วิเคราะห์ Round of the Year : ทำไม ศรีสะเกษ - เอสตราด้า ถึงได้เป็น 'ยกยอดเยี่ยมแห่งปี'?

วิเคราะห์ Round of the Year : ทำไม ศรีสะเกษ - เอสตราด้า ถึงได้เป็น 'ยกยอดเยี่ยมแห่งปี'?
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มาถึง การประกาศรางวัล “ที่สุดของปี” ถือเป็นสิ่งที่สามารถเห็นได้ในแทบทุกวงการ ซึ่งวงการหมัดมวยก็เช่นกัน

สภามวยโลก หรือ WBC ถือเป็นอีกหน่วยงานที่มีการประกาศรางวัลที่สุดแห่งปี 2018 ซึ่งหนึ่งในรางวัลที่แฟนมวยชาวไทยให้ความสนใจ รวมถึงดีใจ คงหนีไม่พ้น “Round of the Year” หรือ “ยกยอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งผลปรากฎว่า การชกในยกที่ 12 ระหว่าง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 115 ปอนด์ กับ ฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า ผู้ท้าชิงชาวเม็กซิโก คือยกที่ได้รับรางวัล

 

ก่อนอื่น อย่าเพิ่งสับสนกับอีกหลายๆ รางวัลที่ประกาศพร้อมกัน เพราะรางวัล Round of the Year นั้นจะมอบให้กับยกซึ่ง WBC เห็นว่าเป็นที่สุดของปีเพียงยกเดียวจากมวยคู่เดียวเท่านั้น ต่างจาก “Fight of the Year” หรือ “ไฟต์แห่งปี” ที่จะโฟกัสกับไฟต์การชกตลอด 12 ยก และ “Event of the Year” หรือ “อีเวนท์แห่งปี” ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการจัดงานทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนขึ้นชกไปจนถึงการประกาศผู้ชนะ

ความสงสัยเรื่องหนึ่งหมดไป แต่อีกคำถามสำคัญยังคงอยู่… เหตุใดถึงต้องเป็นไฟต์ของศรีสะเกษ และต้องเป็นยก 12 เพียงยกเดียวเท่านั้น? นี่คือเหตุผลที่ Main Stand จะขอหาคำตอบให้รู้กันไป

วันนั้นที่ เดอะ ฟอรั่ม

แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องนั้น เราคงต้องพาทุกท่านนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2018 กันอีกครั้งว่า เกิดอะไรขึ้นกับไฟต์วันนั้นที่ เดอะ ฟอรั่ม สังเวียนเดือดที่รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา

 1

HBO สถานีโทรทัศน์ที่เป็นแม่ข่ายในการถ่ายทอดสดไฟต์ดังกล่าวรีวิวการชกในคู่นี้ไว้ว่า ตลอด 11 ยกแรก ทั้งศรีสะเกษและเอสตราด้าต่างทำตัวประหนึ่งนักหมากรุก ที่คิดหมากในการชกไว้เป็นอย่างดี ต่างฝ่ายต่างปล่อยหมัดและตอบโต้อย่างทันกัน

แต่สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ได้ลอยหายไปในทันทีเมื่อเสียงระฆังยกที่ 12 ดังขึ้น ...

เพราะในยกสุดท้ายของการชก ทั้งสองต่างเปลี่ยนมาสวมวิญญาณแกลดิเอเตอร์ ดวลหมัดกันชนิดที่ไม่กลัวแก๊สหมด จนแฟนๆ ที่อยู่ในสนามและที่รับชมผ่านการถ่ายทอดสดถึงกับอึ้งและต้องปรบมือให้

แม้ผลคะแนนอย่างเป็นทางการจะเป็นศรีสะเกษที่เอาชนะไปด้วยเสียงส่วนมาก 2 เสียง เสมอ 1 เสียง (114-114, 115-113, 117-111) แต่ทาง HBO ก็มองว่า อันที่จริงไม่มีใครที่สมควรต่อการเป็นผู้แพ้ ศรีสะเกษและเอสตราด้าต่างโชว์ผลงานได้คู่ควรกับเข็มขัดแชมป์ เช่นเดียวกับผู้ชมซึ่งต่างก็ได้เห็นการชกมันๆ แบบที่ไม่มีการดึงจังหวะให้เสียอารมณ์

ซึ่ง HBO มองว่า หากทั้งคู่ไม่มีโอกาสได้รีแมตช์กันอีก นักชกทั้งสองก็จะเป็นนักชกประเภท 'หล่อเลือกได้' ที่แทบทุกคนในรุ่นต่างก็ต้องการดวลกำปั้น และจะสร้างแมตช์ที่ดีเช่นนี้ได้ด้วยเหมือนกัน

มุมมองกูรู

การที่ WBC ประกาศให้ยกสุดท้ายของไฟต์ระหว่างศรีสะเกษกับเอสตราด้าคว้ารางวัลยกยอดเยี่ยมแห่งปี ถือเป็นข่าวที่สร้างความยินดีให้กับแฟนกำปั้นชาวไทยไม่น้อย ไม่เพียงเท่านั้น รางวัลดังกล่าวยังถือเป็นการเพิ่มเครดิตให้กับของเจ้าแหลมอีกด้วย ซึ่ง สร้อย มั่งมี หรือ ‘สอดสร้อย สาวสังเวียน’ ผู้สื่อข่าวสายมวย หนังสือพิมพ์ข่าวสด และแฟนพันธุ์แท้แชมเปี้ยนโลกชาวไทย กล่าวถึงรางวัลนี้ในทรรศนะของเขาว่า

 2

“จริงๆ ทั้งศรีสะเกษและเอสตราด้านั้นเป็นมวยที่ชกได้ทั้งสองสไตล์นะ และด้วยเดิมพันในวันนั้นที่สูง ถึงยกสุดท้ายแล้วก็ต้องใส่ให้เต็มที่ ซึ่งยกนั้นถือเป็นบทพิสูจน์เลยว่า แม้เป็นมวยรุ่นเล็ก แต่ก็สามารถสร้างการชกที่ดุเดือดไม่แพ้กับรุ่นใหญ่ได้”

“แต่หากสังเกตการชกก็จะเห็นว่า แม้จะเป็นการดวลหมัดของสองนักชก ฝั่งแหลมซึ่งทรงมวยในตอนนั้นได้เปรียบกว่าแล้ว ยังมีการใช้สายตาเพื่อช่วยในการหลบหมัดคู่ต่อสู้ได้อยู่ด้วย ถึงกระนั้นก็ต้องให้เครดิตกับทั้งคู่ที่ตัดสินใจเปิดเกมแลกใส่กัน ทำให้เกิดเป็นยกที่สนุก ซึ่งถือว่าเหมาะสมแล้วกับการเป็นผู้ชนะ และผมก็ต้องขอแสดงความยินดีไว้ด้วย”

แม้หลายรางวัลที่ทาง WBC ประกาศจะมาจากผลงานของคู่ชกบนสังเวียนก็ตาม แต่ สอดสร้อย สาวสังเวียน ก็ได้ชี้แจงเพิ่มเติมด้วยว่า เวทีที่ทั้งคู่ขึ้นชกยังถือเป็นอีกส่วนสำคัญซึ่งช่วยให้การชกที่สนุก ได้เข้าถึงผู้ชมมากขึ้น

“ต้องยอมรับว่าสหรัฐอเมริกาเนี่ยถือเป็นมหานครของวงการมวย การได้ไปชกที่นั่นก็จะสามารถช่วยเพิ่มเครดิตให้กับทางนักมวยได้ แล้วศรีสะเกษเป็นมวยที่ต่อยสนุก มันก็ยิ่งเข้าตาแฟนๆ รวมถึงกูรูมวย นักวิจารณ์ในต่างประเทศมากขึ้น เรื่องนี้ก็ถือว่าสำคัญไม่แพ้กันที่ช่วยส่งเสริมให้ชื่อและการชกของแหลมเข้าหูเข้าตานักวิจารณ์มากขึ้นจนสามารถคว้ารางวัลได้สำเร็จ”

จากคนข้างเวที

ฟังความจากกูรูทั้งเมืองนอกเมืองไทย ถึงเหตุผลที่ส่งให้ยกสุดท้ายของ ศรีสะเกษ-เอสตราด้า ได้รางวัลยกยอดเยี่ยมแห่งปีแล้ว ครั้นจะไม่มีมุมมองจากคนที่อยู่ข้างเวทีเลยก็ดูจะกระไรอยู่

 3

ทีมงาน Main Stand จึงต้องพูดคุยกับ แบงก์ - เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ผู้บริหารค่ายนครหลวงโปรโมชั่น ต้นสังกัดของทางศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ที่มุมของ ‘เจ้าแหลม’ ในการชกไฟต์ดังกล่าวเพื่อให้รู้กันชัดๆ ว่า เกิดอะไรขึ้นในวันนั้น?

“ก่อนอื่นเลยผมต้องบอกก่อนว่า คนที่คุมแผนการชกในไฟต์ดังกล่าวคือ พี่ป๊อป (โชคชัย พิสิฐวุฒินันท์) พี่ชายของผมที่เป็นเฮดโค้ช รวมถึงคุณพ่อของผม (เสี่ยฮุย - สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์) ซึ่งเป็นเจ้าของค่าย”

“วันนั้นเราเตรียมไว้ทั้งสองแผน ทั้งแผนรุกแผนรับ เพราะเอสตราด้าเป็นมวยที่ชกได้ทั้งสองสไตล์ เขาชกแบบไหน เราก็แก้แผนกันที่บนเวทีได้เลย ซึ่ง 11 ยกแรกเนี่ย ทางเรามั่นใจว่าชนะ เพราะพี่แหลมสามารถคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด ถ้านับคะแนนกันตรงนั้น เราก็มั่นใจว่าไม่พลาด”

 4

ทว่าสำหรับยกที่ 12 นั้น เหตุการณ์กลับต่างออกไปจาก 11 ยกแรก ซึ่ง แบงก์ - เธียรชัย ให้เครดิตกับทางศรีสะเกษที่ทำให้เกิดยกยอดเยี่ยมแห่งปีขึ้นมาได้

“สำหรับยกที่ 12 เนี่ย จริงๆ ทางทีมงานไม่ต้องการให้บุกละ เพราะสถานการณ์กำลังได้เปรียบ แต่ด้วยสไตล์ของพี่แหลมที่เป็นมวยบู๊ และต้องการส่งท้ายไฟต์ให้แฟนๆประทับใจ เขาก็ตัดสินใจเดินลุย เดินขู่เลย เช่นเดียวกับฝั่งเอสตราด้าที่ต้องบุกเพื่อหวังชนะ"

 5

“การเดินหน้าลุยของทั้งคู่ในยกสุดท้ายซึ่งเป็นยกที่ต่างฝ่ายต่างก็ใช้พลังงานไปเยอะแล้ว อันที่จริงก็ถือเป็นความเสี่ยงอยู่ครับ แต่มันก็ถือเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่า ต่างฝ่ายต่างผลัดกันใส่ผลัดกันโดน จนแฟนๆ และนักวิจารณ์ต่างก็ชื่นชม”

 6

“ทว่าสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไฟต์ระหว่างศรีสะเกษกับเอสตราด้าได้รางวัลในปีนี้ก็คือ ทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์ยกย่องว่า ยกสุดท้ายของไฟต์ดังกล่าว เป็นการแสดงให้เห็นถึงคำว่า ‘สปิริตแห่งแชมเปี้ยน’ ที่สู้อย่างเต็มที่จนถึงวินาทีสุดท้าย รางวัลดังกล่าวถือเป็นรางวัลที่ล้ำค่าทั้งกับพี่แหลม ค่ายนครหลวงโปรโมชั่น และวงการมวยไทย ซึ่งทางเราเองก็ภูมิใจ และขอขอบคุณสำหรับรางวัลนี้ครับ” ผู้บริหารหนุ่มแห่งค่ายนครหลวงโปรโมชั่นกล่าวทิ้งท้าย

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!