ผ่า 5 ประเด็น! แมนฯ ซิตี้ ซิวชัย สเปอร์ส 1-0 แซงยึดฝูงคืนสำเร็จ

ผ่า 5 ประเด็น! แมนฯ ซิตี้ ซิวชัย สเปอร์ส 1-0 แซงยึดฝูงคืนสำเร็จ
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 86 คะแนน แซง ลิเวอร์พูล ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแทน และนี่คือห้าเรื่องหลังเกมที่เกิดขึ้นในนัดสำคัญนี้

5. โฟเด้น ฉายแสง
Phil FodenShaun Botterill/GettyImages
ฟิล โฟเด้น เป็นดาวรุ่งในทีมของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา กับ แมนฯ ซิตี้ คนหนึ่งที่ทั้งแฟนบอล เรือใบสีฟ้า กับสื่อใน อังกฤษ อยากเห็นเจ้าตัวมีโอกาสลงสนามมากกว่านี้หลังได้เห็นทักษะและความสามารถของเจ้าตัว บางกระแสยังหนุนให้เจ้าตัวตามรอย เจดอน ซานโช ย้ายออกจากถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อการลงสนามอย่างต่อเนื่องของตนเอง แต่ท้ายที่สุดมิดฟิลด์วัย 18 ปีก็ยังคงจงรักภักดีกับทัพ ซิตีเซนส์

เกมนี้ โฟเด้น ได้รางวัลจากการอดทนรอโอกาสของเขาเมื่อได้ออกสตาร์ทเป็นหนึ่งใน 11 ตัวจริงที่แดนกลางตำแหน่งถนัด ก่อนจะเป็นคนพังประตูใส่ สเปอร์ส ได้ตั้งแต่ต้นเกมและกลายเป็นประตูชัยของ ซิตี้ ในที่สุด

เจ้าตัวยังครองบอลที่แดนกลางได้อย่างเหนียวแน่น ผ่านบอลได้แม่นยำ ตามแบบฉบับของกองกลางรุ่นพี่ในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม เพิ่มเติมคือการเติมจากแถวสองขึ้นไปมีลุ้นในพื้นที่อันตรายอย่างรวดเร็วและสัญชาตญาณรวมทั้งความกระหายในการทำประตูของ โฟเด้น ที่โดดเด่นกว่ามิดฟิลด์รายอื่นๆ ของทีม

4. ซน ยังเป็นตัวแสบHeung-Min Son,John StonesAlex Livesey/GettyImages
ในเวลาที่ สเปอร์ส ต้องไร้ แฮร์รี เคน จากอาการบาดเจ็บของเจ้าตัว ยังคงเป็น ซน เฮือง-มิน ที่สามารถกดดันสร้างปัญหาให้กับแนวรับ แมนฯ ซิตี้ ได้อย่างต่อเนื่องเมื่อรูปเกมเป็น ซิตี้ ที่สามารถครองบอลบุกเข้าใส่ ดันแนวรับขึ้นสูงเพื่อบีบพื้นที่ ทำให้ ไก่เดือยทอง ต้องอาศัยเกมสวนกลับเร็ว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการประสานงานระหว่าง ซน กับเพื่อนร่วมทีมในการวิ่งโฉบเข้าไปรับบอลข้ามไลน์แนวรับของ ซิตี้ นั้นพวกเขาทำได้อย่างวูบวาบและเกือบจะได้ประตูจากรูปแบบการเล่นดังกล่าว

3. เดอ บรอยน์ เดี้ยงอีกรอบFBL-ENG-PR-MAN CITY-TOTTENHAMOLI SCARFF/GettyImages
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เควิน เดอ บรอยน์ ต้องพลาดการลงสนามให้กับ เรือใบสีฟ้า มาเกือบครึ่งฤดูกาลเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ขณะที่การกลับมาช่วยทีมหลังจากนั้นก็ดูเจ้าตัวจะยังไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์นัก กระทั่งกดแฮตทริคแอสซิสต์ในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกอย่างดูจะเข้าที่เข้าทางสำหรับมิดฟิลด์ชาว เบลเยียม ในช่วงโค้งสุดท้ายของซีซัน ทว่ามันก็พังทลายลงอีกครั้งหลังผ่าน 38 นาทีของเกมนี้ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

2. แบร์นาโด้ สุดสะเด่าFBL-ENG-PR-MAN CITY-TOTTENHAMLINDSEY PARNABY/GettyImages
ไม่มีผู้เล่นคนใดในสนามสามารถสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้สับไกมากไปกว่า แบร์นาโด้ ซิลวา (4 ครั้ง)

หลังจากอาการบาดเจ็บของ เควิน เดอ บรอยน์ และการเป็นส่วนหนึ่งของทีมในสถานะกำลังหมุนเวียนของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา ตั้งแต่ฤดูกาลก่อน ทว่ามาปีนี้ดาวเตะชาว โปรตุเกส ได้กลายเป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญของทีมทั้งการประจำการในตำแหน่งกองกลางและตัวรุกริมเส้นฝั่งขวา

เซนส์ในการผ่านบอล ไหวพริบในการเคลื่อนที่ รวมทั้งทักษะในการเลี้ยงผ่านคู่แข่งหนึ่งต่อหนึ่งทำให้เขาโดดเด่นกับ เรือใบสีฟ้า ในซีซันนี้สุดๆ และทดแทนการขาดหายของ เดดีบี ได้อย่างไร้รอยต่อ

1. เรือใบยังโฟกัสFBL-ENG-PR-MAN CITY-TOTTENHAMLINDSEY PARNABY/GettyImages
นอกจากที่ แมนฯ ซิตี้ จะอกหัก พลาดเป้าหมาย 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้ไปอย่างแน่นอนแล้วหลังจากถูก ไก่เดือยทอง เขี่ยตกรอบ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แถมเป็นการตกรอบแบบแอนตี้ไคลแม็กซ์จาก VAR ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กูรูหลายสำนักเฝ้ามองว่าเกมล้างตาในศึก พรีเมียร์ลีก กับ สเปอร์ส เกมนี้จะทำให้ลูกทีมของ เป๊บ เป๋ในการลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดหรือไม่

ซึ่งท้ายที่สุด พวกเขาก็พิสูจน์ตนเองให้เห็นว่ายังมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง และไม่หวาดหวั่นเมื่อเจอกับทีมที่เพิ่งทำพวกเขาเจ็บช้ำเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และจาก 3 คะแนนที่พวกเขาคว้าไปได้ในเกมนี้ทำให้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อยู่ในมือ ซิตี้ เรียบร้อย

เว้นเสียแต่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะโยนมันกลับมาให้ ลิเวอร์พูล อีกครั้งในเกมสัปดาห์หน้า