3rd Battalion FC : อคาเดมีฟุตบอลของ "ชาวกานา" ที่ไม่คิดค่าสอนเด็กไทยผู้ไร้โอกาส

3rd Battalion FC : อคาเดมีฟุตบอลของ "ชาวกานา" ที่ไม่คิดค่าสอนเด็กไทยผู้ไร้โอกาส
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

แสงแดดที่แผดเผาลงมาแทบทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียสในช่วงปลายเดือนเมษายน

ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อเหล่าเยาวชนกว่า 500 ชีวิต จาก 36 ทีม ที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล ช้างจูเนียร์ คัพ 2019 รอบคัดเลือก โซนภาคเหนือ ภายในสนามไนซ์เพลส สปอร์ต คลับ

แต่อากาศที่ว่าร้อนแล้ว ก็ยังไม่เท่าอุณหภูมิที่ร้อนระอุในสนามแข่งขัน แต่ถึงร้อนเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้ความมุ่งมั่นของเด็กๆลดลงไปแม้แต่น้อย เช่นเดียวกับผู้ฝึกสอนทุกทีม ที่ต่างยืนสู้อากาศร้อน ค่อยสั่งเกมอยู่ข้างสนาม

“โห โค้ชโทมัส ไม่ร้อนเหรอ? ยืนกลางแดดเชียว” เสียงแซวจากผู้ปกครองคนหนึ่ง ที่กำลังยืนชมเกมอยู่ข้างสนาม พูดถึง “โค้ชโทมัส” โทมัส หยาฟ่า อินคูม ผู้ฝึกสอนของทีม 3rd Battalion FC

 

“โค้ชโทมัส” ดูไม่เหมือนโค้ชอคาเดมี่ทั่วๆไป ไม่ใช่เพราะเขาคือชาวต่างชาติคนเดียวในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่เป็นเพราะวิธีการสอนเด็กๆของเขา ดูแตกต่างออกไปจากโค้ชคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้

โดยเฉพาะการพยายามปลูกฝังให้เด็กไทยที่เขาฝึกสอนมีแนวคิด และทัศนคติ เหมือนกับเด็กในทวีปแอฟริกา ที่มีสภาพแวดล้อมยากลำบากกว่าเด็กไทยหลายเท่า แต่สามารถยกระดับการเล่นฟุตบอล จนส่งออกนักเตะไปได้ทั่วโลก

ที่สำคัญ อคาเดมีแห่งนี้ ไม่เคยปิดกั้นโอกาส เด็กผู้ยากไร้ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แม้เขาเองก็ไม่ใช่คนไทย และมีบ้านเกิดอยู่ห่างออกไปคนละทวีป แต่เขาก็พร้อมและยินดีที่ถ่ายทอดวิชาลูกหนัง ให้กับเด็กด้อยโอกาสชาวไทย แบบไม่คิดค่าใช้จ่าย… อะไรคือเหตุผลที่เขาทำเช่นนี้?

เพื่อนเอสเซียง กับการถูกหลอกมาเมืองไทย

โทมัส หยาฟ่า อินคูม คือชื่อจริงของ โค้ชโทมัส เส้นทางของเขาเริ่มต้นในบ้านเกิด เขาเคยอยู่ในทีมเยาวชนของ ลิเบอร์ตี้ ที่มี มิคาเอล เอสเซียง เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ลงเล่นตำแหน่งกองกลางคู่กัน ก่อนจะแยกย้ายไปตามวิถีทางของฟุตบอล

 1

เมื่อถึงช่วงชีวิตหนึ่ง หลังผ่านการเล่นลีกสูงสุดของกาน่า โทมัส ตัดสินใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมายังแผ่นดินไทย ครั้งแรกในปี 2007 ตามคำชักชวนของ เอเยนต์ ที่หลอกเขาจะได้ค่าเหนื่อยราวๆ 180,000 บาท ต่อเดือน แต่ในความจริงเขาได้เงินเดือนเพียง 30,000 บาท ก่อนตัดสินใจกลับบ้านหลังหมดวีซ่า 3 เดือน

แม้จะถูกหลอกในครั้งแรก แต่ โทมัส อินคูม ก็อยากจะกลับไปใช้ชีวิตในเมืองไทยอีกครั้ง ในปี 2009 โทมัส ได้รับสัญญาจาก อาร์แบค เอฟซี น่าเสียดายที่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน เขาได้รับบาดเจ็บบริเวณเอ็นร้อยหวาย ส่งผลให้เขาไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะเล่นฟุตบอลได้เหมือนเดิม และถูกปฏิเสธโอกาสในการคัดตัว จนต้องยุติการเล่นฟุตบอลอาชีพไปโดยปริยาย

“ตอนแรกไอจะกลับบ้าน (กานา) แต่พอดีได้แฟนคนไทยก็เลยอยู่ที่นี่ต่อ” โทมัส เผยถึงการตัดสินใจ ตั้งรกรากใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ บ้านของภรรยา ตั้งแต่ปี 2012

 2

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล เขารับงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ตามโรงเรียนเอกชนต่างๆ ประกอบกับฐานะทางบ้านของภรรยาที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับขนส่ง ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ในไทยของ โทมัส อินคูม ค่อนข้างสบาย ไม่ต้องตากแดด ตากลม ลงเล่นฟุตบอลเหมือนที่ทำมาตลอดชีวิต

แต่วันหนึ่ง ขณะที่เขาใช้เวลาว่างเดินทางไปดูการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า คือเกมฟุตบอลที่ได้มอบชีวิต และเป็นใบเบิกทางนำพาเขาเข้ามาหากินยังประเทศไทย

มันได้จุดประกาย  ทำให้เขามีความคิดอยากหวนกลับคืนสนามหญ้าอีกครั้ง ด้วยความตั้งใจที่อยากเปิด อคาเดมีฟุตบอล เป็นของตัวเอง

ผุดอคาเดมี่ในสไตล์ “โค้ชกานา”

“ไอชอบดูเด็กๆเล่นฟุตบอล เวลาว่างก็จะไปดูพวกเด็กๆตามที่ต่างๆ แต่ไอไม่ชอบเลยเวลาเห็นโค้ช พ่อแม่เด็ก ดุด่าเด็ก เวลาบอลแพ้ หรือเล่นไม่ได้ดั่งใจ ผู้ปกครองจะมายืนด่ากันข้างสนาม เพียงแค่ต้องการชนะการแข่งขัน”

 3

“นั่นเป็นสิ่งไอไม่ชอบมากๆ ไอว่าไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องของบอลเด็ก เราไม่ควรเน้นผลการแข่งขันกับเด็กตัวเล็กๆ เราควรมองเรื่องทักษะของเขาเสียก่อน” “โค้ชโทมัส” โทมัส อินคูม เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวเองตัดสินใจมาเปิดอคาเดมี่

“ที่บ้านไอนะ เด็กๆไม่ค่อยมีรองเท้าใส่เตะบอลกันหรอก แต่บ้านไอได้ไปบอลโลก ทั้งที่เมืองไทยมีความเพียบพร้อมกว่าที่บ้านไอเยอะเลย ในความคิดของไอ ไอเริ่มมองเห็นบางปัญหาบางอย่างของเด็กไทย จึงอยากจะลองฝึกเด็กไทยในแบบของไอดูบ้าง ไอว่า เด็กไทยมีความสามารถนะ ถ้าได้ลองฝึกในแบบฉบับไอดูบ้างละกัน”

“โค้ชโทมัส” เริ่มต้นเปิดอคาเดมี่ของตัวเองด้วยการเช่าสนามฟุตบอลหญ้าเทียมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในปี 2016 เพื่อเปิดรับสมัครเยาวชนที่สนใจมาเรียนฟุตบอลกับเขา

 4

ด้วยโปรโฟล์ที่เจ้าตัวไม่ใช่นักเตะชื่อดังนัก ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าว มีอคาเดมี่ฟุตบอลผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ตัวเลือกของบรรดาผู้ปกครองก็มีมากตามไปด้วย สำหรับการส่งลูกหลานของตัวเอง มาฝึกฝนทักษะลูกหนัง

ทำให้หลังจากเปิดไปสักระยะ กลับมีเด็กแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่สนใจมาสมัครเรียนฟุตบอลกับเขา เมื่อเด็กไม่เข้ามาหา “โค้ชโทมัส” จึงตัดสินใจออกไปหาเด็กด้วยตัวเอง

สอนบอลฟรี แก่เด็กยากไร้

“โค้ชโทมัส” โทมัส อินคูม ใช้เวลาวันเสาร์-อาทิตย์ เดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเปิดสอนฟุตบอลให้กับเด็กๆที่ขาดโอกาส หรือหน่วยงานไหน มีกิจกรรมเกี่ยวกับการสอนโค้ชชาวกานา คนนี้ก็จะอาสาตัวเข้าไปช่วยงานฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

 5

บางคนอาจสงสัยว่าเขามีจิตใจการกุศลอย่างนั้นเลยเหรอ? หรือบางคนอาจมองว่าเขากำลังสร้างโปรไฟล์ของตัวเองเพื่อยกระดับชื่อเสียงการทำอคาเดมี่หรือเปล่า? แต่ความจริงแล้ว เขาบอกกับเราว่า ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในการลงทุน ลงแรง ทำอะไรแบบนี้

วันหยุดไอก็จะไปสอนฟุตบอลให้กับเด็กๆที่สนใจตามที่ต่างๆ สิ่งที่ไออยากเจอก็คือ เด็กขาดโอกาส ที่มีแวว ไออยากจะผลักดันพวกเขา ให้ก้าวมาเป็นนักเตะอาชีพได้ ถ้าเป็นเด็กฐานะยากจนยิ่งดี”

“เพราะเด็กที่ครอบครัวยากจน พวกเขาจะมีพลังบางอย่างในการต่อสู้และดิ้นรน ความจนจะช่วยผลักดันให้เขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและเป็นนักฟุตบอลที่ดี”

“เหมือนกับที่กานา หรือแอฟริกา ฟุตบอลคือสิ่งเดียวที่จะยกฐานะความยากจนให้กับครอบครัวได้ ถ้าเลือกฟุตบอลแล้วก็ต้องไปให้สุด ถ้ายอมแพ้ ก็อดอยาก หรือเติบโตไปอยู่ในชนชั้นกรรมกร รายได้น้อย” โทมัส เล่าให้เห็นถึงความสำคัญของ ฟุตบอล ที่ประเทศกานา

หลังจากตระเวนไปหลายพื้นที่ “โค้ชโทมัส” ก็ได้รับความอนุเคราะห์จาก กองพันพัฒนาที่ 3 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ให้ใช้สนามฟุตบอล สำหรับเปิดฝึกสอนทักษะฟุตบอลให้กับเยาวชนที่สนใจ ฟรี ทุกเสาร์-อาทิตย์

“โค้ชโทมัส​” จึงปักหลักเฟ้นหานักเตะเยาวชนที่เขาต้องการอยู่ที่นี่ มีบางครั้งที่ออกเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลเพื่อหา “ช้างเผือก” ที่ซ่อนตัวอยู่ พร้อมกับตั้งชื่ออคาเดมีเขาว่า “3rd Battalion FC” ที่มีความหมายว่า กองทัพภาคที่ 3 ตามสถานที่ให้เขาได้มีพื้นที่ทำสิ่งดีๆเพื่อสังคมไทย

 6

ทุกครั้งที่เจอเด็กที่มีแวว หรือคนที่เขาต้องการ โทมัส ก็จะดึงตัวเด็กๆที่เขาเลือก ไปฝึกกับอคาเดมี่ของเขา ในช่วงเย็น วันจันทร์-ศุกร์ รวมกับกลุ่มนักเรียนที่เสียเงินมาฝึกทักษะลูกหนังกับเขา แต่เขายังยึดมั่นการให้โอกาสเด็กๆ เป็นสำคัญ...หากใครไม่มีเงิน ก็ไม่ต้องจ่ายก็ได้

เรื่องนี้ “จอย” สุภาวดี ไชยมงคล ภรรยาของ “โค้ชโทมัส” เล่าเพิ่มเติม “จริงๆ อคาเดมีเรา ไม่ได้อยากเก็บเงินหรอก แต่การทำอคาเดมี มันต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าสนาม ค่านู้นค่านี้ เราก็ต้องมีเก็บเงินค่าเรียน เพื่อให้อคาเดมี่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ หากเด็กคนไหน ใครไม่มีจริงๆก็ไม่ต้องจ่าย แต่ก็จะต้องคุยกับโค้ชโทมัสเสียก่อน”

“โค้ชโทมัส” เผยต่อว่า “คนที่จะเรียนฟรีนั้น ต้องคุยกันให้เข้าใจ และสัญญากับไอว่า จะตั้งใจฝึกฟุตบอล และโฟกัสฟุตบอลเป็นอันดับหนึ่ง”

“มันไม่ง่ายที่จะปรับเปลี่ยนความคิดเด็กไทยให้มองอาชีพฟุตบอลเป็นสิ่งแรก แต่ไออยากให้เด็กที่จะเอาจริงด้านฟุตบอลควรคิดแบบนี้ ไอกำลังสอนให้เด็กไทยคิดแบบเด็กบ้านไอ หากพวกเขายอมรับข้อตกลงก็โอเค จะให้เราไปรับไปส่งก็ได้ เรายินดี”

คิดแบบคนแอฟริกัน สู้แบบคนแอฟริกัน

องค์ความรู้ต่างๆ ที่ “โค้ชโทมัส” ถ่ายทอดแก่เด็กๆ อาจไม่ได้แตกต่างไปจากอเคเดมี่อื่นๆมากนัก เพราะส่วนใหญ่โค้ชที่สอนฟุตบอลตามอคาเดมี่ในบ้าน ก็จะอบรมโค้ช เรียนโค้ช หลักสูตรคล้ายๆกันเกือบทั้งหมด

 7

แต่ความพิเศษของ อคาเดมี่แห่งนี้ก็คือ “โค้ชโทมัส” ได้ควักเงินส่วนตัว ในการซื้อโปรแกรมการฝึกสอนฟุตบอลระดับเยาวชนจากประเทศอังกฤษ มาใช้เพิ่มรูปแบบการสอนให้เข้มข้นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในความคิดของ กุนซือชาวกานา นอกเหนือจากทักษะลูกหนังที่ต้องดีแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือเรื่อง ทัศนคติ ที่เขาพยายามปลูกฝังลงไปในตัวเด็กทุกคน

“อย่างในการแข่งขัน ช้าง จูเนียร์ คัพ เราก็จะเห็นว่า บางทีมมาแข่ง และมุ่งหวังชัยชนะมากเกินไป มันก็ไม่ผิดครับ แต่ไอว่าทัวร์นาเมนต์แบบนี้ น่าจะเป็นเวทีให้เด็กได้แสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องไปคิดถึงผลแพ้ชนะให้มาก”

“เด็กๆพวกนี้ เราต้องใส่ทักษะและเบสิคเข้าไปให้เต็มที่ ให้พวกเขาได้มีพื้นฐานก่อน ส่วนเรื่องระบบ เกมการแข่งขันเอาไว้อีกหน่อยค่อยเติมก็ตาม แม้แต่เรื่องความแข็งแกร่ง ไอจะไม่เอาเวลาที่เด็กเสียเงินมาเรียน เพื่อมุ่งเรื่องพวกนี้ อันนี้เขาฝึกเองที่บ้านก็ได้ ไม่ต้องเสียเงินมาเรียนหรอก”

“ไอคิดเสมอว่า ไอจะทำอย่างไรให้เขามีวิธีคิดแบบนักฟุตบอลอาชีพ ไอก็ต้องเล่าประสบการณ์เด็กแอฟริกา ที่ไม่มีโอกาสได้เรียนฟุตบอลในอคาเดมี่แบบนี้ ที่นั่นต้องฝึก เรียนรู้เอง หากยูเก่ง ยูก็จะได้เข้าไปอยู่ในอคาเดมี่ดีๆ”

 8

“ที่กานา หรือทั่วแอฟริกา ก็มีทางเลือกมากมายให้เด็กทั้ง หมอ, ครู, ทหาร เต็มไปหมด แต่หากยูอยากหนีความจน อยากให้ครบครัวหลุดพ้นจากความอดยาก ฟุตบอล คือคำตอบ เด็กผู้ชายที่นั่น (กานา) คิดเหมือนกันหมด ฟุตบอล จะทำให้พ้นความอดยาก ไม่แปลกที่กานา จะได้ไปฟุตบอลโลก

“ดังนั้น ถ้าเด็กไทย อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ไอพยายามให้เด็กมองเรื่องฟุตบอลเป็นอันดับแรก ให้สำคัญกว่าการเรียน มันไม่ใช่วิธีที่ถูกสำหรับเมืองไทย แต่หากคุณจะเป็นนักเตะอาชีพ อยากก้าวไปเล่นระดับโลก ต้องคิดแบบนี้ ต้องพยายามทำให้เขาเห็นว่า ฟุตบอล ถ้าเอาจริง จะเปลี่ยนชีวิตพวกยูได้เลย”

“ไอไม่ได้เปลี่ยนทัศคติแค่เด็กๆนะ ไอพยายามเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับพ่อแม่ที่เอาลูกมาเรียนกับไอด้วย” “โค้ชโทมัส” เผยถึงแนวทางของ อคาเดมี่ที่เขาฝึกสอนอยู่

 9

ฟุตบอลช้าง จูเนียร์ คัพ 2019 รอบคัดเลือกภาคเหนือที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นทัวร์นาเมนต์แรกๆ ของเด็กๆลูกศิษย์ของโค้ชโทมัส ในการแข่งขันฟุตบอล 11 คน เพราะก่อนหน้านี้ เด็กๆกลุ่มนี้จะคุ้นเคยกับการแข่งขันฟุตบอล 7 คน มากกว่า

แม้จะมีประสบการณ์ในสนามใหญ่ไม่มากนัก แต่พวกเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์ช้าง จูเนียร์คัพ 2019 รอบคัดเลือก สนาม 3 ด้วยการคว้าแชมป์กลุ่ม K ชนะรวด 2 นัด ก่อนที่จะเข้าไปแพ้ให้กับ โรงเรียนวชิราลัย รองแชมป์โซนภาคเหนือ 0-2 ตกรอบสอง

“ปกติไอจะพาเด็กๆไปลงทีม ไปแข่งบ้าง แต่จะไม่ให้เด็กเข้าไปอยู่ในบรรยากาศของการแข่งขันมากนัก ไอรู้สึกว่าผู้ใหญ่ไปคาดหวังกับเด็กมากเกินไป ไออยากให้เด็กๆที่ไอสอนมุ่งไปที่การฝึกทักษะฟุตบอลมากกว่า”

“ที่ไอตัดสินใจส่งแข่งฟุตบอลช้าง จูเนียร์ คัพ ก็เพราะต้องการให้เด็กๆของไอได้เห็นบรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลรายการที่ได้มาตรฐาน ได้เจอกับนักเตะจากพื้นที่อื่นๆ ที่เราไม่เคยเห็น พวกเขาจะได้รู้ว่ายังต้องฝึกอีกมากแค่ไหน ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยกับการแข่งขันรายการใหญ่ๆอย่างนี้ที่เชียงใหม่”

“ที่นี่ (เชียงใหม่) ไม่ค่อยได้มีรายการ 11 คนสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายการของพวกโรงเรียน หรือแข่งในอคาเดมี่ สนามหญ้าเทียม 7 คน ฟุตบอล ช้าง จูเนียร์ คัพ จึงถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของเด็กๆเลย”

“สมัยนี้ มีรายการฟุตบอลเด็กเยอะก็จริง มีแข่งตลอดทั้งปี แต่ส่วนใหญ่ก็จัดตามอคาเดมี่ของคนจัด คนจัดก็อยากชนะ ทีมที่เข้าแข่งก็อยากชนะ จนลืมไปว่า เราจัดฟุตบอลเพื่อพัฒนานักเตะ รายการบอลช้าง ถือว่าดีมากเลย เพราะจากที่ไอพูดคุยกับหลายๆทีม เขาก็ส่งเด็กมาแข่งเพื่อหาประสบการณ์”

 10

ไม่ใช่ทั้งหมดจาก 36 ทีม ในการแข่งขันฟุตบอล ช้าง จูเนียร์ คัพ 2019รอบคัดเลือก สนามที่ 3 จังหวัดเชียงใหม่ จะมุ่งหวังแต่ผลชัยชนะมากเกินไป แต่ตามคำบอกเล่าของ โทมัส อินคูม เรากลับพบว่ามีเรื่องราวอีกมากมายที่สวยงามซ่อนอยู่ในนั้น

หลายทีมๆ มีเด็ก 10 ขวบ ลงเล่นแข่งขัน, บางทีมมาจากบนยอดดอย, บางทีมเดินทางมาไกลกว่า 400 กิโลเมตร ทั้งหมดเดินทางมาด้วยความมุ่งมั่น และอยากสัมผัสทัวร์นาเมนต์ลูกหนังระดับเยาวชนที่ยิ่งใหญ่สุดของเมืองไทย

รางวัลของผู้ชนะ ที่จะได้เดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ประเทศอังกฤษ อาจดูไกลไปสำหรับหลายๆทีม แต่ประสบการณ์ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน ช้าง จูเนียร์ คัพ ก็เป็นอะไรที่หาซื้อไม่ได้เช่นกัน และประสบการณ์เหล่านี้เอง จะหล่อหลอมให้เด็กๆในวันนี้ เติบโตมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ในวันข้างหน้า

 11

“ไออยากให้ ช้าง จัดรายการแบบนี้บ่อยๆ ไปให้ได้ทุกพื้นที่ยิ่งดี รูปแบบนี้กำลังเหมาะกับเด็กๆรุ่นนี้ ที่ไม่ได้เน้นเรื่องผลการแข่งขันมากจนเกินไป”

“ผลการแข่งขันเราอาจดูไม่ค่อยโอเค แต่เด็กๆได้เรียนรู้จากการแข่งขันครั้งนี้เยอะมาก พวกเขาได้เห็นอะไรมากมายในรายการนี้ และไอก็เชื่อว่า พวกเขาจะกลับไปตั้งใจฝึกซ้อมมากขึ้น หากมีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ซึ่งแน่นอนไอก็อยากส่งเสริมและสนับสนุนพวกเขาให้ไปถึงจุดนั้น” โทมัส  อินคูม เผยทิ้งท้าย

 

ติดตามฟุตบอลรายการ ช้าง จูเนียร์คัพ ได้ที่นี่  CHANG JUNIOR CUP 2019