5 ประเด็นร้อนหลังเกม! แมนฯ ยูไนเต็ด ฟอร์มหรูถล่ม บอร์นมัธ 4-1

5 ประเด็นร้อนหลังเกม! แมนฯ ยูไนเต็ด ฟอร์มหรูถล่ม บอร์นมัธ 4-1
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ยังคงโชว์ฟอร์มได้ดีต่อเนื่องสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ หลังเปิดบ้านสอนบอล บอร์นมัธ 4-1 ไล่จี้พื้นที่ท็อปโฟร์อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าจะต้องสังเวยกองหลังไป 1 คนก็ตาม ด้าน บอร์นมัธ ยังต้องเหนื่อยต่อ หลังจบเพียงอันดับ 12 เท่านั้นก่อนขึ้นปีใหม่ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมีช่วงที่มีแต้มเท่า ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ

ไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นบ้างในเกมนัดสุดท้ายของปี 2561

5. ป็อกบา เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นPAUL ELLIS/GettyImages
ก่อนที่ โชเซ มูรินโญ จะโดนปลดออกไป ป็อกบา เคยออกมายอมรับว่าเขาฟอรมไม่ดีเพราะผู้จัดการทีมไม่เปิดโอกาสให้นักเตะแต่ละคนมีอิสระในการเคลื่อนที่มากนัก และนั่นทำให้เขาและเพื่อนเค้นฟอร์มไม่ออก และเมื่อถึงคราวเปลี่ยนผู้จัดการทีมมาเป็นคนที่เข้าใจความเป็น ปีศาจแดง ป็อกบา ก็ดูจะสนุกกับการเล่นฟุตบอลมากขึ้นเรื่อย ๆ

เป็นอีกครั้งที่ ป็อกบา ทำประตูได้ และเขาก็แสดงอาการดีใจอย่างลิงโลกกับทั้ง 2 ประตูของตัวเองในเกมนี้ เหมือนว่าเขาจะเก็บกดมานานอย่างไรอย่างนั้น

4. แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่มีแนวรุกน่ากลัวที่สุดทีมหนึ่งMichael Regan/GettyImages
การพูดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีเกมรุกน่ากลัวเนี่ย หากเป็นตอนต้นฤดูกาลคงเป็นเรื่องเย้ยหยันอย่างร้ายกาจเสียมากกว่า แต่เมื่อมาดู 3 เกมหลังสุดภายใต้การคุมทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ แล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเจอกับ ปีศาจแดง ในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

การประสานงานของ 4 นักเตะอายุน้อยอย่าง อ็องโตนี มาร์กซิยาล (23 ปี), มาร์คัส แรฟชอร์ด (21 ปี), เจสซี ลินการ์ด (26 ปี) และ ปอล ป็อกบา (25 ปี) นั่นเป็นไปอย่างลื่นไหลสุด ๆ การเข้าทำแต่ละครั้งนั้นเป็นไปอย่างแม่นยำและสร้างความกดดันให้แนวรับคู่แข่งได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้แทบไม่มีให้เห็นในยุคของ โชเซ มูรินโญ พวกเขาปลดล็อคตัวเองได้สำเร็จ และนำพาเกมรุกของ ปีศาจแดง ก้าวไปอีกขั้นนึงแล้ว

นี่ยังไม่นับ โรเมลู ลูกากู (25 ปี) ที่ลงมาในฐานะตัวสำรองและยิงประตูได้ทันทีอีกด้วย แม้ว่าเขาจะดูเหมือนยังไม่สามารถเรียกฟอร์มปัง ๆ แบบในฤดูกาลที่แล้วกลับมาได้ก็ตาม

3. อนาคตไม่ดีเสียแล้วสำหรับ ไบญีClive Brunskill/GettyImages

อุตส่าห์ได้โอกาสกลับมาเป็นตัวจริงภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่เสียที แต่ดูเหมือนว่าอนาคตของ ไบญี ก็ยังไม่แน่นอนอยู่เหมือนเดิม หลังจากที่เขาโดนไล่ออกจากสนามจากการเสียบแบบเปิดปุ่มในนาทีที่ 79 และทำให้เกมรุกของทีมต้องฝืดลงอย่างช่วยไม่ได้

น่าเสียดายสำหรับ ไบญี เพราะเขากำลังทำผลงานได้ดีทีเดียว แต่การโดนใบแดงในเกมนี้จะทำให้เขาต้อชวดโอกาสพิสูจน์ตัวเองไปอีกสักพัก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพอกลับมาแล้วจะยังได้โอากาสลงสนามอีกหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ได้กองหลังคนใหม่มาเสริมในเดือนมกราคมนี้

2. หรือ โซลชา คือคนที่ใช่Michael Regan/GettyImages
แม้ว่าจะถูกคาดหมายให้เข้ามาทำหน้าที่แค่จนจบฤดูกาล แต่การเล่นที่ดุดันและการให้อิสระนักเตะตัวรุกในการสร้างหาพื้นที่เข้าทำช่วยให้ทีมของเขาพลิกกลับมาจากหลังเท้าเป็นหน้ามือ จนเอาชนะใจแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทั้งโลกแล้วในตอนนี้

4 ประตูจากเกมนี้ส่งผลให้ ยูไนเต็ด ซัดใส่คู่แข่งไปแล้วถึง 12 ประตูจาก 3 นัดที่เขาเข้ามาคุมทีม และนั่นทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมามีลุ้นพื้ที่ท็อปโฟร์อีกครั้ง โดยการมีแต้มตามหลังอันดับ 4 อยู่เพียง 8 คะแนน และถ้าสุดท้าย โซลชาร์ พา แมนฯ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จบางอย่างขึ้นมาได้จริง ๆ ไม่แน่ว่าคำตอบของพวกเขาที่รอคอยมาแสนนานอาจจะอยู่ในตัวศิษย์เก่าคนนี้ก็เป็นได้

1. งานที่ต้องแก้สำหรับ ฮาวPAUL ELLIS/GettyImages
บอร์นมัธ เป็น 1 ในไม่กี่ทีมที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักจากวันที่พวกเขาเลื่อนขึ้นชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก และแม้กระทั่งผู้จัดการทีมก็ยังเป็น เอ็ดดี้ ฮาว คนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือพวกเขาทำทีมได้นิ่งขึ้น และเริ่มไต่มาจนกลายเป็นทีมกลางตารางของลีกไปแล้วเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม หาก บอร์นมัธ หวังไปไกลกว่านั้น เอ็ดดี้ ฮาว อาจต้องเริ่มมองให้ไกลกว่าการไว้ใจแค่นักเตะที่มีอยู่แล้ว ช่วง 1-2 เดือนที่แล้วพวกเขาเคยไต่อันดับจนไปอยู่ในพื้นที่ ยูโรป้าลีก แต่ปัจจุบันกำลังจะโดนทิ้งห่างออกไปเรื่อย ๆ หลังโดนเตะลงมาอยู่อันดับ 12 เห็นได้ชัดว่าการพึ่งนักเตะไม่กี่คนไม่เพียงพอต่อการไปไกลกว่านี้ และยิ่งถ้าเกิดว่าพวกเขาต้องเสียกองหน้าและกองหลังคนสำคัญอย่าง คัลลัม วิลสัน กับ นาธาน อาเก้ ขึ้นมา พวกเขาอาจจะหลุดออกจากวงโคจรไปเลย เพราะฉะนั้นเดือนมกราคมนี้อาจเป็นตัวตัดสินที่จะทำให้ บอร์นมัธ มีโอกาสลืมตาอ้าปากมากกว่าที่เป็นอยู่ก็เป็นได้