"เปตรา ควิโตว่า" : กับชัยชนะเหนือฝันร้ายในเทศกาลแห่งความสุข

"เปตรา ควิโตว่า" : กับชัยชนะเหนือฝันร้ายในเทศกาลแห่งความสุข
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เทนนิส ออสเตรเลียน โอเพ่น ปิดฉากการแข่งขันในปี 2019 ไปด้วยความสุดยอดของ นาโอมิ โอซากะ ซึ่งยังคงสานต่อฟอร์มจากตอนได้แชมป์ ยูเอส โอเพ่น เมื่อปลายปีก่อน ด้วยการคว้าแชมป์รายการระดับแกรนด์สแลมเป็นรายการที่สองติดต่อกัน

แน่นอน เมื่อมีผู้สมหวังก็ย่อมมีผู้ผิดหวัง เพราะในรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันเสาร์ที่ 26 มกราคม มีเดิมพันอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ ผู้ชนะในเกมนี้ จะได้ขึ้นเป็นนักเทนนิสหญิงมือ 1 ของโลกอีกด้วย

 

ด้วยเหตุดังกล่าว โอซากะจึงสร้างอีกประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นนักเทนนิสจากเอเชียคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ก้าวขึ้นเป็นนักเทนนิสมือ 1 ของโลก ขณะที่ เปตรา ควิโตว่า คู่ชิงจากสาธารณรัฐเช็กต้องเป็นฝ่ายผิดหวัง

แต่หากเราจะบอกว่า ในอีกด้านหนึ่ง เธอก็ก้าวมาได้ไกลจากจุดตกต่ำที่สุดเมื่อกว่า 2 ปีก่อน ซึ่งเธอเกือบต้องอำลาชีวิตนบนคอร์ทไปแล้วล่ะ?

วันอันรุ่งโรจน์

เรื่องราวของ เปตรา ควิโตว่า จะว่าไปก็ไม่ต่างอะไรกับนักกีฬาอีกมากมาย ที่ครอบครัวเป็นผู้ผลักดันลูกสุดที่รักให้เป็นนักกีฬา โดยในเคสของควิโตว่านั้นมี ยิรี่ ผู้พ่อเป็นคนนำเธอสู่เส้นทางเทนนิส และด้วยความที่เธอเป็นชาวเช็ก แน่นอน ย่อมต้องมี มาร์ติน่า นาฟราติโลว่า ตำนานวงการลูกสักหลาด ที่เกิดในเช็ก ก่อนเปลี่ยนสัญชาติเป็นอเมริกันในภายหลังเป็นไอดอล

 1

แต่เนื่องจากความสำเร็จส่วนใหญ่ของนาฟราติโลว่า เกิดขึ้นภายหลังการขอเปลี่ยนสัญชาติเป็นอเมริกันเมื่อปี 1975 จากการหนีภัยคอมมิวนิสต์สมัยที่สาธารณรัฐเช็กยังเป็นประเทศ เช็กโกสโลวาเกีย ควิโตว่าจึงกลายเป็นหนึ่งในนักเทนนิสหญิงที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ กับผลงานแชมป์รายการ วิมเบิลดัน แกรนด์สแลมบนคอร์ทหญ้า 2 สมัยเมื่อปี 2011 และ 2014 เหรียญทองแดงหญิงเดี่ยวโอลิมปิก 2016 รวมถึงผลงานอันสุดยอดในประเภททีม กับการนำทีมชาติสาธารณรัฐเช็กคว้าแชมป์ เฟดคัพ หรือเทนนิสชิงแชมป์โลกประเภททีมหญิง 5 สมัย และ ฮอปแมนคัพ ในประเภทคู่ผสมอีก 1 สมัย

แม้ผลงานความสำเร็จจะปรากฎให้เห็นเป็นประจักษ์ แต่ผลงานของควิโตว่าในช่วงปี 2016 ก็ไม่ค่อยดีนัก จากการตัดสินใจแยกทางกับ ดาวิด โคตีซ่า โค้ชคู่บุญที่ปลุกปั้นมาตั้งแต่สมัยเทิร์นโปรใหม่ๆ แถม ฟรานติเซ็ค เซอร์มัค ที่จ้างมาแทนก็ไม่สามารถทำให้เธอเติบโตได้มากขึ้นกว่าเดิมนัก หลังฤดูกาล 2016 จบลง เจ้าตัวจึงตัดสินใจเปลี่ยนโค้ชอีกครั้งมาใช้บริการของ ยิรี่ วาเน็ค ซึ่งมีผลงานในการปลุกปั้น แคโรลิน่า พลิสโคว่า นักหวดเพื่อนร่วมชาติจนกลายมาเป็นพาร์ทเนอร์ที่นำเช็กเป็นมหาอำนาจเทนนิสทีมหญิง

แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ร่วมงานกันอย่างจริงจัง ก็มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นกับควิโตว่าเสียก่อน ...

ฝันร้ายในเทศกาลแห่งความสุข

ช่วงเทศกาลคริสต์มาส ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของผู้คนในซีกโลกตะวันตกอย่างแท้จริง เมื่อสมาชิกแทบทุกคนในครอบครัวที่อยู่ต่างถิ่นกลับมารวมตัวกันเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง ซึ่งตัวของควิโตว่าเองก็หวังใช้ช่วงเวลานี้ชาร์จพลังงานให้เต็มที่ก่อนที่ฤดูกาล 2017 จะเปิดฉากหลังช่วงปีใหม่

 2

ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้นก่อนวันคริสต์มาสของปี 2016 จะมาถึง 5 วัน เมื่อจู่ๆ ก็มีโจรบุกเดี่ยวขึ้นอพาร์ทเมนต์ของควิโตว่าที่สาธารณรัฐเช็กหมายชิงทรัพย์ในวันที่เธออยู่บ้านพอดี จนนำมาซึ่งการต่อสู้ระหว่างผู้บุกรุกและเจ้าของบ้าน … เรื่องราวจบลงที่ฝ่ายโจรหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ และแม้ไม่มีรายงานถึงทรัพย์สินที่สูญหาย แต่สิ่งที่สื่อรายงานเกี่ยวกับตัวของควิโตว่าต่างหากที่น่าวิตกกว่า

เพราะผลลัพธ์จากการต่อสู้กับผู้บุกรุก ทำให้เธอโดนคมมีดบาดที่มือซ้ายจนเป็นแผลเหวอะ … ข้างเดียวกับเธอใช้จับไม้แร็คเก็ตเพื่อหาเลี้ยงชีพและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ

เวลากระชั้นชิดขนาดนี้ แน่นอนว่า ออสเตรเลียน โอเพ่น แกรนด์สแลมแรกของปี 2017 ที่จะมีขึ้นในเดือนมกราคมเลิกฝันไปได้เลย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าก็คือ หากผลการรักษาไม่เป็นไปในทางบวก ควิโตว่าอาจต้องประกาศอำลาวงการเทนนิสในวัยเพียง 26 ปีเท่านั้น

ทว่าแม้จะอยู่ในความเสี่ยงอย่างมหาศาล ตัวควิโตว่าก็ได้รีบออกแถลงการณ์ทันทีหลังเกิดเหตุว่า "แม้จะเสียขวัญอย่างหนัก แต่ฉันโชคดีมากที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บ จริงอยู่ที่มันรุนแรงจนต้องให้หมอผู้เชี่ยวชาญดูแล แต่หากคุณรู้จักฉันอยู่บ้างก็จะทราบว่า ฉันนั้นแข็งแกร่ง และจะสู้กับเรื่องนี้อย่างสุดความสามารถแน่นอน"

 3

และหลังจากที่แถลงการณ์ออกสู่สาธารณะ เธอก็เข้ารับการผ่าตัดที่มือซ้ายกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่บ้านเกิดทันที และแม้จะต้องใช้เวลาถึงเกือบ 4 ชั่วโมงตามที่ผู้จัดการส่วนตัวของควิโตว่าทวีตไว้ แต่ผลการรักษานั้นออกมาเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดกล่าวกับนักข่าวหลังเสร็จสิ้นกระบวนการว่า "เปตรายังสาวและสุขภาพดี ไม่มีเหตุผลใดๆ เลยที่เธอจะเล่นเทนนิสอาชีพต่อไม่ได้"

แผลกายหาย แต่แผลใจ?

สิ่งที่คุณหมอกล่าวไปข้างต้นถือเป็นเรื่องจริงแท้ เพราะจากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะต้องพักรักษาตัวถึง 6 เดือน แต่ควิโตว่าตัดสินใจประกาศว่า จะกลับมาแข่งขันในศึก เฟรนช์ โอเพ่น แกรนด์สแลมรายการที่ 2 ของปีในเดือนพฤษภาคม 2016 ซึ่งเร็วกว่าการคาดหมายถึง 1 เดือนเต็ม

 4

คำถามก็คือ แผลกายน่ะหายในเวลาอันเหลือเชื่อก็จริง แต่แผลใจล่ะ? … คำตอบของเธอถือเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า การต่อสู้ภายในจิตใจเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ยากกว่าการต่อสู้กับความเจ็บป่วยมากเลยทีเดียว

"นับจากเหตุการณ์วันนั้น ฉันก็นอนไม่หลับไปอีกหลายวัน ยิ่งไปกว่านั้น ฉันยังไม่กล้าที่จะอยู่ตัวคนเดียวอีกด้วย ต้องมีครอบครัว โค้ช หรือเพื่อนอยู่ด้วยเสมอ และต้องใช้เวลาไม่น้อยเหมือนกันถึงจะเริ่มเชื่อใจผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ชายอีกครั้ง"

ไม่เพียงแต่แผลที่เกิดขึ้นภายในใจของตัวเธอเท่านั้น คำดูถูกจากผู้คนภายนอกยังบั่นทอนจิตใจที่บอบช้ำให้หนักกว่าเดิม ทว่าการตัดสินใจจากคนใกล้ชิดและอืกส่วนลึกในตัวก็ทำให้ควิโตว่ากลับมาสู้ต่ออีกครั้ง

"ฉันได้ยินข่าวลือเหมือนกันนะว่า ฉันอาจจะกลับมาเล่นเทนนิสไม่ได้อีกแล้ว มันทำให้รู้สึกว่า 'ทำไมพวกนั้นถึงพูดถึงฉันแบบนี้ล่ะ' เรื่องนั้นมันเจ็บปวดมากสำหรับฉัน มันเหมือนกับว่าพวกเขาไม่เชื่อใจฉันเลยอย่างนั้นแหละ"

"แต่ขณะเดียวกัน ฉันเองก็คิดว่า 'ฉันต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าฉันกลับมาได้' ไม่เพียงเท่านั้น ทุกคนรอบข้างยังช่วยเหลือด้วยการไม่บอกอะไรฉันเลย ซึ่งแม้ฉันจะไม่รู้แน่ชัดว่าพวกเขาพูดกันหนักแค่ไหน แต่ฉันก็โอเคกันมันละ"

 5

และหลังจากที่ควิโตว่ากลับมาลงสนามได้อีกครั้ง นั่นแหละคือช่วงเวลาที่เจ้าตัวได้รู้ว่าที่เขาลือกัน ไม่เชื่อกันนั้นหนักขนาดไหน

"คุณหมอของฉันบอกว่า มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนเลยที่คิดว่าฉันคงกลับมาเล่นเทนนิสอีกไม่ได้แล้ว แต่เขาไม่เคยบอกอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ซึ่งฉันว่านั่นคือหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่มีให้กับฉันแล้ว"

แรงใจจากคนเคยร่วมทุกข์

ความมุ่งมั่นในตัวเอง และการสนับสนุนจากกัลยาณมิตรรอบข้าง กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ช่วยให้เธอค่อยๆ กลับมาบนเส้นทางอาชีพอย่างมั่นคง

 6

ไม่เพียงเท่านั้น เรื่องคดีความยังมีความคืบหน้าในทางที่ดี เพราะหลังจากการสืบสวนร่วมปี ตำรวจก็ได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุได้สำเร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 ซึ่งแม้จะไม่มีการเปิดเผยชื่อผ่านสื่อ ทางการก็ได้สันนิษฐานว่า นี่ไม่ใช่การชิงทรัพย์ธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในความพยายามที่จะดิสเครดิตชื่อเสียงของเธอด้วย ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้เอาเรื่องคดีความมาเป็นสาระสำคัญในการใช้ชีวิตแต่อย่างใด

"แน่นอนค่ะที่มันคือข่าวดี แต่กว่าที่เรื่องจะมาถึงบทสรุปก็ยังอีกไกล คงต้องให้วันนั้นมาถึงก่อนล่ะค่ะถึงจะมีความสุขได้เต็มที่"

ถึงกระนั้น เรื่องราวการต่อสู้กับฝันร้ายจากคมมีดที่เกิดขึ้นกับควิโตว่า ก็ไปตรงกับเรื่องราวของตำนานแห่งวงการลูกสักหลาดอีกคนที่เคยเผชิญกับเรื่องราวที่ไม่ต่างกัน … โมนิก้า เซเลส อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลก ที่เคยต้องพักยาวถึง 2 ปี จากการถูกแฟนคลับของ สเตฟี่ กราฟ คู่ปรับชิงความเป็นหนึ่งในยุค ‘80-’90 ลงมาแทงหลังเธอขณะกำลังแข่งขันเมื่อปี 1993 นั่นเอง

และเรื่องดังกล่าวก็ทำให้ทั้งคู่ได้มาพบกันระหว่างการแข่งขัน วิมเบิลดัน เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2018

 7

ควิโตว่าเล่าถึงการพบกับเซเลสครั้งแรกในชีวิตว่า "อันที่จริง เซเลสเป็นคนที่อยากเจอฉันค่ะ ซึ่งถือเป็นเกียรติมากที่ได้พบกับเธอเสียที ฉันก็ทราบดีว่าเรื่องราวที่เธอเคยเจอมันกระทบกับชีวิตเธอมาก ไม่เพียงเท่านั้น เรื่องมันยังเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันด้วย ดังนั้นเรื่องราวระหว่างเราดูจะแตกต่างกันนิดหน่อย"

"อย่างไรก็ตาม ตอนที่ฉันเจอกับเหตุการณ์นั้น ฉันไม่สามารถคิดถึงเรื่องเทนนิสได้เลย แต่การที่ฉันกลับมาสู่เวทีนี้ได้อีกครั้ง แน่นอนค่ะว่าเธอคือหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญ เพราะเราต่างก็เคยพบกับช่วงเวลาอันยากลำบาก การได้พบคนที่เคยผ่านสถานการณ์คล้ายๆ กัน มันดีกับฉันมากๆ เลย"

 8

แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่า มือซ้ายของเธอจะไม่มีวันกลับมามีสภาพ 100% เหมือนก่อนถูกมีดฟันในวันที่ถูกโจรบุกถึงอพาร์ทเมนต์ แต่มิตรภาพอันงดงามและความเข้มแข็งในตัวเอง ก็ทำให้ เปตรา ควิโตว่า กลับมาสู่เส้นทางสายที่เธอรักอย่างมั่นคง เมื่อเธอสามารถคว้าแชมป์ WTA ทัวร์ได้ถึง 7 รายการแล้วหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงนำสาธารณรัฐเช็กคว้าแชมป์เฟดคัพได้เป็นสมัยที่ 6 ของเธอเมื่อปี 2018 อีกด้วย

และแม้ความพ่ายแพ้ต่อโอซากะ จะทำให้เธอนั้นต้องรอคอยโอกาสที่จะได้เป็นแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 3 รวมถึงสัมผัสกับตำแหน่งมือ 1 ของโลกเป็นครั้งแรกในชีวิตต่อไป แต่เจ้าตัวก็มองว่า เธอได้ผ่านหนึ่งในบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิตมาแล้วต่างหาก

 9

"แน่นอน ความพ่ายแพ้มันทำให้ฉันเจ็บปวดเสมอ เพราะฉันก็ต้องการชนะและคว้าแชมป์เหมือนกับทุกคน แต่กว่าที่จะมาถึงจุดนี้ได้ ฉันก็ต้องผ่านอะไรมามากมายเหลือเกิน เพราะมันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตัวฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้แม้กระทั่งการจับแร็คเก็ตอีกครั้งหรือไม่ด้วย แต่ฉันก็ทำได้"

"ดังนั้นฉันจึงคิดว่า ฉันได้ชนะไปตั้งแต่ 2 ปีก่อน กับการกลับมาถึงจุดนี้แล้วล่ะ ถึงกระนั้น มันก็ยังมีอีกบางสิ่งที่ยังสามารถพัฒนาได้ และฉันก็จะทำ ... นี่จึงไม่ใช่บทสรุปของฉันแน่ สัญญาว่าฉันจะกลับมาค่ะ"