายเพิ่มหลายอย่าง เพื่อให้เด็กที่เข้ามาฝึกได้รับประโยชน์อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่พวกเราต้องการคืออยากให้เยาวชนของชาติรู้จักคำว่าขอโทษ ที่ต้องพูดและทำอย่างจริงใจ

เด็กไทยสมัยใหม่ที่ตนลงไปสัมผัสมา เราต้องยอมรับว่าสมัยนี้คำว่า ขอโทษ หายไปจริงๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องปลูกฝังกันใหม่ ทั้งเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ให้เด็กๆเป็นนักกีฬาที่ดี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และรู้จักคำว่าขอโทษให้ซึมอยู่ในตัวให้ได้

ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาในวงการกีฬาเมืองไทย..และเป็นเรื่องที่ดี สมควรยกย่องกับความคิดนี้

แล้วคุณล่ะ..ลืมคำว่าขอโทษไปบ้างรึเปล่า