[Opinion] นั่นแหละคือความกดดัน!

[Opinion] นั่นแหละคือความกดดัน!
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ผลการแข่งขัน 3 นัดหลังสุดของ ลิเวอร์พูล พวกเขาเก็บได้ 5 คะแนนจาก 9 แต้มที่บรรดา เดอะ ค็อป ทั้งหลายต่างคาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าทีมของพวกเขาจะสามารถซิวได้แบบสวยๆ

แต่ด้วยเหตุปัจจัยที่มันดันมาเกิดเอาช่วงปีใหม่พอดี จึงทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนการณ์ที่วางไว้

aaaa

จริงๆแล้วอาการบาดเจ็บของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ อาจจะไม่ส่งผลร้ายแรงต่อทีมขนาดนี้หากว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ ไม่เลือกปล่อย นาธาเนียล ไคลน์ ออกจากทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา เรียกว่าพอปล่อย ไคลน์ ออกปุ๊บ ทั้ง เทรนต์ และ โกเมซ ก็ดันเจ็บยาวกันทั้งคู่เลย

ถามว่าผลเสมอ 2 นัดที่ผ่านมานี้เสียหายมากน้อยแค่ไหนกับการลุ้นแชมป์? แฟนหงส์บางคนอาจจะบอกว่าก็ไม่เท่าไหร่ บางคนยังชิลๆนำห่าง 3 คะแนนอยู่ยังไม่ถือว่าเสียหาย ถ้านัดหน้าเก็บ บอร์นมัธ ได้ก็ยังนำต่ออยู่ดี

aa

ส่วนในกลุ่มที่รู้สึกวิตกกังวลก็เริ่มคิดแล้วว่า แม้ ​แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะแพ้ ​นิวคาสเซิล แบบสุดช็อคมาก่อนหน้านั้น แต่ก็ยังกลับมาตั้งตัวได้แถมดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านเลยด้วยซ้ำ ผิดกับหงส์แดงของคล็อปป์ ที่แม้จะไม่แพ้ก็จริง แต่ดูทรงแล้วถ้ายังควานหาชัยชนะไม่เจอไปเรื่อยๆ อาจจะทำให้พวกเขาสะดุดขาตัวเองในช่วงท้ายก็ได้

aaa

สังเกตว่า 2 นัดหลังสุดนั้น ลิเวอร์พูลขึ้นนำคู่แข่งก่อนทั้งสิ้น แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถรักษารูปเกมและสกอร์ได้ ไม่ต้องไปคิดเรื่องที่จะยิงเพิ่มเพราะระยะหลังกองหน้าเริ่มคลำหาเป้ายากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่แผลงฤทธิ์มาในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก จนทำให้บรรดาทีมเล็กทีมน้อยที่ต้องลงเล่นกับหงส์แดง นั้นระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ หันมาตั้งรับลึกและไม่ปล่อยให้เกมริมเส้นทำงานได้ถนัดจนทำให้แนวรุก เร้ด แมชชีน ง่อยเปลี้ยเสียขากันไปเลยทีเดียว

a

และถ้ามองกันในภาพรวมแล้ว ฟอร์มการเล่นก็ไม่ได้ถือว่าดีเด่อะไร มีแต่การประคองตัวไม่ให้เสียประตูหรือพยายามรักษาสกอร์เอาไว้เท่านั้น แถมยังทำเกมกันติดๆขัดๆ แม้ว่าจะสามารถครองบอลได้มากกว่าคู่ต่อสู้ก็ตาม

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือสิ่งที่เรียกว่า "ความกดดัน" ที่ ลิเวอร์พูล กำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้