OutStanding | จิตกร ศรีคำเครือ : ผู้ชายน่าเบื่อ

OutStanding | จิตกร ศรีคำเครือ : ผู้ชายน่าเบื่อ
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

บรรยากาศอยู่บนจุดสูงสุด ช่วยให้มองเห็นอะไรมากขึ้นกว่าเดิม ลิเวอร์พูลกำลังทำมันอย่างตั้งใจ หลังชัยชนะเหนือบอร์นมัธ ตามด้วยความพ่ายแพ้ของแมนฯซิตี้ต่อเชลซี

 

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ผู้ทำแฮคทริคหนีบลูกบอลฐานะกรรมสิทธิ์ไว้ในเสื้อ เขาโบกมือปฏิเสธกับรางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ คนเหมาะสมมากกว่าคือ เจมส์ มิลเนอร์ "เจ้าชายไอยคุปต์" ว่าอย่างนั้น

500 นัดคือจำนวนการลงเล่นตลอดชีวิตบนเส้นทางพรีเมียร์ลีก นับจากประเดิมให้สนามให้ ลีดส์ เมื่อปี2002 ด้วยวัย16ขวบ

"ผมถูกเรียกตัวกลับจากทีมชาติอังกฤษชุดยู19 ไม่มีใครบอกเหตุผลอะไร จนมาเจอ เทอร์รี่ เวนาเบิลส์ กุนซือลีดส์ในยุคนั้น เขาต้องการให้ผมซ้อมกับทีมชุดใหญ่มากขึ้น เพื่อโอกาสลงเล่นในซีซั่นใหม่" มิลเนอร์ รำลึกความหลัง

 1

ไม่นานนักนักเรียนไฮสกูลได้ประเดิมสนาม ตามด้วยยิงประตูซันเดอร์แลนด์ช่วงบ็อกซิ่งเดย์ 2002 กับอายุ 16ขวบ 346วัน จากนั้นต่อยอดมาเรื่อย นิวคาสเซิล, แอสตัน วิลล่า, แมนฯซิตี้ กระทั่งปัจจุบัน ลิเวอร์พูล

ผมไม่รู้ว่ามีใครคิดต่างบ้างรึเปล่าว่านักเตะธรรมดาๆคนนี้ ยืนหยัดทำสถิติมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? ถ้ามีก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะบุคลิก, วิธีการต่างๆ ชวนให้คล้อยตาม

ถึงขั้นเคยมีทวีตเตอร์ชื่อ “Boring Milner" ปรากฎตัวขึ้นเชิงล้อเลียน สไตล์การเล่นมิลเนอร์ เป็นพวกไม่มีเสน่ห์,เล่นเหมือนหุ่นยนต์

ภาพมวลใหญ่อาจเป็นอย่างนั้น "มิลลี่" ไม่ใช่นักเตะระดับท็อปคลาส ไม่มีพรสวรรค์สูง, ไม่มีเทคนิคแพรวพราว จนแฟนบอลร้องว้าว ไม่แม้แต่เป็นชื่อแรกๆที่เราควรนึกถึงด้วยซ้ำ ทว่ารายละเอียดในเกมคือเหตุผลแข็งแรงสำหรับเขา

นี่คือนักฟุตบอลสารพัดประโยชน์ พร้อมทำทุกอย่างเพื่อทีม...เพื่อทีมจริงๆ ต่อให้ไม่เห็นด้วยก็ตาม สุดท้ายเขาทะยานลงสนามเพื่อช่วยให้ทีมดีขึ้นอย่างโค้ชหวังไว้ และทำแบบนั้นมาตลอดทั้งชีวิต

ตัวอย่างคลาสสิกคือ เยอร์เกน คล็อปป์ ปรับให้เขาไปเล่นแบ็คซ้ายจำเป็นเมื่อสองซีซั่นก่อน กลายเป็นผลงานมาสเตอร์พีซ จนมีคนลืมชื่อ อัลเบร์โต โมเรโน ไปเลย

 2

มิลเนอร์ยอมรับว่าไม่แฮปปี้ ไม่สนุกกับตำแหน่งนี้ แต่ต้องทำและทำอย่างตั้งใจเพื่อทีม ตอนแรก คล็อปป์ มอบทางเลือกว่าจะเล่นแบ็คขวาหรือซ้าย อารมณ์วินาทีนั้นเหมือนให้เลือกว่าจะปล่อยผู้ชายคนไหนไปนอนกับแฟนตัวเอง

สิ่งที่เขาคิดน่าสนใจครับ เจ้านายร้องขอให้ทำภารกิจที่เราเชื่อว่าทำได้ไม่ดีพอ บางคนอาจเลือกปฏิเสธ บางคนฝืนทำโดยไม่เต็มใจ เลยเถิดถึงไม่ตั้งใจด้วย กุญแจสำคัญคือตรงนี้ครับ มิลเนอร์คิดอยู่อย่างเดียวคือ "ทีมต้องมาก่อน" แม้ไม่เต็มใจ แต่ทำด้วยความตั้งใจ

ใช่ครับ สุดท้ายคือทัศนคติส่วนตัว ว่าคุณมองสถานการณ์ตรงหน้าแล้วเลือกจัดการมันอย่างไร เด็กหนุ่มผู้เคยถูกพ่อห้ามใส่เสื้อสีแดงเพราะเป็นสีประจำสโมสรแมนฯยูไนเต็ด คู่รักคู่แค้นลีดส์  เลือกลงมือทำอย่างตั้งใจ ต่อให้ไม่ถนัดตามศักยภาพก็ตาม

ครั้งหนึ่งสมัยอยู่นิวคาสเซิล บ็อบบี้ ร็อบสัน คนซื้อตัวเขาจากลีดส์โดนปลดไป แกรม ซูเนสส์ เข้ามารับตำแหน่งพร้อมวลีอมตะ "คุณไม่มีวันชนะด้วยทีมที่มีนักเตะอย่าง เจมส์ มิลเนอร์"

 3

กับเด็กวัยแตะยี่สิบ เหมือนโลกพังทลายตรงหน้า โดนเจ้านายตัวเองวิจารณ์ผลงานอย่างไม่ไว้หน้า .... คุณคิดว่าเขารับมือกับมันยังไง?

มิลเนอร์ไม่ปฏิเสธว่าเป็นความเจ็บปวดครั้งใหญ่ แต่แทนที่จะกลัดกลุ้มเจ็บใจ เขาเลือกทำงานให้หนักขึ้น หนักขึ้น และหนักขึ้น เมื่อโอกาสมาถึงจึงรีบคว้าติดมือทันที สิ่งสำคัญคือทำด้วยความสม่ำเสมอ

"ใช่ มันหนักหน่วงสำหรับเด็กวัยนั้น แต่ผมเชื่อว่า แกรม ไม่ได้มีเจตนา อาจเป็นเรื่องการตีความมากกว่า ทุกวันนี้เราพูดคุยกันตามปกติ ผมยังเคารพเขาเสมอ"

หกปีก่อน แมนฯซิตี้พลิกนรกกับมาชนะควีนสพาร์ค เรนเจอร์ส หนึ่งในคนเข้ามาร่วมยินดีกับ เจมส์ มิลเนอร์ คือ แกรม ซูเนสส์

กับคำล้อเลียน "มิลเนอร์ผู้น่าเบื่อ" ปฏิกิริยารับรู้ กลายเป็นว่าเขาสนุกกับมัน เลือกมองอีกมุมว่า ดีเสียอีกที่ผู้คนมองแบบนั้น

 4

"ถ้าพวกเขามาเจอผมจริงๆ และผมน่าเบื่ออย่างที่เขาบอก มันก็แค่เสมอตัว เพราะนั่นคือสิ่งที่คนอื่นคิดอยู่แล้ว แต่ถ้ามันกลับกันล่ะ ถ้ามาเจอผมแล้วรู้ว่าจริงๆแล้วผมมีความสนุกสนาน, ขำขัน ผมว่ามันคงน่าสนใจดี"

บนวัย 32 ขวบ เล่นแตะ 500 นัดในพรีเมียร์ลีก แอสซิสต์ 80 ครั้งเทียบเท่า เดวิด เบ็คแฮม, ยิง 51 ประตู...ทุกครั้งที่ยิงได้ ต้นสังกัดไม่เคยแพ้ (ชนะ39, เสมอ11), นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม 2010, แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และยังเล่นบนลีกสูงสุดต่อไป

ไม่เลวนักใช่ไหมครับกับผู้ชายน่าเบื่อคนนี้