เก็บตกหลังเกม! 5 เรื่องต้องรู้หลัง เชลซี เปิดบ้านเจ๊า แมนฯ ยูไนเต็ด 2-2

เก็บตกหลังเกม! 5 เรื่องต้องรู้หลัง เชลซี เปิดบ้านเจ๊า แมนฯ ยูไนเต็ด 2-2
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

เกือบจะแพ้คาบ้านเสียแล้วสำหรับ เชลซี เมื่อพวกเขาโดนทีเด็ดของ อ็องโตนี มาร์กซิยาล ในครึ่งหลังที่เหมา 2 ประตูจนพลิกแซงขึ้นไปนำ แต่ รอสส์ บาร์คลีย์ กลายมาเป็นซูเปอร์ซับของทีมหลังยิงเข้าไปท้ายเกม ส่งผลให้ทั้ง 2 ทีมแบ่งแต้มกันไปในที่สุดไปดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นบ้างในเกมบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์

5. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เกือบจะ) คัมแบ็กได้อีกครั้งในครึ่งหลังGLYN KIRK/GettyImages
แม้ว่าจะโดน บาร์คลีย์ ปล้นคะแนนไปในนาทีสุดท้ายของการทดเวลา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมนี้เป็นเกมที่สองแล้วที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเองให้แตกต่างจากในครึ่งแรกได้ 

45 นาทีแรกที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทีมเยือนเน้นเกมสวนกลับอย่างชัดเจน โดยมี ฆวน มาต้า กับ โรเมลู ลูกากู เป็นตัวทำเกมรุก ในขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี มาร์กซิยาล ถอยลงไปเล่นเกมรับจนนึกว่าจะเป็นฟูลแบ็คซะแล้ว แต่ใน 45 นาทีหลัง ทั้งคู่มีบทบาทกับเกมกรุกมากขึ้น และก็เป็น มาร์กซิยาล ที่ซัดเข้าไป 2 ตุง จนเกือบจะพา แมนฯ ยูไนเต็ด คว้า 3 แต้มสองนัดติด 

4. แนวรับ ยูไนเต็ด รับมือกับ อาซาร์ ได้DANIEL LEAL-OLIVAS/GettyImages
มีอยู่ช่วงหนึ่งของเกมที่ เอเด็น อาซาร์ เกือบจะฉายแววได้อีกครั้ง หลังโชว์สกิลเลี้ยงทะลวงแนวรับทีมเยือนจนฉีก เรียกฟาวล์จาก มาติช ในระยะอันรายได้ แถมเรียกใบเหลืองจากผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ 2 ใบโดยที่เกมยังผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเหมือนหนังคนละม้วนเมื่อ แอชลีย์ ยัง, คริส สมอลลิง รวมถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด สามารถหยุดการเลี้ยงบอลที่สุดแสนจะอันตรายของปีกชาวเบลเยียมได้อยู่หมัด ชนิดที่ว่า อาซาร์ ไม่มีโอกาสทำอันตรายแนวรับ ยูไนเต็ด ได้อีกเลย

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดใน พรีเมีร์ลีก เวลานี้ แต่แนวรับของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้หเ็นแล้วว่า อาซาร์ ถูกหยุดได้ และคนที่ควรได้เครดิตไปเต็ม ๆ ในวันนี้ก็คือ แอชลีย์ ยัง นี่แหละ

3. เวลาเริ่มนับถอยหลังสำหรับ โมราต้าDANIEL LEAL-OLIVAS/GettyImages
เพิ่งมีข่าวไม่นานนี้ว่า เมาริซิโอ ซาร์รี เตรียมเล็งหากองหน้าคนใหม่ที่ เชลซี แล้ว หลังฟอร์มการถล่มประตูของ 2 หัวหอกประจำทีมกลับน้อยเกินควร โดยแข้งที่ตกเป็นข่าวได้แก่ เมาโร อิคาร์ดี้ ของ อินเตอร์ มิลาน และ ปาตริค ครูโตเร จาก เอซี มิลาน 

หากข่าวนี้เป็นเรื่องจริง นั่นย่อมทำให้สถานการณ์ของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ อัลบาโร โมราต้า ลำบากขึ้นไม่ใช่น้อย เพราะแค่มีกัน 2 คนก็แย่งตำแหน่งกันแทบตายแล้ว แต่การได้คนที่สามเข้ามา แถมเป็นจอมทำประตูอีกด้วย นั่นยิ่งทำให้โอกาสของพวกเขาลดน้อยไปพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ชิรูด์ ค่อนข้างได้เปรียบเนื่องจากเขาสามารถต่อบอลกับเพื่อนร่วมทีมได้ดี โดยเฉพาะการเล่นกับ เอเด็น อาซาร์ นักเตะคนสำคัญของทีม และ ชิรูด์ ก็ทำแอสซิสต์ ในฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 4 ครั้ง ในขณะที่ โมราต้า ยังทำแอสซิสต์ให้ใครไม่ได้เลย และเพิ่งจะยิงไปเพียง 2 ประตูเท่านั้น

โมราต้า ยังขึ้นชื่อเรื่องใช้โอกาสเปลืองอีกด้วย อย่างในเกมนี้เจ้าตัวมีจังหวะล็อกหลบ เนมันยา มาติช แบบหลังหักไปแล้ว แต่การยิงโดยไม่มีใครประกบของเขากลับทำได้แย่มาก และชวดโอกาสลุ้นประตูไปเสียเฉย ๆ 

หากเขายังไม่ปรับปรุง โอกาสที่ โมราต้า จะได้อยู่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต่อไปก็คงจะน้อยเต็มที

2. ดราม่าท้ายเกมเกือบเปลี่ยนเป็นสังเวียนมวยImage by P' CHIN
เป็นเรื่องปกติที่นักเตะหรือโค้ชมักจะฉุนขาด หากโดนตีเสมอในช่วงนาทีสุดท้ายของเกม แต่เรื่องนี้มันยิ่งซับซ้อนไปอีก เมื่อเกิดดับ โชเซ มูรินโญ

อย่างที่เรารู้กันดี สถานการณ์ของ โชเซ มูรินโญ ไม่ค่อยปลอดภัยนักในฤดูกาลนี้หลังพาทีมออกสตาร์ทอย่างย่ำแย่ ชนะเพียง 4 จากการลงเล่น 9 นัด แถมเป็นรองทีมน้องใหม่อย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน อีกด้วย และเมื่อทีมของเขากำลังจะลืมตาป้าปากได้ด้วยการเอาชนะทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครในทุกรายการจาก พรีเมียร์ลีก พวเขาดันพลาดเสียประตูท้ายเกมด้วยปัญหาเดิม ๆ อย่างสมาธิของเกมรับ

เท่านั้นไม่พอ เขายังโดนแหย่โดยสต๊าฟโค้ชของทีมคู่แข่งที่บังเอิญเป็น เชลซี ที่เขาผูกพันมานานเสียด้วย ซึ่งเมื่อโดนแหย่ปุ๊บ เฮียจอมบ่นก็น็อตหลุดทันที พร้อมใส่เกียร์ห้าวิ่งไล่สต๊าฟคนดังกล่าวเข้าไปในอุโมงค์ด้วย ซึ่งโชคดีที่มีคนหยุด มูรินโญ ได้ทัน ไม่งั้นทีวางมวยกันแน่

1. เชลซี ยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้Image by P' CHIN
ไม่ใช่สถิติที่จะทำกันง่าย ๆ เมื่อ เชลซี ยืดสถิิตไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ออกไปเป็น 12 นัดเรียบร้อยแล้ว และนั่นทำให้พวกเขาเป็นเพียง 1 ใน 2 ทีมจาก 5 ลีกใหญ่ยุโรปเท่านั้นที่ทำได้ (อีกทีมหนึ่งคือ ยูเวนตุส)

ประตูของ รอสส์ บาร์คลีย์ ไม่ได้เพียงเป็นการแบ่ง 1 คะแนนกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เท่านั้น แต่มันยังหมายถึงกำลังใจที่ได้เพิ่มขึ้นมากโข และทำให้ทีมอื่น ๆ อย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ เห็นว่าพวกเขาพร้อมลุ้นแชมป์เต็มตัวในปีนี้

ขอบคุณข้อมูล : 90min