"5 ประเด็นร้อน" หลังเกมหงส์แดง ตกรอบ เอฟเอ คัพ

"5 ประเด็นร้อน" หลังเกมหงส์แดง ตกรอบ เอฟเอ คัพ
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องอชกช้ำด้วยน้ำมือของ วูล์ฟแฮมป์ตัน อีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาบุกไปพ่ายถึง โมลินิวซ์ ผลบอล 1-2 ทำให้ต้องกระเด็นตกรอบ เอฟเอคัพ ก่อนไก่โห่ 

ไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นบ้างในเกมนัดนี้

5. "3 ดาวรุ่ง" ประเดิมสนามให้ ลิเวอร์พูล

FBL-ENG-FACUP-WOLVES-LIVERPOOLPAUL ELLIS/GettyImagesหลังจากที่โชว์ฟอร์มได้ประทับใจกับทีมชุดใหญ่ในเกมปรีซีซั่น เราก็แทบไม่ได้เห็น เคอร์ติส โจนส์ ในวัย 17 ปีกับ ราฟาเอล คามาโช ในวัย 18 ปีอีกเลย จนกระทั่งในเกม เอฟเอคัพ นัดแรกของ ลิเวอร์พูล ประจำฤดูกาล 2018/19 โจนส์ ก็ได็โอกาสลงมาประสานงานกลางสนามกับ มิลเนอร์ และ เกอิต้า ส่วน คามาโช ลงมาในฐานะฟูลแบ็คด้านขวา

 ด้าน คี-ยานา ฮูเวอร์ ในวัย 16 ปีเป็นดาวรุ่งอีกรายที่ได้โอกาสลงสนามในเกมนี้ หลังลงมาแทนรุ่นพี่อย่าง เดยัน ลอฟเรน ที่เจ็บตั้งแต่ช่วง 5 นาทีแรกของเกม

 ผลงานของทั้ง 3 ถือว่าดูดีมีอนาคต แม้จะเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไร้ประสบการณ์ในเกมใหญ่โดยสิ้นเชิง มีการตัดสินใจที่พลาดไปอยู่บ่อย ๆ แต่หากได้เก็บเวลเพิ่มอีกหน่อยแล้วละก็ พวกเขาทั้งสามจะเป็นกำลังหลักที่ดีให้ ลิเวอร์พูล ในอนาคตได้ไม่ยาก

4. ลิเวอร์พูล ขาดแคลนเซ็นเตอร์แบ็ค

Dejan LovrenCatherine Ivill/GettyImagesนับเป็นข่าวร้ายทีเดียวสำหรับ ลิเวอร์พูล เมื่อเซ็นเตอร์แบ็คอย่าง เดยัน ลอฟเรน ลงเล่นได้เพียง 5 นาทีในเกมนี้ก่อนจะโดนเปลี่ยนอกเพราะมีอาการบาดเจ็บที่โคนขา ก่อนที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นต้องส่งเอา คี-ยานา ฮูเวอร์ ลงมาในสนามแทน

ก่อนนห้านี้ คล็อปป์ ก็เสีย โจ โกเมซ กับ โจเอล มาติป ไปแล้ว ขนาดที่ว่าเขาจะพัก เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่กรำศึกหนักมาตลอด เขายังต้องเอา ฟาบินโญ ที่ปกติเป็นกองกลางตัวรับหรือฟูลแบ็คมาเล่นในตำแหน่งนี้เซ็นเตอร์แทน 

ในช่วงที่การลุ้นแชมป์กำลังดุเดือดเช่นนี้ หงส์แดง คงต้องภาวนาให้ 3 เซ็นเตอร์แบ็คที่เจ็บไปกลับมาได้เร็ว ๆ ไม่อย่างนั้น คล็อปป์ คงต้องกระโจนเข้าสู่ตลาดนักเตะอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งจะแสดงความตั้งใจที่จะไม่ซื้อใครเข้าทีมแท้ ๆ

3. โบลี แข็งแกร่ง

FBL-ENG-FACUP-WOLVES-LIVERPOOLPAUL ELLIS/GettyImagesส่วนหนึ่งที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องตกรอบในเกมนี้ก็คือความแข็งแกร่งของกองหลังตัวเก่งของเจ้าถิ่นอย่าง วิลลี โบลี วัย 27 ปี เมื่อเขาสามารถจัดการกับการต่อบอลของทีมเยือนได้อย่างดีเยี่ยม ตัดบอลคู่แข่งไป 5 ครั้ง เคลียร์บอลทิ้ง 3 ครั้ง สกัดบอลกลางอากาศแม่นยำ 100% และเข้าสกัดบอลคู่แข่งได้อีก 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังจ่ายบอลแม่นยำถึง 92% และจ่ายบอลเข้าเป้ามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของทีมรองจาก รูเบน เนเวส

2. เอฟเอคัพ ไม่ใช่ถ้วยของ เยอร์เก้น คล็อปป์

Wolverhampton Wanderers v Liverpool - Emirates FA Cup Third RoundJames Baylis - AMA/GettyImagesนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในฤดูกาล 2015/16 ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ยังไม่เคยไปไกลกว่ารอบ 4 ใน เอฟเอคัพ เลยสักครั้ง และแต่ละครั้งล้วนเป็นการตกรอบด้วยน้ำมือของทีมรองบ่อน

 ในปีแรกที่เขาคุมทีม ลิเวอร์พูล เสมอกับ เวสต์แฮม ในเลกแรกของรอบ 4 ก่อนไปแพ้ในเกมที่ 2 ในฤดูกาลถัดมา พวกเขาแพ้ให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งตอนนั้นยังเป็นทีมระดับกลาง ๆ ของ เดอะแชมเปี้ยนชิป ในรอบ 4  ในฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล ก็ตกรอบ 4 จากการพ่าย เวสต์บรอมวิช 2-3 แล้วในปีนี้พวกเขาก็ตกรอบ 3 เร็วกว่าเดิมนิดหน่อยด้วยน้ำมือของน้องใหม่อย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน

1. ข่าวดีในข่าวร้าย

Jurgen KloppMichael Regan/GettyImagesสำหรับ ลิเวอร์พูล แล้ว บางทีการตกรอบ เอฟเอคัพ แต่เนิ่น ๆ อาจเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาหวังจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยแรกให้ได้ในฤดูกาลนี้ 

 เดยัน ลอฟเรน ได้รับบาดเจ็บไปตั้งแต่ต้นเกม และนั่นถือเป็นบทสรุปช่วงที่ผ่านมาของ ลิเวอร์พูล ได้ดี พวกเขามีคิวอข่งมากเกินไปเมื่อเทียบกับทรัพยากรในแนวรับที่มี ขนาดที่ว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ ยอมเข็น ฟาบินโญ ลงเป็นกองหลังตัวกลางในเกมนี้เพื่อให้ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้พัก ลอฟเรน ก็ยังอุตส่าห์เจ็บแทนไปจนได้ 

 หากพวกเขาเข้ารอบ ลิเวอร์พูล อาจต้องการนักเตะเพิ่มอีก 3-4 ราย เพื่อให้ทีมของพวกเขายังอยู่รอดไปจนท้ายฤดูกาล เพราะถ้าหากนักเตะตัวหลักดันเจ็บขึ้นมาอีก การจะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ก็คงยากขึ้นมากทีเดียว

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!