นักเตะชายในทีมหญิงอิหร่าน? ปริศนาอื้อฉาวที่ฟีฟ่าต้องมาเคลียร์

นักเตะชายในทีมหญิงอิหร่าน? ปริศนาอื้อฉาวที่ฟีฟ่าต้องมาเคลียร์
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

ปฎิเสธไม่ได้ว่าฟุตบอลชายอิหร่าน ถือเป็นหนึ่งมหาอำนาจของวงการลูกหนังเอเชีย นอกจากการรั้งอันดับ 1 ของทวีป ในตารางฟีฟ่า เวิลด์ แรงกิงค์แล้ว พวกเขาเป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์เอเชียนคัพ 3 สมัย เอเชียนเกมส์ 4 สมัย ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโอลิมปิกได้ 3 ครั้ง และเคยได้สัมผัสกับเวทีฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีก 4 สมัย

เช่นเดียวกับทีมฟุตซอลที่เก่งกาจไม่แพ้สนามใหญ่ พวกเขาคือเจ้าแห่งเอเชียด้วยตำแหน่งแชมป์ 12 สมัย มากที่สุดของทัวร์นาเมนต์ เคยลงแข่งฟุตซอลโลกรอบสุดท้าย 7 ครั้ง และไปไกลถึงอันดับ 3 เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา

แตกต่างจากทีมฟุตบอลหญิงที่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าทีมชาย พวกเธอยังไม่เคยแม้แต่ลงแข่งในศึกชิงแชมป์ระดับโลกในรอบสุดท้าย ทั้งฟุตบอลโลก และฟุตบอลโอลิมปิก ในขณะที่ฟุตซอล ผลงานที่ดีที่สุดก่อนหน้านี้คือการคว้าแชมป์ระดับภูมิภาค ศึกชิงแชมป์เอเชียตะวันตกเมื่อปี 2008 และ 2012 และแชมป์อิสลามเกมส์ 2001 และ 2005 

 

อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2015 สมาคมฟุตบอลอิหร่านก็มีเรื่องน่ายินดีในรายการของผู้หญิงบ้าง หลังทีมฟุตซอลหญิงอิหร่าน อีกหนึ่งกีฬาภายใต้การดูแลของสมาคมฯ สร้างความฮือฮา ด้วยการคว้าแชมป์เอเชียมาครองได้สำเร็จ สร้างความยินดีให้กับคนทั้งประเทศ

ทว่าหลังการคว้าแชมป์ครั้งนั้น ก็มีสื่อออกมาอ้างว่าการก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ของพวกเธอมีเงื่อนงำ ร้อนถึงฟีฟ่าต้องลงมาเคลียร์

ฟุตบอลกับผู้หญิงอิหร่าน

ในอดีตอิหร่านเคยเป็นประเทศที่พยายามพัฒนาตัวเองให้ทัดเทียมกับตะวันตก ในการปกครองของพระเจ้าชาห์ เรซา ปาห์ลาวี ตั้งแต่ปี 1930 ผู้หญิงสามารถแต่งตัวได้เหมือนชาวตะวันตก พวกเธอสามารถสวมกางเกงรัดรูป กระโปรงสั้น หรือเสื้อแขนสั้นก็ได้ เพียงแค่ห้ามสวมฮิญาบหรือผ้าคลุมศรีษะแบบอิสลาม

 1

นอกจากนี้พวกเธอยังสามารถออกไปปิกนิกรวมตัวกับเพื่อนฝูงต่างเพศในวันหยุด หรือสามารถอยู่ร่วมกับผู้ชายในร้านทำผมเดียวกันได้โดยไม่มีข้อจำกัด

“ช่วงทศวรรษที่ 1930 ในสมัยพระเจ้าชาห์ เรซา ปาห์ลาวี การแต่งกายและผมของผู้หญิงชาวอิหร่านตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดของทางการ เพราะมีคำสั่งห้ามการสวมผ้าคลุมศีรษะแบบอิสลาม อีกทั้งยังให้อำนาจตำรวจจับถอดสวมผ้าคลุมของผู้ฝ่าฝืนออกในที่สาธารณะ” BBC ระบุในบทความ ‘ผู้หญิง : สะท้อนภาพอิหร่านก่อนและหลังการปฏิวัติอิสลาม’  

ทว่าการกลับมาของ อยาตอลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำทางจิตวิญญาณ ในปี 1979 ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พระเจ้าชาห์ผู้นำต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ  อิหร่านถูกเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐอิสลาม ผู้นำทางศาสนาได้สิทธิ์ในการออกกฎหมาย ที่ทำให้สิทธิของผู้หญิงถูกริดรอนลงไป

หลังการปฏิวัติเมื่อปี 1979 ผู้หญิงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ชาย พื้นที่สาธารณะถือเป็นพื้นที่ของเพศชาย ที่ทำให้ผู้หญิงต้องปกปิดใบหน้า ผม และเรือนร่างอย่างเคร่งครัด และสวมฮิญาบทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน  

ผู้หญิงและผู้ชายยังถูกห้ามอยู่ใกล้กันในพื้นที่สาธารณะ หากไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน ในโรงหนังหรือบนรถเมล์ หรือแม้กระทั่งในโรงเรียน จะแบ่งพื้นที่ของผู้หญิงและผู้ชายออกจากกันอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ผู้หญิงถูกข้อห้ามจำกัดไว้อีกสารพัด ทั้งห้ามใส่น้ำหอมและทาลิปสติก ห้ามขับขี่มอเตอร์ไซด์และรถยนต์ ห้ามชมการแข่งขันกีฬาที่ผู้ชายเล่น ที่ทำให้ครั้งหนึ่งเคยมีผู้หญิงปลอมตัวเป็นชายแอบไปชมการแข่งขัน หรือแม้กระทั่งหากเดินทางออกนอกประเทศต้องได้รับความยินยอมจากสามีก่อน

การริดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้หญิงในอิหร่านส่งผลกระทบไม่น้อยต่อวงการฟุตบอลของพวกเขา ทำให้ฟุตบอลและฟุตซอลหญิงเป็นที่รู้จักในวงแคบ ก่อนปี 2015 พวกเธอแทบไม่มีรางวัลเป็นชิ้นเป็นอัน ผลงานที่ดีที่สุดคือในระดับเอเชียคือตำแหน่งรองแชมป์ฟุตซอล เอเชียนอินดอร์ และมาเชียล อาร์ตเกม เมื่อปี 2013 เท่านั้น

 2

“ฉันคิดว่าการเล่นฟุตบอลในฐานะผู้หญิงที่อิหร่านเป็นอะไรที่บ้ามาก เราทุกคนต่างเป็นคนจากโรงพยาบาลบ้า” มาราม อิรานดูส อดีตผู้เล่นของทีมหญิงของ Malavan ที่ตอนนี้เป็นโค้ชสอนฟุตบอลหญิงกล่าวกับ Al Jazeera

ทว่าปี 2015 ทีมฟุตซอลหญิงอิหร่านก็สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งทวีป

ประกาศศักดา

ปัญหาการถูกริดรอนสิทธิ์ของผู้หญิงอิหร่าน ถือเป็นหนึ่งอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาในด้านฟุตบอลของพวกเธอ ไม่เว้นแม้แต่สิทธิ์ในการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อเป็นลูกโซ่

 3

ปี 2015 ทีมฟุตซอลหญิงอิหร่าน ได้สิทธิ์เข้ามาเล่นในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศมาเลเซีย ในฐานะรองแชมป์เอเชียนอินดอร์ และมาเชียลอาร์ต เกมส์ 2013 พวกเธอถูกจับเข้ามาอยู่ในกลุ่มเอ ร่วมกับ เจ้าภาพ อุซเบกิสถาน และ ฮ่องกง

อย่างไรก็ดี ก่อนการแข่งขันไม่กี่วัน พวกเธอต้องพบกับข่าวร้ายจาก เมื่อ นิลูฟา อาร์ดาลาน กัปตันทีมจอมเก๋าต้องหมดโอกาสช่วยทีม หลังไม่ได้รับอนุญาตจากสามีในการเดินทางออกนอกประเทศ  

“นี่คือการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียครั้งแรกที่จัดขึ้น และฉันก็เข้าร่วมการเข้าค่ายเก็บตัวฝึกซ้อมทุกครั้ง” อาร์ดาลานกล่าวกับ Nasim Online เมื่อปี 2015

“แต่ฉันจะพลาดทัวร์นาเมนต์นี้เพราะสามีไม่อนุญาตให้ฉันเดินทางออกนอกประเทศ”

 4

อย่างไรก็ดี แม้ต้องขาด อาร์ดาลาน แต่พวกเธอก็พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมในการชิงแชมป์เอเชียครั้งแรก และทำผลงานได้อย่างเหนือความคาดหมาย ประเดิมสนามด้วยการอัดฮ่องกง 6-0 ต่อด้วยถล่มอุซเบกิสถาน 9-1 ก่อนจะปิดท้ายรอบแรกด้วยการเอาชนะมาเลเซียไปได้ 4-2 เก็บ 9 คะแนนเต็ม เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม

รอบ 4 ทีมอิหร่านโคจรมาพบกับทีมชาติไทย ที่เข้ารอบมาเป็นที่ 2 ของกลุ่ม ประตูเดียวในเกมนี้เกิดขึ้นในนาทีที่ 32 จากการยิงของ ซอเระห์ เมซามี ช่วยให้ อิหร่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

คู่ต่อกรในนัดชิงดำของพวกเธอคือ ญี่ปุ่น ที่ยังไม่เคยแพ้ใคร และยิงไปแล้ว 22 ประตูตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ แต่อิหร่านก็ไม่เกรงศักดิ์ศรี ก่อนจะหักปากกาเซียนเอาชนะไปได้ 1-0 จากประตูชัยของ เฟเรชเตะห์ คาริมี คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

 5

แชมป์ฟุตซอลหญิงเอเชีย ยังถือเป็นแชมป์ระดับเมเจอร์ครั้งแรกของวงการลูกหนังหญิงอิหร่าน ทว่าหลังจบการแข่งขันไม่นาน ได้มีสื่อออกมาเผยความไม่ชอบมาพากล

เก่งเพราะผู้ชายแฝงตัวมาเล่น?

แม้ว่าอิหร่าน สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชียครั้งแรกไปได้ แต่ก็มีความแคลงใจต่อนักเตะของพวกเขา เมื่อหลายคนมีหน้าตาและสรีระที่ค่อนไปทางผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เช่นเดียวกับฝีไม้หลายมือในสนาม

 6

เรื่องยิ่งเป็นกระแสมากขึ้น เมื่อ Telegragh สื่อชั้นนำของอังกฤษ อ้างคำสัมภาษณ์ของ มอจตาบี ชาริฟี เจ้าหน้าที่ผู้ใกล้ชิดกับลีกอิหร่าน ที่กล่าวกับสื่อท้องถิ่นภาษาอารบิกว่ามีผู้เล่นผู้ชายจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการแปลงเพศโดยสมบูรณ์แฝงตัวเข้ามาเล่นให้กับทีมชาติ

“(นักฟุตบอล 8 คน) ที่เคยเล่นให้กับฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน ยังไม่ได้แปลงเพศโดยสมบูรณ์” ชาริฟีกล่าวกับ Al Arabiya

รายงานระบุว่า ในวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบเพศนักเตะทีมชาติทั้งหมด รวมไปถึงทีมชั้นนำในลีก แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อว่านักเตะเป็นผู้ชายเหล่านั้นคือใคร

ก่อนหน้านี้ ทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านได้เคยถูกเรียกร้องให้ตรวจสอบเพศมาก่อนแล้ว เนื่องจากพวกเธอต้องสวมฮิญาบลงเล่น เมื่อมองจากภายนอกอาจจะแยกไม่ออกว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำให้เกิดข้อกังขามาแล้วระยะหนึ่ง

ปี 2010 ผู้คนต่างสงสัยต่อผู้รักษาประตูทีมชาติคนหนึ่งที่มีร่างกายแข็งแรงกว่าผู้หญิงมาก ก่อนที่ในปี 2014 จะมีการสุ่มตรวจเพศในนักฟุตบอลหญิง และพบผู้ชาย 4 คนที่ยังไม่ได้แปลงเพศ หรือเบี่ยงเบนทางเพศแอบเข้ามาเล่นกับผู้หญิง

 7

อันที่จริงการแปลงเพศในประเทศอิหร่านถือเป็นเรื่องถูกกฎหมายนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 1979 ซึ่ง ขัดแย้งกับกฏหมายอิสลามที่เข้มงวดในเชิงศีลธรรมที่ห้ามคนเป็นรักร่วมเพศหรือมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน

“การแปลงเพศถือเป็นเรื่องถูกกฎหมายใน Fatwa หรือกฎหมายศาสนา ที่ประกาศใช้โดยอยาตอลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำทางจิตวิญญาณในการปฏิวัติอิสลาม 1979” รายงานของ Telegraph

การแปลงเพศของอิหร่าน จะมีกระบวนการที่เป็นขั้นเป็นตอน และอาจจะใช้เวลาถึง 2 ปี เริ่มตั้งแต่การเตรียมตัวด้วยการรับฮอร์โมนไปจนถึงการผ่าตัดแปลงเพศโดยสมบูรณ์ จึงทำให้สื่อดังของอังกฤษเชื่อว่ามีนักเตะชายแฝงตัวมาให้เล่นกับทีมหญิงจริง

หลังข่าวแพร่สะพัดออกไป มิค ฮอลลี ผู้จัดรายการ The Hot Breakfast รายการวิทยุชื่อดังของออสเตรเลีย ได้ออกมาประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การโกงครั้งใหญ่ในวงการกีฬา” และนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์อื้อฉาวที่สเปนใช้นักกีฬาปกติลงเล่นในพาราลิมปิก 2000 จนโดนริบเหรียญย้อนหลัง

“มันเหมือนกับทีมบาสเก็ตบอลสเปน ในกีฬาโอลิมปิกคนพิเศษ ที่ใช้คนปกติไปเล่นกับคนที่บกพร่องทางร่างกาย” มอลลีกล่าว

ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามจนเกินจะควบคุม สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า จึงเข้ามาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้

ติดตามเรื่องราว ทีมบาสเกตบอลคนพิการทีมชาติสเปน ได้ที่นี่

แค่ข้อกล่าวหา

ข้อกล่าวหาว่าอิหร่านใช้นักเตะที่เป็นผู้ชายมาลงแข่งในการแข่งขันของผู้หญิง ได้ทำให้พวกเขาถูกประณามจากหลายฝ่าย บางส่วนกล่าวว่ามันคือการโกงครั้งยิ่งใหญ่ ในขณะที่บางส่วนมองว่าเป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม

 8

เกือบหนึ่งสัปดาห์หลังข่าวแพร๋กระจายไปทั่วโลก เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของฟีฟ่า ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหานี้ และยืนยันว่าสิ่งที่สื่อแดนผู้ดีกล่าวไม่เป็นความจริง โดยอ้างว่าผู้เล่นบางคนได้รับผลกระทบจากการรักษาที่ส่งผลกระทบถึงลักษณะภายนอก

“ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องกังวลเกี่ยวกับทีมฟุตซอลและทีมฟุตบอลหญิง ไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์คำกล่าวอ้างนี้” ดร.ซอห์เระห์ ฮาราเทียน เจ้าหน้าที่ของฟีฟ่าที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ในอิหร่านกล่าวกับ Shargh Daily

ฮาราเทียนยืนยันว่าผู้เล่นทุกคนต่างได้รับการตรวจสอบแล้ว และจากกฎ ผู้เล่นที่ลงแข่งฟุตบอลระดับนานาชาติ จำเป็นต้องได้รับการยืนยันเพศจากตัวแทนทางการแพทย์ของฟีฟ่า

“จะมีเฉพาะผู้เล่นซึ่งผ่านการตรวจสอบยืนยันแล้วเท่านั้น ที่สามารถลงเล่นในเกมระดับเอเชียหรือระดับโลกได้ และหากมีสื่อรายใดถามทางฟีฟ่า พวกเขาก็จะตอบในลักษณะนี้เช่นกัน”

ฮาราเทียน กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อปี 2010 ก็เคยมีนักฟุตบอลหญิงของอิหร่านถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ชายมาก่อน เนื่องจากมีร่างกายคล้ายผู้ชาย แต่ที่จริงแล้วเป็นผลมาจากการเป็นโรคที่ต่อมหมวกไตโดยกำเนิด

“ในอดีตผู้เล่นทีมฟุตบอลหญิงของเราจำนวนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นไบเซ็กชวล หรือมีสองเพศในคนเดียวกัน” เธอกล่าว

“เมื่อฟีฟ่าเข้าใจว่าปัญหานี้มาจากโรคโดยกำเนิด ข้อกล่าวหาของเธอก็ถูกตีตกไป และยินยอมให้พวกเธอลงเล่นได้”

 9

จากการยืนยันของเจ้าหน้าที่ฟีฟ่า ทำให้ท้ายที่สุดทีมฟุตซอลหญิงอิหร่าน ก็ไม่ได้ถูกริบถ้วยรางวัลแต่อย่างใด แถมในอีก 3 ปีต่อมา พวกเธอยังสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ในการแข่งขันที่ประเทศไทย เมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม จากชัยชนะ 5 นัดรวดและยิงไปถึง 37 ประตู

แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องราวในวันนั้นก็ยังเป็นข้อกังขา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของฟีฟ่าคนที่ออกมาชี้แจงข้อสงสัยข้างต้น ดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์การแพทย์และประเมินผลฟุตบอลของอิหร่าน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ไม่เพียงเท่านั้น ยังเคยเป็นหนึ่งในทีมแพทย์ของทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านอีกด้วย

คำกล่าวของเธอคือความจริง หรือปกป้องเพื่อนร่วมประเทศ ก็ไม่มีใครรู้ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเชื่อในฝั่งไหน?

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!