เพราะความอิจฉา? : เหตุผลสุดแปลกที่ NFL ต้องมีเกมวัน Thanksgiving

เพราะความอิจฉา? : เหตุผลสุดแปลกที่ NFL ต้องมีเกมวัน Thanksgiving
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

หากประเทศไทยมีเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเปรียบเสมือนวันรวมญาติ คนที่อยู่ต่างถิ่นจะเดินทางกลับมายังบ้านของบรรพบุรุษแล้ว ที่สหรัฐอเมริกาก็มีวัน Thanksgiving หรือวันขอบคุณพระเจ้า ในทุกวันพฤหัสบดีที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายน ซึ่งสมาชิกที่อยู่ต่างถิ่นจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด ล้อมวงกินไก่งวง อาหารประจำเทศกาลนี้อย่างเอร็ดอร่อย

วันขอบคุณพระเจ้าถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ราวคริสตศตวรรษที่ 17 ในฐานะวันที่เหล่าเกษตรกรแสดงความขอบคุณต่อพระผู้เป็นเจ้าที่ดลบันดาลให้พืชผลงอกงาม โดยสาเหตุที่ไก่งวงกลายมาเป็นสัตว์ประจำเทศกาลดังกล่าวก็เพราะว่า กสิกรอเมริกันจับมันเชือดเป็นอาหารนั่นเอง หลังจากนั้นก็ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ จนที่สุดแล้ว รัฐบาลสมัยประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น ก็ต้องประกาศให้เป็นวันหยุดประจำชาติตั้งแต่ปี 1863 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

แม้จะมีขบวนพาเหรดเฉลิมฉลองตามท้องถนนซึ่งก็ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย แต่ความคึกคักของเทศกาลนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในครัวเรือนเสียมากกว่า ก็อย่างที่เรากล่าวไปตอนแรกนั่นแหละว่า นี่ถือเป็นเทศกาลรวมญาติของชาวอเมริกันเขา ถึงกระนั้น ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งผู้คนนิยมไปชนิดแน่นสนาม นั่นคือ สนามอเมริกันฟุตบอล NFL … แต่เหตุใดกันที่ทำให้อเมริกันฟุตบอลวันขอบคุณพระเจ้ากลายเป็นที่นิยมของคนทั่วประเทศ แล้วอเมริกันเกมส์ชนิดอื่นๆ มีเกมในวันนี้หรือไม่? ที่นี่ มีคำตอบ

อันที่จริง ประวัติศาสตร์เกมอเมริกันฟุตบอลในวัน Thanksgiving นั้นมีมานานตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 หรือหลังจากที่อเมริกันฟุตบอลถือกำเนิดขึ้นได้ไม่นานเลยทีเดียว ทว่ายุคสมัยนั้นเป็นการแข่งขันในระดับมหาวิทยาลัย แต่หลังจากที่ลีกอาชีพอย่าง NFL ถือกำเนิดขึ้นในปี 1920 ก็ได้รับเอาวัฒนธรรมดังกล่าวมาปฏิบัติเช่นกัน ทว่าก็มักจะมีการสลับสับเปลี่ยนทีมที่ลงแข่งในวันนั้นทุกๆ ปี

2055761936_5183841ae6_b-e1479
แต่สิ่งที่ทำให้เกมวันขอบคุณพระเจ้าของ NFL กลายเป็นเทศกาลแห่งการโกยทรัพย์ของบางทีมนั้นได้นั้น พูดแบบตรงๆ เลยก็คือ มันเกิดขึ้นจากความอิจฉาล้วนๆ

เรื่องดังกล่าวต้องย้อนกลับไปในปี 1930 เมื่อ จอร์จ เอ. ริชาร์ดส์ นักธุรกิจในเมืองดีทรอยต์ ซื้อทีม พอร์ทสมัธ สปาร์ตันส์ ซึ่งเพิ่งลงแข่งใน NFL ได้ไม่นาน ด้วยสำนึกรักบ้านเกิด เขาจึงตัดสินใจย้ายทีมออกจากเมืองพอร์ทสมัธ รัฐโอไฮโอ มาอยู่ที่เมืองซึ่งเขาอาศัยและทำมาหากิน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเสียใหม่เป็น ดีทรอยต์ ไลออนส์

ซึ่งเหตุผลในการเปลี่ยนชื่อนั้น ถือเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะส่วนตัวไม่น้อย เมื่อช่วงเวลาดังกล่าวเมืองดีทรอยต์มีทีมกีฬาดังประจำถิ่นอย่าง ดีทรอยต์ ไทเกอร์ส ในศึกเบสบอล MLB อยู่แล้ว ทว่าริชาร์ดส์ซึ่งเป็นแฟนอเมริกันฟุตบอลกลับไม่ใคร่ชอบใจเท่าไหร่นัก และนั่นทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนชื่อทีมเป็น ไลออนส์ เพราะสิงโตนั้นคือเจ้าป่า ที่มีศักดิ์สูงกว่าเสือนั่นเอง … ให้มันได้อย่างนี้สิ

1932_championship-action
แต่แม้จะดึงสตาร์ดังในยุคดังกล่าวมาร่วมทีมสักแค่ไหน สิงห์ก็ยังไม่อาจผงาดเหนือเสือในเรื่องความนิยมได้เสียที เมื่อจำนวนผู้ชมในสนามโดยเฉลี่ยอยู่ที่ปริ่มๆ 15,000 คนเท่านั้น นั่นทำให้ริชาร์ดส์ต้องคิดใหม่ทำใหม่เพื่อทีมไลออนส์ของเขาจะได้เป็นใหญ่ในเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์เสียที

และด้วยโปรแกรมการแข่งขันโดยปกติของ NFL ที่มักจะแข่งยาวไปถึงช่วงปลายปี ขณะที่ MLB นั้นจบฤดูกาลไปตั้งแต่เดือนตุลาคมหรืออย่างช้าก็ต้นเดือนพฤศจิกายนนั้น ที่สุดแล้วเขาก็วาบไอเดียออก ไหนๆ ก็แล้ว ไม่เอาเกมของไลออนส์ไปแข่งในวันขอบคุณพระเจ้า เทศกาลวันหยุดแห่งชาติเสียเลยล่ะ เพราะด้วยธรรมชาติของเทศกาลนี้ที่มักไม่ค่อยมีอะไรบันเทิงเริงใจเท่าไหร่ อย่างไรเสียก็ต้องมีคนดูพวกเขาแข่งบ้างแหละน่า

แม้ไอเดียจะดีเลิศ แต่หากขาดการโปรโมทปังๆ ก็มีโอกาสที่สิ่งนั้นจะล้มเหลว และนั่นคือสิ่งที่พวกเขามี เมื่อริชาร์ดส์คือเจ้าพ่อแห่งวงการสื่อสารมวลชนของเมืองดีทรอยต์ โดยมีสถานีวิทยุ WJR อยู่ในมือ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสายสัมพันธ์กับสถานีโทรทัศน์ NBC ซึ่งถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเกม NFL ในขณะนั้นด้วย เขาจึงใช้กำลังภายในที่มีโปรโมทอย่างเต็มที่

และผลลัพธ์ในเกมวันขอบคุณพระเจ้าของ ดีทรอยต์ ไลออนส์ ซี่งจัดเป็นครั้งแรกในปี 1934 เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เมื่อบัตรเข้าชมเกมในสนามความจุ 26,000 ที่นั่ง ขายหมดตั้งแต่ก่อนเกมจะเริ่ม แถมชื่อของทีมยังไปไกลทั่วประเทศ เนื่องจากมีการถ่ายทอดสดทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ ส่วนหนึ่งก็เพราะคู่แข่งในวันนั้นคือ ชิคาโก้ แบร์ส ทีมคู่รักคู่แค้นร่วมภาคเหนือที่ฟอร์มในตอนนั้นกำลังมาแรง ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวทำให้พวกเขาสืบสานประเพณีลงแข่งวัน Thanksgiving มาจนถึงทุกวันนี้

image(1)
ทว่าหลังจากที่ทีมไลออนส์ยึดครองสัมปทานเกม NFL วันขอบคุณพระเจ้ามานานกว่า 30 ปี ในที่สุดก็มีคู่แข่งที่ขอแบ่งพื้นที่ความนิยมในปี 1966 เมื่อผลลัพธ์แห่งความสำเร็จทำให้ ดัลลัส คาวบอยส์ ที่เพิ่งก่อตั้งแฟรนไชส์เมื่อปี 1960 อยากที่จะทำตาม

โดยบุคคลที่อยู่เบื้องหลังดีลดังกล่าวคือ เท็กซ์ ชแรมม์ ผู้จัดการทั่วไปในยุคนั้นที่เคยสร้างความฮือฮาด้วยการก่อตั้งเชียร์ลีดเดอร์ประจำทีมจนเป็นที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ซึ่งแม้ผลงานของทีมในช่วงดังกล่าวจะไม่ดีนัก แต่ก็เล็งเห็นว่า การเล่นเกมวันขอบคุณพระเจ้าคือโอกาสที่จะช่วยให้ทีมเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จึงได้เจรจากับทาง NFL เพื่อขอจัดเกมในวันหยุดสำคัญนี้บ้าง

แม้ในตอนแรกทาง NFL ไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก จากความเสี่ยงที่จะไม่มีคนมาดูจากฟอร์มที่ย่ำแย่ แต่ด้วยเซนส์ทางการตลาดขั้นเทพของชแรมม์ ที่สุดแล้วก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เมื่อมีผู้ชมมากกว่า 80,000 คนมาชมถึง คอตตอน โบวล์ รังเหย้าของทีมในสมัยนั้น แถมคาวบอยส์ยังชนะเกมดังกล่าวอีกด้วย

image
อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 พีท โรเซลล์ คอมมิสชันเนอร์ของ NFL ในขณะนั้น ตัดสินใจที่จะลองคิดใหม่ทำใหม่ ด้วยการยึดเกมวันขอบคุณพระเจ้ามาจาก ดัลลัส คาวบอยส์ เพื่อให้ แอริโซน่า คาร์ดินัลส์ ที่กำลังฟอร์มแรงในขณะนั้นได้เป็นเจ้าบ้านเล่นออกทีวีในปี 1975 และ 1977 ทว่าทีมนกแดงกลับพ่ายทั้ง 2 เกมที่ได้ลงเล่นในวันดังกล่าว ที่สุดแล้วทางโรเซลล์จึงมีความคิดที่จะให้คาวบอยส์ได้เป็นเจ้าบ้านดังเดิม และนั่นก็เข้าทางของชแรมม์พอดี เขายื่นข้อเสนอกลับไปว่า หากต้องการให้ทีมได้เป็นเจ้าบ้านในวันขอบคุณพระเจ้า ก็ต้องให้เป็นตลอดไปด้วยเช่นกัน

นับแต่นั้นทีมคาวบอยส์ก็ได้เป็นเจ้าบ้านในเทศกาลดังกล่าวมาจนถึงทุกวันนี้ไปอีกทีม โดยที่ไลออนส์จะได้ลงแข่งในโปรแกรมช่วงเที่ยง คาวบอยส์ได้เล่นช่วงบ่าย ก่อนที่ในปี 2006 NFL จะตัดสินใจเพิ่มเกมในเวลาไพรม์ไทม์ หรือช่วงหัวค่ำอีกคู่ ทำให้วันขอบคุณพระเจ้ายุคนี้ มีเกม NFL ให้ดูกันตาแฉะถึง 3 คู่เลยทีเดียว ทว่าในเกมคู่สุดท้ายของวัน NFL จะเป็นคนวางโปรแกรมเอง ไม่มีทีมใดได้สิทธิ์เป็นเจ้าบ้านถาวรเหมือนช่วงเที่ยงและบ่าย

1511300961-cowboys-browns
หากจะหาเหตุผลว่าเหตุใด NFL ถึงต้องมีเกมในวันขอบคุณพระเจ้า? เรตติ้งความนิยม น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่สุด เพราะหากดูตัวเลขผู้ชมจากการถ่ายทอดสดเกมฤดูกาลปกติซึ่งจะแข่งขันกันระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคมของทุกปี (บางปีอาจข้ามไปปิดฤดูกาลปกติช่วงวันปีใหม่) ก็จะเห็นชัดเจนว่า เกมวัน Thanksgiving นี่แหละคือเกมที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยในฤดูกาล 2017 ที่ผ่านมา เกมวันขอบคุณพระเจ้าทั้ง 3 เกมมียอดผู้ชมเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวมากกว่า 20 ล้านคน ซึ่งมากกว่าเกมคืนวันอาทิตย์ ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ประจำสัปดาห์ ที่มีผู้ชมเฉลี่ยราว 18 ล้านคน

นอกจากเทศกาลขอบคุณพระเจ้าจะเปรียบเสมือนเทศกาลรวมญาติ ซึ่งมีคนในครอบครัวมารวมตัวกัน ส่งผลให้มีฐานผู้ชมที่มากกว่าปกติแล้ว สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรตติ้งความนิยมเกมวัน Thanksgiving นั้นสูง ก็เป็นเพราะทาง NFL มักจะจัดโปรแกรมให้คู่ปรับประจำสายเดียวกัน หรือทีมที่มีฟอร์มการเล่นแรงๆ ในช่วงนั้นมาเล่นในวันสำคัญนี้เสมอ และต้องไม่ลืมว่า ในช่วงเวลานี้ของปี ก็เริ่มที่จะเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาลปกติที่จะวัดกันแล้วว่า ทีมไหนจะได้ไปต่อในรอบเพลย์ออฟเพื่อลุ้นแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ดังนั้นรับประกันได้ว่าทุกเกมใส่กันเต็มที่ และแม้จะมีเกมให้ดูผ่านการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ แต่แฟนกีฬาจำนวนไม่น้อยก็ยอมฝ่าการจราจรช่วงเทศกาลไปชมเกมแบบสดๆ ถึงสนาม สร้างรายได้ให้กับทีมและลีกอย่างมากมายเช่นกัน

tempdms_6218-nfl_mezz_1280_10
ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมกีฬาอื่นไม่คิดที่จะวางโปรแกรมแข่งในวันนี้บ้าง คำตอบนั้นก็ง่ายๆ เพราะ NFL คือลีกกีฬาอาชีพของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับความนิยมสูงสุดนั่นเอง ทำให้ลีกกีฬาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบาสเกตบอล NBA, ฮอกกี้ NHL หรือแม้แต่ฟุตบอลอย่าง MLS ซึ่งเข้าสู่ช่วงเพลย์ออฟ ต้องหลีกทางไปแข่งวันอื่น ปล่อยให้ NFL ยึดครองวันขอบคุณพระเจ้าให้เป็นของพวกเขาแต่เพียงผู้เดียว (ส่วนเบสบอล MLB ก็อย่างที่เรากล่าวไปข้างต้น คือปิดซีซั่นไปแล้ว) แม้ในอดีต NBA จะเคยมีโปรแกรมแข่งขันวันขอบคุณพระเจ้าระหว่างปี 2009-2011 ทว่าความนิยมที่สู้ไม่ได้ รวมถึงการที่ NFL เพิ่มโปรแกรมช่วงค่ำซึ่งชนกับเวลาแข่งของ NBA ที่สุดแล้วพวกเขาก็ต้องยอมถอย

จากจุดเริ่มต้นที่ดูจะเป็นการเอาแต่ใจของคนเพียงไม่กี่คน ทว่าการตอบสนองและสนับสนุนของทาง NFL ก็ได้ทำให้เกมวัน Thanksgiving หรือวันขอบคุณพระเจ้า กลายเป็นหนึ่งในโปรแกรมสำคัญที่ทำให้แฟนกีฬาต้องติดตามในทุกๆ ปี และความนิยมที่เกิดขึ้นก็ได้สะท้อนให้เห็นว่า อเมริกันฟุตบอล NFL คือกีฬาอันดับ 1 ในใจอเมริกันชนอย่างแท้จริง